คางคกขึ้นวอ แมลงปอใส่ตุ้งติ้ง


คางคกขึ้นวอ แมลงปอใส่ตุ้งติ้ง

คางคกเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีกระดูกสันหลัง มี 4 ขา เมื่อโตเต็มที่ไม่มีหาง คางคกมีรูปร่างคล้ายกบแต่หนังหยาบขรุขระเต็มไปด้วยปุ่มปมเล็กบ้างใหญ่บ้าง ปมใหญ่ๆ มักอยู่บริเวณหลังดูน่าเกลียด ปมเหล่านี้เป็นต่อมพิษ มีน้ำพิษเป็นยางเหนียวๆ เมื่อถูกผิวหนังจะทำให้คัน เมื่อกินเข้าไปจะทำให้มึนเมา อาจทำให้ตายได้ 


คางคกมีขาสั้นกว่ากบ มีฟัน คางคกอยู่ตามพื้นหรือใต้ดิน ออกหากินในเวลากลางคืน ตามปกติจะกินหนอนและแมลง โดยใช้ลิ้นที่มีลักษณะเป็นแฉกแลบออกมาจับตัวหนอนหรือแมลง แล้วตวัดเข้าปาก เวลากลางวันมักจะแอบนอนอยู่ใต้ก้อนหินหรือขอนไม้ หรือนอนนิ่งอยู่ตามซอกหรือในโพรงดิน  เมื่อถึงเวลาผสมพันธ์ คางคกตัวผู้ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าตัวเมียจะเกาะบนหลังตัวเมีย แล้วปล่อยน้ำเชื้อเข้าสู่ช่องร่วมซึ่งใช้เป็นทั้งขับถ่ายและสืบพันธุ์ ตัวเมียวางไข่ในน้ำ ไข่มีลักษณะเป็นสายวุ้นยาวๆ เมื่อออกเป็นตัวก็จะเป็นลูกอ๊อดเหมือนลูกกบแต่ดำกว่า

คางคกใช้เป็นเครื่องยาได้
ยางคางคกเป็นยางสีขาวที่ได้จากต่อมบริเวณใต้ตาของคางคก นำมาทำให้แห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำ การทำให้แห้งอาจใช้วิธีผึ่งไว้ในที่ร่ม ไม่ตากแดด จีนเรียกเครื่องยานี้ว่า ชานชู ส่วนญี่ปุ่นเรียกว่า เซนโซ ยางนี้มีคุณสมบัติถอนพิษ แก้ปวดและทำให้ฟื้นคืนสติ ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้ปวด แก้ปวดท้อง แก้ไอ หรือใช้ผสมเป็นยาทาภายนอกสำหรับแก้คัน และแก้โรคผิวหนัง บางชนิด แม้แต่คางคกตายซาก คือคางคกที่ตายแล้วไม่เน่าเหม็น เอาไฟสุมทั้งตัว จนเป็นถ่านแล้วบดผสมกับน้ำมันยาง ใช้ทาแก้โรคเรื้อน โรคมะเร็ง คุดทะราด และฆ่าเชื้อโรคได้ดี

วอ เป็นคำนามหมายถึงยานที่มีลักษณะเป็นรูปเรือนไทย หลังคาจั่ว สำหรับเจ้านายหรือข้าราชการฝ่ายในนั่ง มีคานรับอยู่ข้างใต้คู่หนึ่ง ใช้คนหาม 4 คน 6 คน หรือ 8 คน หากเป็นพระวอสีวิกากาญจน์ เป็นยานพาหนะสำหรับพระราชวงศ์ฝ่ายในชั้นสูง และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชพิธี มีลักษณะคล้ายกับแคร่กัญญา แต่จะมีม่านทองสำหรับปิดกั้นไม่ให้คนภายนอกสามารถมองเห็นได้ 

คางคกขึ้นวอ เป็นสำนวนที่หมายถึงคนที่มีฐานะต่ำต้อย พอได้ดีแล้วก็มักแสดงกิริยาอวดดี ลืมตัว โดยเปรียบเปรยคนที่ต่ำต้อยกับคางคกที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ รูปร่างผิวหนังขรุขระน่าเกลียด ไม่เหมาะสมกับวอซึ่งเป็นยานสำหรับผู้เป็นขุนนางหรือผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ เมื่อจะเดินทางไปที่ใดมักจะนั่งวอ มีข้าทาสบริวารหาม

สำนวนนี้บางครั้งก็ใช้เต็มๆว่า "คางคกขึ้นวอ แมลงปอใส่ตุ้งติ้ง"

แมลงปอเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลำตัวเป็นข้อปล้อง แมลงปออาศัยอยู่ในโลกมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ก่อนยุคไดโนเสาร์ มีความสามารถในการปรับตัวให้อยู่รอดและวิวัฒนาการมาจนถึงปัจจุบัน โดยบรรพบุรุษของแมลงปอมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานเช่นเดียวกับบรรพบุรุษของแมลงสาบ

แมลงปอเป็นนักล่าที่มีกล้ามเนื้อปีกที่แข็งแรงมาก มันสามารถบินได้เร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนขาทั้ง 6 ของแมลงปอก็สามารถจับเหยื่อได้อย่างแน่นหนา เหยื่อของแมลงปอ คือ ยุง แมลงวัน ผีเสื้อ รวมทั้งแมลงปอด้วยกันเอง ในเวลาเดียวกันแมลงปอก็ยังเป็นผู้ถูกล่าจากนกและสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ ด้วย แมลงปอเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบธรณ์ทางชีวภาพ โดยเฉพาะคุณภาพของแหล่งน้ำ เนื่องจากตัวอ่อนของแมลงปอจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ และช่วยควบคุมปริมาณของยุงโดยการจับลูกน้ำของยุงกินเป็นอาหาร

ตุ้งติ้ง หมายถึง ต่างหูที่มีระย้าห้อย แกว่งไปแกว่งมาได้  ตุ้งติ้งเมื่อประดับที่หูของหญิงสาวจะเพิ่มความสวยงามชวนมองยิ่งขึ้น แต่คงไม่เหมาะกับสำหรับแมลงปอปีกบางที่เริงระบำอยู่ในธรรมชาติ ดีไม่ดีแมลงปอก็จะสำคัญตัวผิด อวดดี เย่อหยิ่ง ไม่ต่างจาก คางคกขึ้นวอ

นอกจากความสวยงามของแมลงปอจะช่วยแต่งเติมสีสันให้กับธรรมชาติ แมลงปอยังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศอีกด้วย

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

หมายเลขบันทึก: 691673เขียนเมื่อ 26 กรกฎาคม 2021 13:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 กรกฎาคม 2021 14:29 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี