บทความเรื่อง How unconscious forces control our actions ลงใน เว็บไซต์ BBC Future (1) ให้ความรู้ใหม่เรื่องจิตไร้สำนึก น่าอ่านมาก เป็นอีกมุมมองหนึ่งของมิติด้านในของมนุษย์ ที่ผมเขียนไว้ในบันทึกหมายเลข 3995 และ 4000
ช่วงทศวรรษ 1980s นักจิตวิทยา Benjamin Libet ทำการทดลองง่ายๆ ที่สรุปได้ว่า สมองส่วนไร้สำนึกทำงานออกคำสั่งกิจกรรมก่อนที่สมองส่วนสำนึกจะรู้ตัว
หนักเข้าไปอีก ผลงานวิจัย On Making the Right Choice: The Deliberation-Without-Attention Effect บอกว่าเวลาไปซื้อของ การตัดสินใจโดยไม่คิดมากหรือไม่คิดเลย ดีกว่าการตัดสินใจหลังคิดแล้วคิดอีก
งานวิจัยทั้งสองนี้ ทั้งสร้างกระแสตื่นตัว และกระแสขัดแย้ง เพราะเป็นงานวิจัยที่ทำซ้ำให้ได้ผลตรงกันยาก และเป็นที่รู้กันว่า ปัจจัยที่อิทธิพลต่อการตัดสินใจโดยเราไม่รู้ตัวมีมากมาย เช่น อารมณ์ เหนื่อย หิว เครียด ความเชื่อฝังใจ ประเด็นสำคัญคือต้องตระหนักว่าการตัดสินใจของเรามีโอกาสบิดเบี้ยวได้จากสารพัดปัจจัย
ที่จริงบทความเอ่ยถึงงานวิจัยอื่นอีก ที่ช่วยส่งเสริมทั้งความตื่นเต้นและความสับสน ลงท้ายผู้เขียนสรุปว่า สำนึกรู้และการตัดสินใจเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของจิตสำนึก และจิตไร้สำนึก
งานวิจัยที่ทำมา ๔๐ ปี และได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2017 คือผลงานของ Richard H Thaler (2) โดยมีประเด็นสำคัญคือ (๑) มนุษย์มีข้อจำกัดด้านการรับรู้ (๒) มนุษย์มีปัญหาด้านการควบคุมตนเอง และ (๓) มนุษย์ตกอยู่ใต้อิทธิพลของสังคม
ในปี 2009 Thaler เขียนหนังสือขายดีอันโด่งดังชื่อ Nudge : Improving Decisions about Health, Wealth and Happiness เสนอตัวช่วย (เรียกว่า nudge – ตัวสะกิด เครื่องเตือนสติ) ให้คนเราคิดและตัดสินใจอย่างมีเหตุผลอยู่กับร่องอยู่กับรอย สะกิดให้ไม่โดนสะกดโดยความเย้ายวน แต่บทความ (1) ก็เถียงว่า ผู้ใช้ nudge เป็น ไม่ได้มีเฉพาะฝ่ายหวังดีเท่านั้น ฝ่ายมารก็รู้จักเอา nudge ฝ่ายมารมาล่อใจเราด้วย หรือบางทีฝ่ายหวังดีก็ใช้ nudge ผิดๆ แทนที่จะก่อผลดี กลับก่อผลลบ
ผมมีเครื่องเตือนสติของตนเองมาตั้งแต่เด็ก ด้วยการมีเป้าหมายระยะยาวในชีวิต และคอยเตือนตนเองให้ไม่เสียเวลาเสียสมองกับเรื่องที่ไม่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายนั้น
ปีนี้เอง นักจิตวิทยารางวัลโนเบลรุ่นพี่ของ Thaler คือ Daniel Kahneman ก็เขียนหนังสือ Noise : A Flaw in Human Judgement (2021) ออกมาแบบดังเปรี้ยงปร้าง ชี้ปรากฏการณ์ความผิดพลาดในการตัดสินใจของมนุษย์แบบไร้ทิศทาง (random) เรียกว่า noise ต่างจาก bias ที่เป็นความผิดพลาดที่มีทิศทาง (non-random) กล่าวได้ว่า เมื่อไรมีการตัดสินใจ จะมีความผิดพลาดแบบ noise เกิดขึ้นทันที จึงต้องมีเครื่องมือช่วยลดความไม่แม่นยำนั้น เรียกว่า noise audit
ขอขอบคุณ ดร. นพ. บดินทร์ ทรัพย์สมบูรณ์ ที่กรุณาส่งลิ้งค์ (1) มาให้
วิจารณ์ พานิช
๑๖ พ.ค. ๖๔