ในปีนี้ดิฉันไม่ได้อยู่ร่วมประชุมคณะกรรมการสันทนาการที่จัดงานวันกีฬาสัมพันธ์และงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ เนื่องจากช่วงการประชุมคณะกรรมการจัดงาน ดิฉันติดภารกิจประชุมเรื่องตัวชี้วัด กพร. และ DSC กรมฯ ทำให้เกิดการหลุดหลายประการในการเตรียมงาน

แต่เรื่องที่อยากเล่าสู่กันฟัง คือ ดิฉันหลุดอย่างไม่น่าให้อภัยตอนมอบโล่ห์ที่ระลึกบุคลากรดีเด่นของสถาบันที่ได้รับในปี 2548 และปี 2549 ซึ่งมีบุคลากรได้รับจำนวนหลายท่าน

ตั้งใจว่าพอเจ้าหน้าที่จับรางวัลปลอบใจตอนเข้างานและแจกรางวัลเสร็จ จะจัดโล่ห์ที่ระลึกเรียงบนโต๊ะวางของรางวัลต่อ ซึ่งโดยปกติจะแจกรางวัลปลอบใจเร็ว ตั้งแต่เริ่มงานไม่นาน แต่บังเอิญปีนี้เปลี่ยนสถานที่จัดงานใหม่ ทุกคนไม่ได้เข้าข้างหน้างานเหมือนเดิม ทำให้คิวจับรางวัลยาวเลื้อยไปในบริเวณงานไม่สวยงาม เลยต้องขอให้ผู้มางานนั่งที่โต๊ะและจะมีน้องปลา (เพ็ญพิมพ์) ไปเดินให้จับรางวัลตามโต๊ะ ทำให้รางวัลออกช้ากว่าเดิม ประกอบกับคณะกรรมการประกวดลีลาศขอยืมโต๊ะสำหรับให้คณะกรรมการนั่งระหว่างให้คะแนน และขอให้ดิฉันกับพี่สุนันทาช่วยรวมคะแนนตัดสินลีลาศด้วย เลยลืมเรื่องการเรียงโล่ห์เสียสนิท

พอตัดสินลีลาศเสร็จก็ต่อด้วยพิธีมอบโล่ห์ที่ระลึกทันที ดิฉันอึ้งสนิทเลย ไม่รู้จะทำอย่างไรถึงจะจัดลำดับทัน ช่วงกำลังชุลมุนอยู่นั้นก็ได้แต่บอกผู้รับว่าขอให้รับไปก่อน แล้วมาแลกกันทีหลัง เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของสถาบันทั้งหมด ผู้รับส่วนใหญ่ก็ OK แต่พอรับไปได้ประมาณ 3 – 4 คน ก็มีเสียงบอกว่าให้เอาโล่ห์สำหรับรับและถ่ายรูปผลัดกันแค่ 2 อันก็พอ รับเสร็จแล้วค่อยมารับโล่ห์ของตนเองที่โต๊ะอีกที เหมือนสวรรค์โปรดเลยค่ะ ความวุ่นวายถึงแม้จะมีอยู่มากแต่ก็ลดลงไปเยอะ มีน้องๆ หลายคนมาช่วยกันหาโล่ห์ให้ผู้รับ ระหว่างนั้นก็กล่าวคำขอโทษผู้รับทุกคน ซึ่งทุกคนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำกล่าวให้อภัย ดิฉันประทับใจจริงๆ ถึงแม้จะวุ่นวายแต่ก็เต็มไปด้วยความสุขค่ะ

ต้องขอขอบคุณเสียงสวรรค์ที่บอกนะคะ ตอนนั้นดิฉันนึกอะไรไม่ออกจริงๆ เป็นใครช่วยเปิดเผยตัวด้วยค่ะ แต่บทเรียนที่ได้รับคือ ดิฉันต้องทบทวนในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้พร้อมกว่านี้ เพราะรู้แต่ว่าปีนี้มีผู้ได้รับโล่ห์หลายท่าน รู้แต่กลุ่มของตนเองว่ามีกี่คน แต่ไม่รู้จำนวนทั้งหมด ประกอบกับวุ่นวายหลายเรื่องเลยงงเอง

ขอโทษผู้รับโลห์ทุกท่านอีกครั้งนะคะ และขอบคุณเสียงสวรรค์ รวมทั้งน้องๆ ทุกท่านที่ช่วยกันอย่างแข็งขันตอนหาโล่ห์ให้กับบุคลากรของเราค่ะ