ปัญหาใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ ผู้บริหารยังไม่เป็นนักบริหาร ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการสะกิดกันบ้างเล็กน้อยว่าผู้บริหารกับนักบริหารต่างกันอย่างไร

 หลังจากที่ผมมาเขียนเรื่องการศึกษา ปัญหา และขีดจำกัดในการพัฒนาระบบการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกระทรวง มาถึงระดับโครงสร้างแผนและนโยบาย ระดับการบริหารจัดการ ระดับการดำเนินงานและชุดความรู้ที่ใช้ในการดำเนินงานก็พบว่า มีขีดจำกัดมากมายเหลือเกินที่ผมพยายามปล่อยประเด็นมาทีละเรื่อง ๆ  

ประเด็นใหญ่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่เป็นนักบริหาร

ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการสะกิดกันบ้างเล็กน้อยว่าผู้บริหารกับนักบริหารต่างกันอย่างไร 

ผู้บริหาร สถานศึกษา คือผู้มีตำแหน่งสูงสุดในสถานศึกษานั้นๆ มีอำนาจสั่งการ พัฒนา และดูแลการบริหารจัดการให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้

แต่ นักบริหาร สถานศึกษาที่เป็นผู้ที่มีความสามารถในการดำเนินงานต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นให้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างไร จึงจะเรียกว่า นักบริหารที่แท้จริง 

ทีนี้เราจะทำให้ผู้บริหาร กับนักบริหารเป็นคนๆเดียวกันได้อย่างไร เป็นเรื่องใหญ่เลยล่ะครับ เพราะผู้บริหารที่ไม่เข้าใจหลักการบริหารมีอยู่มากมายเหลือเกิน

ทั้งในเชิงของความสามารถส่วนตัว ความสามารถในเชิงการบริหารจัดการ และความสามารถในทางวิชาการ ทั้ง 3 ความสามารถนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในผู้บริหารอย่างครบถ้วน มิเช่นนั้น ก็จะเกิดปัญหาในการทำงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

เพราะเป็นผู้ให้คุณให้โทษกับลูกน้อง ทำให้งานเดินหรือสะดุดได้อย่างง่ายดาย ในเชิงความสามารถส่วนตัว มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาหลายเรื่องด้วยกันเช่น

  • วุฒิภาวะทางอารมณ์
  • ความสามารถในการเป็นผู้นำ
  • ความสามารถในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น อย่างตรงไปตรงมา และทำให้ผู้อื่นเข้าใจซึ่งกันและกันได้ด้วย
  • สามารถมองภาพเชิงระบบ มีความรู้อย่างครบถ้วนในการบริหารจัดการทั้งในเชิงวิชาการและเชิงสังคม
 ในเชิงการบริหาร ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความรู้แบบนักบริหารในด้าน
  • โครงสร้างการบริหารงาน และกลไกการทำงานขององค์กร
  • มีวิสัยทัศน์ และสามารถกระตุ้นให้ผู้อื่นเข้าใจวิสัยทัศน์ร่วมในการทำงานได้เป็นอย่างดี
  • สามารถกำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับขีดความสามารถขององค์กร
  • สามารถกำหนดแผนและนโยบายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้เป็นอย่างดี
  • สามารถบริหารงานบุคคลให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข
  • ความสามารถในการวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ของแต่ละเรื่อง
  • สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ
ความสามารถในเชิงวิชาการ นั้น นักบริหารจะต้องมี
  • ความรู้ทางวิชาการเฉพาะด้านที่ตัวเองถนัดอย่างลึกซึ้งเพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่นเห็นว่านักวิชาการที่แท้จริงคืออย่างไร
  • ความรู้ทางวิชาการโดยทั่วไปอย่างครอบคลุมเพื่อให้คำแนะนำในภาพกว้าง แต่บุคลากรได้ทุกแบบ ได้ทุกสาขา
  • ความรู้ทางวิชาการเชิงระบบเพื่อการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
แต่จากการประเมินทั้งโดยส่วนตัวและโดยการสอบถามผู้บริหารสถานศึกษาที่พอจะคุ้นเคยกันบ้าง ได้ข้อมูลมาว่า ผู้บริหารที่ทำงานไม่ประสบผลสำเร็จนั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ก็คือ
  • ผู้บริหารที่ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สั่งงานไม่เป็น สั่งงานข้ามโครงสร้างของระบบการบริหาร ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล
  • ใจร้อนอยากเห็นผลงานเร็ว โดยไม่ได้ดูศักยภาพของลูกน้องและระบบการสนับสนุนที่ควรจะต้องทำ เพื่อให้ลูกน้องทำงานได้ดีกว่าเดิม
  • ผู้บริหารที่ไม่มีภาวะผู้นำ ทำให้ลูกน้องไม่เคารพ เกรงใจ ทำงานให้อย่างเสียไม่ได้  เป็นส่วนใหญ่
  • ใช้ลูกน้องทำงานแทนตัวเอง โดยเฉพาะการขอตำแหน่งเลื่อนชั้นของตนเองนั้น เอางานของลูกน้องไปใส่ชื่อผลงานของตัวเองแล้วขอตำแหน่ง หรือให้ลูกน้องทำงานแทนตัวเอง (ประมาณนั้น)
  • ผู้บริหารที่มีความรู้ไม่พอใช้  ทำงานอะไรก็ต้องรอถามคนอื่น และต้องเกรงใจผู้ใหญ่ ใช้ "นโยบายกินเหล้าเฝ้าสนามบิน" เป็นตัวนำ เพื่อให้เอาตัวเองรอด เพราะไม่มีความรู้ที่จะทำอย่างอื่นที่ดีกว่านั้น
  • ไม่เข้าใจระบบการประเมินว่าทำไปเพื่ออะไร เน้นการจัดทำเอกสาร แฟ้มงาน แผนงาน และโครงการ โดยไม่เน้นการเรียนการสอน ไม่สนใจว่าเด็กจะเรียนรู้หรือไม่ แต่ขอให้มีเอกสารก็เพียงพอแล้ว
  • เน้นการโฆษณาตัวเอง ทางสื่อ ทีวีและวิทยุต่างๆ โดยไม่สนใจว่า เด็กจะได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ แต่ขอให้ตนเองได้ชื่อเสียงก็พอ
  • ไม่โปร่งใสในการบริหารงานและการเงิน ทั้งเงินในงบและเงินบริจาค ทำให้ไม่เป็นที่เคารพนับถือของลูกน้อง
  • ฯลฯ

ผมจึงคิดว่า ถ้าจะแก้ไขระบบการศึกษา เราอาจจะจำเป็นต้องมา ทำความสะอาดผู้บริหารให้เป็นนักบริหารที่ดีเสียก่อน หรือเปล่า?

ผมไม่แน่ใจนะครับ ! ว่าเราจะเริ่มต้นตรงไหนดีระบบการศึกษาเท่าที่ผมเห็น หาที่จับต้องไม่ได้เลย ไม่มีชิ้นให้ดึง เละเป็นส่วนใหญ่

อาจจะต้องฝังหรือเผาเท่านั้นกระมังครับ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ เพราะพอคิดว่าจะแก้ตรงไหนก็ตาม มันติดหนุบติดหนับไปหมดเลยครับ หาจุดเริ่มต้นไม่ได้

เริ่มตรงนี้ก็จะติดตรงนั้น สงสัยจะต้องปฏิรูปขนานใหญ่แล้วครับ 

นักการศึกษาทั้งหลายที่ ตื่นแล้ว มาคุยกันหน่อยดีไหมครับ ว่าจะเอาอย่างไร? ใครที่ยังหลับอยู่ก็เชิญตามสบายเถอะครับ 

ผมไม่ปลุกหรอกครับ สวัสดีครับ...