กลัวจนขี้ขึ้นสมอง


กลัวจนขี้ขึ้นสมอง

กลัวจนขี้ขึ้นสมอง เป็นสำนวนที่มีความหมายว่า ตกใจกลัวอย่างสุดขีด
ที่มาของสำนวน มาจาก กุ้งซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขี้อยู่บนหัวสมอง ตามนิทานโบราณมีอยู่ว่า ในสมัยดึกดำบรรพ์กุ้งมีแต่ก้ามและเปลือกบาง ไม่มีอาวุธอะไรจะใช้สู้กับศัตรู จึงถูกสัตว์อื่นจับกินจนจำนวนกุ้งลดน้อยลง  กุ้งจึงไปร้องทุกข์กับพระอุมาว่าถูกสัตว์อื่นรังแก ไม่มีอาวุธจะต่อสู้ ขอให้พระอุมาประทานพรให้กุ้งมีอาวุธป้องกันตัว พระอุมาจึงให้พรให้กุ้งมีเลื่อยสองคมที่หัว ส่วนที่หางก็ขอให้มีดาบแข็งเอาไว้ป้องกันตัว เมื่อถูกสัตว์อื่นจับกินจะได้ใช้แทงทะลุท้องสัตว์ที่กินแล้วหนีออกมาได้ แต่กุ้งต้องให้คำสัตย์ว่าจะกินแต่ซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยเท่านั้น
เมื่อกุ้งมีอาวุธประจำตัว จำนวนของกุ้งก็เพิ่มมากขึ้นจนอาหารไม่เพียงพอ กุ้งก็คิดกำเริบใช้อาวุธเจาะท้องเรือสำเภาเพื่อให้ลูกเรือจมน้ำตาย และกลายเป็นอาหารของกุ้ง พวกเรือสำเภาถูกกุ้งทำให้เรือล่มอยู่บ่อยๆ จึงไปฟ้องพระอิศวร พระอิศวรจึงให้พระยาอนันตนาคราชไปปราบกุ้ง พระยาอนันตนาคราชจึงแผลงฤทธิ์ทำให้น้ำเป็นระลอกปั่นป่วน เกิดลมพายุพัดโหมกระหน่ำ กุ้งมีความผิดติดตัวอยู่แล้วก็กลัวมากจนกระเพาะและของที่กินเข้าไปขึ้นไปอยู่ที่สมอง ตั้งแต่นั้นมาระบบย่อยอาหารทั้งหมดของกุ้งจึงอยู่ที่หัว

กุ้งจัดอยู่ในไฟลัมสัตว์ไม่มีกระดูกสัตว์หลัง กุ้งเป็นสัตว์น้ำมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม หายใจด้วยเหงือก ลำตัวยาว แบน แบ่งเป็นปล้องๆ เปลือกที่หุ้มท่อนหัวและอกคลุมมาถึงอกปล้องที่ 8 ส่วนใหญ่มีกรี ก้ามและขาอยู่ที่ส่วนหัวและอก มี 10 ขา โดยปกติชอบหลบซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ตามพื้นน้ำหรือในซอกมืดๆ ออกหากินในเวลากลางคืน กินทั้งพืชและสัตว์อาหาร

กุ้งมีลำตัว 2 ส่วน คือส่วนหัวและส่วนหาง ในส่วนหัวจะมีหัวใจอยู่บริเวณด้านเหนือกระเพาะอาหารและอวัยวะสืบพันธุ์อยู่ในช่องรอบหัวใจ มีช่องเล็กๆให้เลือดในช่องนี้ไหลเข้าไปในหัวใจได้ หลอดเลือดที่สำคัญมีหลายเส้นทั้งร่างกาย เมื่อกุ้งกินอาหาร อาหารจะถูกส่งไปย่อยที่กระเพาะตรงส่วนหัวกุ้งแล้วส่งต่อไปที่ลำไส้ที่เป็นเส้นดำบนหลังกุ้ง ของเสียในลำไส้ของกุ้งก็คือส่วนที่เป็นขี้ของกุ้งนั่นเอง

กุ้งที่นิยมบริโภค ได้แก่

กุ้งขาว
เป็นกุ้งน้ำเค็ม มีลักษณะลำตัวสีขาวใสหางสีแดง กุ้งขาวโตเต็มที่ใช้เวลา 120 วัน โดยจะมีน้ำหนักประมาณ 35-135 กรัมต่อตัว ขึ้นอยู่กับการเลี้ยง เมนูที่นิยมใช้กุ้งขาว ได้แก่ ข้าวผัดกุ้ง กุ้งชุบแป้งทอด กุ้งคั่วเกลือ กุ้งทอดกระเทียม

กุ้งแชบ๊วย
เป็นกุ้งน้ำเค็มในธรรมชาติ สามารถพบได้มากในจังหวัดระนอง ลำตัวมีสีขาวขุ่น ขนาดใหญ่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 100 กรัมต่อตัว แต่ถ้าเป็นกุ้งธรรมชาติอาจมีน้ำหนักมากกว่านั้น
เมนูที่นิยมใช้กุ้งแชบ๊วย ได้แก่ กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งอบเกลือ กุ้งย่าง กุ้งเผา

กุ้งลายเสือ
เป็นกุ้งน้ำเค็มขนาดใหญ่ มีลายสีแดงสลับดำคล้ายกับลายเสือ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ กุ้งลายเสือ ขนาดใหญ่สุดจะยาวถึง 1 ฟุต โดยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 400-500 กรัมต่อตัวเลยทีเดียว 
เมนูที่นิยมใช้กุ้งลายเสือ ได้แก่ กุ้งเผา กุ้งอบเนย กุ้งย่างเกลือ

กุ้งแม่น้ำ 
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากุ้งหลวงหรือกุ้งนาง
เป็นกุ้งแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่สีเขียวอมฟ้าหรือม่วง สามารถพบได้ในเขตแม่น้ำภาคกลาง โดยจะมีไขมันมากตรงหัวและเนื้อขาวแน่น กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มีน้ำหนักถึง 400-600 กรัมต่อตัว
เมนูที่นิยมใช้กุ้งแม่น้ำ ได้แก่ กุ้งเผา ต้มยำกุ้ง กุ้งทอดซอสมะขาม กุ้งแม่น้ำคั่วเกลือ

กุ้งแคเนเดียนล็อบเตอร์หรือ ตั๊กแตนทะเล
เป็นที่รู้จักกันในนามราชาแห่งอาหารทะเล เป็นกุ้งน้ำเค็มที่อยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก โดยจะมีสีน้ำตาลสนิมไปจนถึงสีน้ำตาลเขียว และเมื่อนำไปทำอาหารจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดงหรือสีส้ม น้ำหนักของล็อบเตอร์เมื่อโตเต็มวัยจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-2,500 กรัมต่อตัว
เนื่องจากเนื้อล็อบเตอร์มีรสชาติหวานอยู่ในตัวแล้วจึงเหมาะสำหรับนำไปทำอาหารที่ไม่ต้องปรุงมาก เช่น การนึ่ง ต้ม ย่าง หรือบาร์บีคิว

กุ้งมังกรเจ็ดสี หรือ Phuket Lobster
ถือว่าเป็นสุดยอดของกุ้ง โดยเฉพาะกุ้งมังกรภูเก็ต เพราะจะมีกระดองบางกว่ามาก ทำให้มีเนื้อมากเป็นพิเศษ และมีเนื้อแน่น หวาน ไม่ยุ่ย มีน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัมต่อตัว
สามารถกินสดๆแบบซาซิมิได้ หรือนำไปอบ ย่าง เผา ผัดหรือนึ่งได้

ความอร่อยของกุ้งอยู่ที่มันที่หัวของกุ้ง ที่มีคอเลสเตอรอลสูง หากรับประทานมากเกินไปจะส่งผลต่อภาวะไขมันในเลือดสูง และเป็นสาเหตุของโรคต่างๆได้ มันของกุ้งก็คือตับ ทำหน้าที่ย่อยอาหารของกุ้ง เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและสารพิษ รวมทั้งสารโลหะหนัก จึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป และควรทำให้สุกด้วยความร้อนเพื่อให้ปลอดภัยต่อการบริโภค แม้ว่ากุ้งจะเป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อยสักเพียงใด โปรดระลึกอยู่เสมอว่า กุ้งนั้น "กลัวจนขี้ขึ้นสมอง"

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี