ว่าด้วยวัคซีนโควิดท้องถิ่น


ว่าด้วยวัคซีนโควิดท้องถิ่น

4 มิถุนายน 2564

: ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น) [1] 

 

มีปัญหาที่กล่าวขานกันมาเรื่อง “การปลดล็อกซื้อวัคซีนเองและปัญหารัฐกระจายวัคซีนล่าช้า” ในส่วนของท้องถิ่นก็มีปัญหาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจฉีดวัคซีนให้สุนัขและแมว เพียงเพื่อป้องกันโรคให้หมาแมว แต่ อปท.กลับไม่มีหน้าที่ฯ ฉีดวัคซีนเพื่อรักษาชีวิตของประชาชนในเขตท้องถิ่นตนเอง เป็นการตีความที่ก่อความเดือดร้อนเสียหายต่อ อปท.และต่อประชาชนอย่างร้ายแรงหรือไม่ อย่างไร มันผูกโยงเป็นปัญหาการเมืองระดับมหาอำนาจโลกไปแล้ว [2]

 

อปท.ถือเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐหน่วยงานหนึ่ง

 

หน้าที่และอำนาจของ อปท.ในการป้องกันและควบคุมโรคนั้น ได้ตราบัญญัติไว้ในกฎหมายจัดตั้ง อปท. ระดับพระราชบัญญัติ จึงมิใช่ว่าหน่วยงานใด หรือผู้ใดต้องมาตีความและให้ความเห็นหรือมีคำสั่งเพื่อ “หักล้างหรือยกเว้นบทบัญญัติตามกฎหมาย (พ.ร.บ.) ได้ ซึ่งอาจมีการฟ้องร้อง องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล และ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) รวมถึง กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยาด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 [3] ที่ อปท.ละเลยไม่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจดังกล่าว นี่คือประเด็น

ตัวอย่าง กรณี อบจ. การป้องกันและควบคุมโรคบัญญัติไว้ชัด ใน พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 45(8) และ ตามข้อ 14 แห่งกฎกระทรวง พ.ศ.2541 [4] และ พ.ร.บ.อบจ.มาตรา 45(9) [5] และ ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มาตรา 17(19) [6] เป็นต้น 

 

เหตุใดจึงตีความว่า อปท.ไม่มีหน้าที่และอำนาจ

 

การตีความบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าทำไม่ได้ เป็นปัญหาภายหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตประชาชนการป้องกันควบคุมโรคติดต่อ ที่ต้องระดมสรรพกำลังกันทุกองค์กร แม้จะอ้างความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่กลับไม่อ้างข้อกฎหมายใดถึงสาเหตุหรือเหตุผลสนับสนุนตามฐานอำนาจของกฎหมายที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพียงมีความเห็นว่า “ระยะเริ่มแรก อปท.ทำไม่ได้” เพราะ มท.1 บอกว่า “ในระยะแรกนี้ ควรให้รัฐเป็นผู้จัดซื้อ สำหรับ อปท.และเอกชนไม่สามารถดำเนินการได้” [7] นอกจากนี้ในปัญหาการตีความใช้งบประมาณ เพื่อการสาธารณภัยหรือภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉินของ อปท.นั้น จะติดว่า รัฐยังไม่ยอมรับและประกาศว่าเป็นสาธารณภัยที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติ

ฝ่าย รมว.มหาดไทย (มท.1) ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.จัดตั้ง ผู้กำกับดูแลระดับสูงของ อปท.ไม่กล้ายืนยันใน “หน้าที่และอำนาจ” ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นของ อปท. แต่กลับยึดอ้างว่า “กฎหมายไม่เปิดช่อง” และคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขาดเหตุผลรองรับ แม้ มท.อาจพิจารณาแก้ไขระเบียบให้ใช้เงินท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิดได้ ซึ่งไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่กลับโยนให้ ศบค.อนุมัติ เพราะการจัดหาวัคซีนเองเป็นหน้าที่ของรัฐไม่ใช่ภาระท้องถิ่นโดยตรง [8] ที่รัฐมีหน้าที่จัดซื้อวัคซีนเพื่อป้องกันโรคให้ประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 “แต่ อปท.ถือเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐหน่วยงานหนึ่ง” จำได้ว่า อปท.ถูกฝ่ายรัฐบาลเบรคไม่ให้ อปท.จัดหาวัคซีนมาก่อนหน้าเมื่อต้นปี 2563 [9] ในช่วงการระบาดรอบแรก (wave 1) มารอบนี้เป็นการระบาดในรอบที่ 3 (wave 3) ก็ถูกเบรคซ้ำสอง เป็นการสร้างวาทกรรมความเข้าใจผิดที่อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อพัฒนาการของ อปท.ในอนาคตมาก 

ในประเด็นปัญหาว่า “อาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ” ในความแตกต่างระหว่าง อปท.ที่มีรายได้มาก กับ อปท.มีรายได้น้อยนั้น เป็นความแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงที่มิใช่สาระแห่งเหตุผล เพราะ อปท.ต่างจากราชการส่วนภูมิภาค หรือส่วนกลางที่รัฐควบคุม แต่สำหรับราชการส่วนท้องถิ่นนั้น รัฐจะทำอย่างนั้นไม่ได้ รัฐต้องดูความประสงค์และต้องการของประชาชนในพื้นที่ด้วยตามหลักการกระจายอำนาจ ที่แต่ละ อปท.จะแตกต่างกันในแต่ละบริบทแต่ละท้องที่ ทั้งพื้นที่ป่าเขาชนบทหรือเขตเมืองที่ย่อมต่างกัน 

กรณีวัคซีนป้องกันโรคระบาดสำคัญนี้แม้เป็นหน้าที่ของรัฐตามโครงสร้างที่รัฐ โดย ศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 (ศปก.ศบค.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ ตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อการบริหารจัดการป้องกันและควบคุมโรคที่ระบาดแพร่ไปทั่วโลกที่ดำเนินการมาร่วมปีเศษนั้น [10] เป็นสิ่งที่ดี แต่กลับเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด แทนที่รัฐจะเข้ามาอุดหนุนเพิ่มในส่วนของ อปท.ที่ขาดไปย่อมดีกว่า ไม่ไปอ้างความเหลื่อมล้ำ เพราะในมิติของความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจนั้นมีมากมายกว่า อปท.แต่ละพื้นที่ก็ควรจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดได้ตามกำลังศักยภาพซึ่งสอดคล้องกรณีที่ อบจ.และอปท.ขนาดใหญ่หรือ อปท.ที่พร้อมได้ออกมาขานรับในความสามารถศักยภาพที่ อปท.สามารถจัดงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัคซีนได้เอง โดย อบจ.อาจร่วมกับ อบต.หรือเทศบาลจัดซื้อวัคซีนร่วมกันได้ ส่วนในเทคนิคทางการแพทย์วิธีการฉีดแก่ประชาชนควรทำความตกลงร่วมมือกับ หน่วยงานสาธารณสุข เพื่อการควบคุมและบริหารจัดการวัคซีนที่ดี เช่น การจ้างบุคลากรทางการแพทย์ของเอกชนเข้ามาทำการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง หรือ หาก อปท จ่ายซื้อวัคซีนแล้วเหลือจะทำอย่างไร ฯลฯ เป็นต้น เพื่อให้เป็นแบบเดียวกับทั่วประเทศ ดังเช่นกรณีที่ผ่านมา อปท.เคยร่วมกับปศุสัตว์ในการซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า [11] โดย อปท.เป็นผู้ฉีดเอง

 

งบประมาณใช้จ่ายของรัฐและ อปท.

 

งบเงินกู้ของรัฐในการป้องกันและควบคุมโรคโควิดที่ผ่านมา รัฐไม่ได้จัดสรรแบ่งให้ อปท.และไม่ได้อยู่ในสัดส่วนเปอร์เซ็นงบจัดสรรร้อยละ 35 แต่อย่างใด [12] การบริหารแบบรวมศูนย์อำนาจ การรวบอำนาจแบบรัฐราชการ [13] เป็นปัญหาที่สะท้อนออกมาในรูปของ “การจัดหาวัคซีนเพื่อบริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงทันการ” หน่วยงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งไม่มีอำนาจมากเท่า ศบค.กลับออกมารับ “วัคซีนทางเลือก” แทนรัฐ [14] และรัฐควรนำเงินกู้ที่อ้างเรื่องโควิดมาจัดสรรให้แก่ อปท.ดำเนินการได้ อปท.ใดที่มีไม่เงิน​จ่าย​ค่าวัคซีนได้ชาวบ้านทราบ​ก็จะไม่มากดดัน เพราะแต่ละจังหวัดงบไม่เท่ากัน ประกอบกับปัจจุบัน อปท.มีปัญหาสถานการณ์การคลัง [15] รายได้ที่ท้องถิ่นจัดหาได้เองมีเพียง 5-10% ในขณะที่รายได้ไม่เป็นไปตามงบที่ตั้งขาดถึง 10-30% และมีเงินสะสมและทุนสำรองเงินสะสมเหลือน้อย อปท.บางแห่งมีการใช้งบประมาณไปก่อนการเลือกตั้งก่อนหน้าเป็นจำนวนมากชนเพดานเงินสะสมที่มีที่ต้องไปยกเว้นหลักเกณฑ์ระเบียบฯ การจ่าย และเนื่องจากไม่มีข้อกฎหมายใดบัญญัติห้ามไว้ จึงเป็นฐานอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาว่า อปท.ใดจะซื้อวัคซีนได้หรือไม่ อย่างไร ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อระดับจังหวัดผู้กำกับการบริหารราชการแผ่นดินส่วนภูมิภาค

 

พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ​ พ.ศ.2561 [16]

 

“มาตรา 9 คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับความคุ้มค่า และภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว”

 

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย​ ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน​ และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น​ พ.ศ.2547 แก้ไข (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 [17]

 

ข้อ 89 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจใช้จ่ายเงินสะสมได้ โดยได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่นภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ให้กระทำได้เฉพาะกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเกี่ยวกับด้านการบริการชุมชนและสังคม หรือกิจการที่เป็นการเพิ่มพูนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือกิจการที่จัดทำเพื่อบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือตามที่กฎหมายกำหนด

(2) ได้ส่งเงินสมทบกองทุนส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทตามระเบียบแล้ว

(3) ให้กันเงินสะสมสำรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรไม่น้อยกว่าสามเดือนและกันไว้อีกร้อยละสิบของงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและกรณีที่มีสาธารณภัยเกิดขึ้น (4) เมื่อได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินสะสมแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการก่อหนี้ผูกพันให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีถัดไป หากไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดให้การใช้จ่ายเงินสะสมนั้นเป็นอันพับไป

ทั้งนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายเงินสะสม โดยคำนึงถึงฐานะการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเสถียรภาพในระยะยาว

ข้อ 89/1 ในกรณีที่มีภารกิจตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลหรือกระทรวงมหาดไทยและจำเป็นต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและงบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอและไม่ต้องด้วยเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินสะสมหรือเงินทุนสำรองเงินสะสมตามข้อ 87 และข้อ 89 ปลัดกระทรวงมหาดไทยอาจอนุมัติยกเว้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายจากเงินสะสมหรือเงินทุนสำรองเงินสะสมได้โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

เงื่อนไขการปลดล็อกวัคซีนโควิดท้องถิ่นติดขัดตามกฎหมาย​ 2 ฉบับ 

 

พิจารณาเริ่มต้นจากกฎหมายจัดตั้ง อปท. เป็นอำนาจตามกฎหมายของปลัดกระทรวงมหาดไทย​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) หากปลดล็อกได้ตามคำเรียกร้องของ นายก อบจ. นายกเทศมนตรีเมือง เทศบาลนครฯ​ จะเป็นความนิยมแบบ “ประชานิยม” ที่รัฐมีกฎหมายห้ามนายก อปท.หรือเจ้าหน้าที่การเมืองของรัฐใช้ประโยชน์เพื่อการหาเสียงเอาไว้ เพราะการเปิดช่องทาง​ประชานิยมดังกล่าวอาจเกิดคำครหาได้ ดังข้อกล่าวหาที่ใช้ลงโทษนักการเมือง เช่น การฝ่าฝืนกฎหมาย ฝ่าฝืนความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดี ของประชาชน มีข้อ “ห้ามทำประชานิยมกฎหมายการเงินฯ​ คุมครม.จัดงบก่อหนี้ต้องแจงสาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย” ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังที่ประกาศ มีผลบังคับใช้เมื่อ 20 เมษายน 2561​ [18] ห้ามทำประชานิยม โดยมีคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ “นายกรัฐมนตรี” กำกับควบคุม

พิจารณาจากกฎหมาย​ 2 ฉบับ​ ที่สัมพันธ์กันมีข้อสังเกต​เหตุติดขัดติดล็อกอยู่ 2 ประการ คือ (1) ตามกฎหมายจัดตั้ง อปท. ที่ได้ตราอนุบัญญัติ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยในการใช้จ่ายเงินสะสม ตามเงื่อนไข​ 3 ประการ​ ตาม​ ข้อ​ 89 และตามข้อ 89/1 แห่ง​ ระเบียบ มท.ฯ​ พ.ศ.2547 แม้ว่า​อำนาจปลดล็อกอยู่กับ​ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ แต่จะถือเป็นการเปิดช่องให้ท้องถิ่นใช้เงินสะสมไปสร้าง “ความนิยมทางการเมือง” ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเงินสะสมของ อปท.และประชาชนในระยะยาวได้หรือไม่  (2) กรณี มท. ปลดล็อกให้​ อปท.​ สามารถนำเงินสะสมไปจัดซื้อวัคซีนมาฉีดฟรีนั้น​ มท.1 ควรคำนึงว่าเข้าข่าย “ข้อห้ามทำประชานิยม” ตาม​ มาตรา​ 9 แห่ง​ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 หรือไม่

 

บทสรุปและข้อเสนอเชิงสร้างสรรค์

 

เกี่ยวกับงบประมาณการจัดหาวัคซีนของ อปท.ดังกล่าวทั้ง 2 หน่วยงาน คือ (1) ศบค. (2) สตง. ต้องปรึกษาหารือกัน เพื่อมิให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติการใช้งบประมาณในแนวโยบายของรัฐเช่นที่ผ่านมา เพราะต้องยอมรับว่า ในเรื่องภารกิจถ่ายโอนฯ จากหน่วยงานต่างๆ มา อปท.นั้นมีปัญหามาก ที่ยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ หรือกลับแย่ลงกว่าเดิม เพราะยังไม่มีคนเข้าใจ หรือ อปท. ยังไม่มีบุคลากรทักษะวิชาชีพรองรับในภารกิจถ่ายโอนนั้นๆ ซึ่งการทำให้ท้องถิ่นขาดคน ดูเหมือนเป็นแผนบอนไซท้องถิ่นของ มท. การยอมรับความจริงของรัฐบาลว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิดนั้นได้เข้าสู่ภาวะวิกฤติแล้ว เพื่อเปิดทางให้ อปท. ใช้งบประมาณได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รัฐบาลไม่ควรคิดว่า หาก อปท.(โดยเฉพาะอบจ.) ทั้งประเทศจัดซื้อได้จริง คนก็รอฉีดกับงบ อปท. จึงไม่มีใครรอวัคซีนจากส่วนกลาง แล้วรัฐบาลก็จะเสียหน้า เสียคะแนนไป จึงไม่ยอมปล่อยปลดล็อกให้ อปท. หากตั้งใจแก้ปัญหาโควิดให้จบได้ ศบค. กับ อบจ.และ อปท.ขนาดใหญ่ควรพิจารณาร่วมกัน เพราะต้องคุมการบริหารจัดการใช้งบประมาณให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพและคุณภาพ ซึ่ง มท. ต้องเป็นกลางและยอมรับความเป็นจริง นอกจากนี้ บรรดานักการเมืองที่อยากได้หน้า อยากหาเสียงจากงบประมาณโควิดพึงระวังว่าอาจผิดกฎหมายได้ ลองคิดดูหากจะให้เศรษฐกิจชาติดี คนมีรายได้ ท้องถิ่นก็จะดีตาม เพราะเศรษฐกิจขับเคลื่อนมีรายได้เพิ่มขึ้น มิใช่การปิดล็อกเมืองเศรษฐกิจดับ คนขาดรายได้ ดังเช่นปัจจุบัน การเสริมสร้างรายได้ท้องถิ่นและการแก้ไขปัญหาโควิดเป็นการวัดทักษะความรู้ ของนักบริหาร ทั้งตัวนายก อปท.เอง หรือ ปลัด อปท.และทีมงานด้วย

ขอสรุปเรื่องวัคซีนโควิดนี้ว่า (1) เมื่อกฎหมายระบุชัดเจนให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ อปท.ก็ควรให้ อปท. ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายได้ เว้นแต่นอกเหนือกฎเกณฑ์หรือระเบียบใดก็ควรแก้ไขโดยด่วนที่สุด อย่ายื้อยุด (2) กรณีตัวอย่างศึกษาที่ผ่ามาการซื้อวัคซีนสุนัขแมว อาจรวมถึง วัว ควาย ไก่ เป็ด ฯลฯ ที่ อปท.ซื้อวัคซีนสัตว์ได้ แต่ของคนที่สำคัญมากกว่าทำไมซื้อไม่ได้ (3) หากเป็นผลประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลเรื่องหน้าตา จึงห้าม อปท.ทำนั้น ถือว่าเสียหายมาก เพราะผลประโยชน์ส่วนรวมเรื่องสุขภาพและชีวิตประชาชน คือ เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจและพัฒนาการของบ้านเมืองต่างหาก

 

พอตาสว่างกันบ้างหรือยัง บ้านเมืองต่างประเทศเขาไปกันไกลกันแล้ว เราอย่าไปอุดอู้ยื้อยุดกันเลย


 

[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น), สยามรัฐออนไลน์, 4  มิถุนายน 2564, https://siamrath.co.th/n/249869   

[2]“วัคซีนโควิด-19” ปัญหาการเมืองระดับมหาอำนาจโลก, โดย PPTV Online, 6 กุมภาพันธ์ 2564, https://www.pptvhd36.com/news/สุขภาพ/141653 

[3]ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

[4]กฎกระทรวง (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 กิจการที่ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ข้อ (14) ป้องกันและบำบัดรักษาโรค ดู http://www.local.moi.go.th/law110.pdf 

[5]มาตรา 45 องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการภายในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด ดังต่อไปนี้ ...

(8) จัดทำกิจการใดๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกิจการนั้นเป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(9) จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด…

[6]มาตรา 17 ภายใต้บังคับมาตรา 16 ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง ดังนี้ ...

(19) การจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ...

[7]บรรณ แก้วฉ่ำ อ้างจากเฟซบุ๊ก 31 พฤษภาคม 2564 ดู สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย ส่งหนังสือถามความชัดเจน ‘มหาดไทย’ 4 ข้อ ปมจัดซื้อวัคซีนให้ประชาชน, ข่าวมติชน, 31 พฤษภาคม 2564, https://www.matichon.co.th/politics/news_2751594  

& “บิ๊กตู่” ไม่ขัด อปท.ซื้อวัคซีน ถ้า กม.ทำได้ ห่วงปัญหาการเมืองงบไม่เท่ากัน ลั่น 7 มิ.ย.ได้ฉีดแอสตร้าฯ, ผู้จัดการออนไลน์, 31 พฤษภาคม 2564, https://mgronline.com/politics/detail/9640000052455 

[8]ด่วน "พล.อ.อนุพงษ์" เบรกท้องถิ่น จัดซื้อวัคซีนเอง ต้องให้ ศบค.อนุมัติ, ข่าวสด, 31 พฤษภาคม 2564, 

https://www.khaosod.co.th/politics/news_6426824 

& นักวิชาการ ข้องใจผู้ตรวจการฯ ใช้ กม.ใดท้วง อปท.ซื้อวัคซีน ชี้ท้องถิ่นมีอำนาจตามกฎหมาย, ข่าวมติชน,31 พฤษภาคม 2564, https://www.matichon.co.th/politics/news_2750387 

[9]ดู ท้องถิ่นรวย vs จน ภาพสะท้อนเหลื่อมล้ำ ซื้อวัคซีนโควิด ต่างกันราวฟ้ากับเหว, ไทยรัฐออนไลน์, 15 มกราคม 2564, https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2012700  

& มท.1 ชี้ อปท. มีอำนาจซื้อวัคซีนแจกปชช. โยน กกต.เคาะ 'ใช้วัคซีนหาเสียง ลต.ท้องถิ่น' ได้หรือไม่, trueid.net, 14 มกราคม 2564, https://news.trueid.net/detail/JYPEJmDRwZ4z

& 'อนุทิน' หนุน อปท.ซื้อวัคซีนให้ ปชช. - ทน.รังสิต พร้อมทุ่มซื้อ90ล. - 2บ.ยื่น อย. แล้วขออนุมัติใช้ในไทย, ข่าวมติชน, 13 มกราคม 2564, https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_2526489 

& "อนุทิน" ไม่ขวาง อปท.จัดหาวัคซีนโควิด-19 แต่ขอให้มาหารือกับ สธ., Hfocus.org เจาะลึก, 12 มกราคม 2564, https://www.hfocus.org/content/2021/01/20842  

[10]ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ศบค.ชุดใหญ่ ไฟเขียว ประกาศขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วราชอาณาจักร ออกไปอีก 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน- 31 กรกฎาคม 2564.

ดู ศบค. ประกาศขยายเวลาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่ออีก 2 เดือน, ประชาชาติธุรกิจ, 21 พฤษภาคม 2564, https://www.prachachat.net/general/news-674014 

[11]ดู โครงการความร่วมมือการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ประจำปี 2564 ภายใต้โครงการสัคว์ปลอดโรคคนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนาวี,แนวทางการใช้จ่ายงบประมาณของ อปท.กรณีเกิดโรคระบาดสัตว์, หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท 0819.3/ว 571 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2564, http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2021/3/25165_1_1616392404661.pdf 

[12]รายได้ อปท.มีสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐ ต้องเป็นร้อยละ 35 ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ในข้อเท็จจริงรัฐไม่สามารถจัดสรรรายได้ให้ อปท.ถึงร้อยละ 35 ได้เลย แต่มีความพยายามในการปรับแต่งตัวเลขให้ดูสูงขึ้นกว่าความจริง ตามข้อมูลย้อนหลัง สัดส่วนต่อรายได้รัฐบาล

จากข่าวผู้จัดการออนไลน์(2562) ปี 2559 = 28.16 % ปี 2560 = 29.36 % ปี 2561 = 29.42 % ปี 2562 = 29.47 % 

จากรายงานสำนักงบประมาณของรัฐสภา (2564) ปี 2561 = 28.8 % ปี 2562 = 29.5 % ปี 2563 = 29.4 % ปี 2564 = 29.5 %

ดู การกำหนดเป้าหมายสัดส่วนรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อรายได้สุทธิของรัฐบาล, สำนักนโยบายการคลัง, ใน การคลังปริทัศน์ ฉบับที่ 6/2559 มีนาคม 2559, http://www.fpo.go.th/main/getattachment/General-information-public-service/Finance-of-general-observation/5513/CNT0015593-1.pdf.aspx 

& รัฐสรุปปันรายได้ให้ท้องถิ่นปี 63 สัดส่วนรายได้ต่อรายได้สุทธิ ในอัตราร้อยละ 30 หรือ 8.2 แสนล้าน คาด อปท.จัดเก็บได้เอง 7.5 หมื่นล้าน, ผู้จัดการออนไลน์, 13 พฤษภาคม 2562, https://mgronline.com/politics/detail/9620000045653 

& วิเคราะห์งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, สำนักงบประมาณของรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parbudget/download/article/article_20200826094833.pdf 

[13]นักวิชาการ ชี้ รัฐราชการรวมศูนย์ กลัวถูกสั่นคลอน เหตุไม่ให้ท้องถิ่นซื้อวัคซีนให้ปชช., มติชนออนไลน์, 2 มิถุนายน 2564, https://www.matichon.co.th/politics/news_2756144 

[14]‘วิษณุ-หมอนิธิ’ชี้แจง ประกาศราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดช่องนำเข้าวัคซีนทางเลือก, ข่าวมติชน, 28 พฤษภาคม 2564, https://www.matichon.co.th/covid19/news_2746088 

[15]การระบาดของโควิดตั้งแต่ต้นปี 2563 ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อการฟื้นตัวของการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล โดยในปีงบประมาณ 2563 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 2,387,425 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 343,575 ล้านบาท คิดเป็น 12.5% 

ดู เจาะไส้ใน พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่ม 5 แสนล้าน เยียวยา “โควิด”, ประชาชาติธุรกิจ, 26 พฤษภาคม 2564, 

https://www.prachachat.net/finance/news-674414 

[16]พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 27 ก วันที่ 19 เมษายน 2561, หน้า 1- 23, http://audit.obec.go.th/images/docs/Finance/1.PDF 

[17]ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินการฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 323 ง วันที่ 18 ธันวาคม 2561, หน้า 1- 15, https://www.thadee.go.th/datacenter/doc_download/a_201218_102645.PDF & http://audit.obec.go.th/images/docs/runch/6.pdf 

[18] อ้างจาก จี้ปลดล็อกวัคซีน กรณีศึกษาของท้องถิ่น โดย ชยุต ชัยเดชาวัชร์(ทนายชยุต), 30 พฤษภาคม 2564 ดู ห้ามทำประชานิยมกฎหมายการเงินฯคุมครม.จัดงบก่อหนี้ต้องแจงสาธารณะ, ไทยโพสต์, 20 เมษายน 2561, https://www.thaipost.net/main/detail/7459 



ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี