สมัยเป็นเด็ก ผมได้รับคำชมว่า “หัวไว”     บัดนี้แก่ใกล้ตาย ผมฝึก “คิดช้า”    หรือฝึกให้เป็นคน “หัวช้า”   

นี่คือการนำทฤษฎี คิดเร็ว – คิดช้า (๑) ของ Daniel Kahneman มาใช้ในชีวิตประจำวัน    และผมค่อยๆ ใช้ชีวิตเข้าสู่การฝึกคิดช้าชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ   มาชัดมากจนตัวเองตระหนักเอาตอนวิกฤติโควิด ๑๙ ระบาดนี่แหละ    เพราะมีเวลาคิดช้ายาวๆ ราวๆ สองชั่วโมงเกือบทุกเช้าหลังออกไปเดินออกกำลัง   ถ้าเป็นสมัยก่อนเป็นช่วงเวลาฝ่ารถติด เพื่อออกไปประชุม   

คิดช้าคือคิดแบบใคร่ครวญไตร่ตรอง     หาทางมองหลายๆ มุม    หาทางเถียงตัวเอง  หรือเถียงคนอื่น    ซึ่งก็คือการคิดแบบ reflection (ใคร่ครวญสะท้อนคิด)            

เรื่องที่เหมาะสำหรับนำมาฝึกคือเรื่องที่มีความซับซ้อนมากๆ     ผมโชคดีที่แม้แก่งั่กแล้ว ก็ยังได้รับโอกาสเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการของเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ    โดยเฉพาะเรื่องการศึกษากับเรื่องระบบ ววน. (วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม)   และมีบ้างด้านการวิจัยด้านสุขภาพ    ผมจึงได้เรื่องฟรีสำหรับนำมาฝึกคิดช้า    ที่จริงไม่ใช่ฟรี ยังแถมเงิน (ค่าเบี้ยประชุมนิดๆ หน่อยๆ) ให้ด้วย   

บับว่าเป็นคนมีบุญนะครับ    ไม่น่าเชื่อ ว่าชีวิตผมจะมีบุญถึงขนาดนี้   

ที่จริงผมได้ฝึกคิดช้ามาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว     เมื่อเริ่มเขียน บล็อก Gotoknow นี่แหละ    โดยผมฝึกเขียนแบบ reflective journal    คือเขียนจากการตีความ   ท่านจะเห็นว่าหลายครั้งผมเขียนแล้วเถียงตัวเอง โดยเสนออีกมุมมองหนึ่ง      เป็นการสะท้อนว่าเรื่องนั้นมันซับซ้อน (มี complexity สูง)    คนเราย่อมมองต่างมุมได้เสมอ   

Complexity จึงเป็นเครื่องมือของการคิดช้า   นับเป็นเครื่องมือชิ้นที่ ๒    โดยชิ้นที่ ๑ คือ reflective journal     

เครื่องมือชิ้นที่ ๓ คือสภาพจิตที่ “เลยการคิดแบบใช้เหตุผล” (beyond reasoning)    ไม่กังวลเรื่องถูกผิด    มุ่ง “คิดแบบไม่คิด”  ที่เรียกว่ามุ่งใช้ “ปัญญาญาณ” (intuition) (๒)   ซึ่งพลังส่วนหนึ่งมาจากการสั่งสมความรู้ความเข้าใจสรรพสิ่งจากหลากหลายมุม ช่วยให้ช่วงคิดช้าเป็นการ “คิดแบบบูรณาการ”    

เครื่องมือชิ้นที่ ๔ คือ เรื่องจริง เหตุการณ์จริง หรือข้อเสนอจริงของผู้มีปัญญามาก   เป็นการคิดจากเรื่องจริงหาคำอธิบายปรากฏการณ์นั้นๆ เก็บสั่งสมไว้    ช่วยการ “คิดแบบไม่คิด” ในภายหลัง     เรื่องจริงเชิงซับซ้อนนี้ มีอยู่ทั่วไป     โดยเฉพาะในเรื่องใหญ่ ๓ ระบบที่ผมมีส่วนเข้าไปเรียนรู้   

ผมจึงได้โอกาสฝึกเรียนรู้จากระบบของประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าล้าหลังตกยุค    และดื้อต่อการเปลี่ยนแปลงสูง     โดยการ “คิดช้า” ผ่านการคิดเชิงตรวจสอบ (deliberative)        

 

วิจารณ์ พานิช

๘ พ.ค. ๖๔