ผู้นำกัับการเปลี่ยนแปลง

ภาวะผู้นำของผู้บริหารกับนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง

(Innovation & Changing)

       องค์การมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้านคน (People) โครงสร้าง (Structure) และเทคโนโลยี (Technology) การเปลี่ยนแปลงองค์การ (Organization Change) จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงคน (People) โครงสร้าง (Structure) และเทคโนโลยี (Technology) ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกองค์การ และเป็นหน้าที่ของผู้จัดการหรือผู้บริหารที่จะต้องจัดการกับการเปลื่ยนแปลงดังกล่าว ทั้งนี้รวมถึงนวัตกรรมซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการออกแบบหรือจากความบังเอิญ นวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน

                                                                                           

ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

               ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อองค์การอาจมาจากทั้งปัจจัยภายนอกองค์การและปัจจัยภายในองค์การ

               ปัจจัยภายนอกองค์การ (External  Forces) เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้    เช่น

  • - สภาพตลาด (Marketplace) องค์การจะต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค
  • - กฏและระเบียบทางการราชการ (Governmental Laws and Regulations) ทำให้องค์การต้องดำเนินธรุกิจตามกฏหมาย
  • - เทคโนโลยี (Technology) ทำให้องค์การต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเครื่องมือเครื่องจักร เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • - ตลาดแรงงาน (Labor Market) กระบวนการจัดการทรัพยากรมนุษย์ขององค์การต่างๆ ต้องปรับตัวตามตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป
  • - เศรษฐกิจ (Economic) ดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ย งบประมาณ รายจ่ายที่เกินดุลหรือขาดดุลของรัฐบาล อัตราแลกเปลี่ยน มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานขององค์การเป็นอย่างมาก

            

ปัจจัยภายในองค์การ (Internal Forces)  เป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ เช่น

                    - การดำเนินงานภายในองค์การ (Operations of the Organization) คือ การดำเนินงานภายในองค์การเองอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากการมีกลยุทธ์ใหม่ๆ (Strategy) พนักงานขององค์การที่เปลี่ยนแปลง อายุ ระดับการศึกษา ทักษะ ประสบการณ์ ทั้งจากพนักงานเดิมและพนักงานที่เข้ามาทำงานใหม่ในองค์การ การนำเครื่องใหม่เครื่องจักรเครื่องมือใหม่ๆที่เข้ามา ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต ปริมาณการผลิต  ฯลฯ  รวมทั้งทัศนคติของพนักงาน ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การเบื่อหน่ายงาน การลาออกจากงาน การนัดหยุดงาน อาจนำไปสู่การที่ผู้บริหารจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายและวิธีปฏิบัติในองค์การ ผู้บริหารขององค์การเองเป็นผู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งจากผู้บริหารขององค์การเองที่มีแนวคิด และกำหนดวิธีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และกรณีองค์การขนาดใหญ่ที่มีการจ้างที่ปรึกษาจากภายนอก (Outside Consultant) ซึ่งมีประสบการณ์กว้างขวาง อาจจะเสนอความคิดใหม่ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขององค์การได้เช่นกัน  

การจัดการความเปลี่ยนแปลง (Managing  Chang)

               ในฐานะที่เป็นผู้ที่มีบทบาทนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือเรียกว่า Change Agent ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำมาเปลี่ยนแปลง เป็นผู้ริเริ่มความคิด หรือจูงใจผู้ปฏิบัติงานไปสู่การเปลียนแปลง

                รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงขององค์การที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงใน 3 ส่วน คือ โครงสร้าง (Structure)  เทคโนโลยี (Technology) และคน (People)

 Three Categories of Change

Structure (โครงสร้าง) ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ

  • - ประเภทการบริหารงานในองค์การ เช่น การบริหารแบบรวมอำนาจ หรือกระจายอำนาจ สายการบังคับบัญชา ช่วงการบังคับบัญชา เป็นต้น
  • - การปรับเปลี่ยนหน้าที่ความรับผิดชอบ ฯลฯ

Technology (เทคโนโลยี) ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ

  • - กระบวนการทำงาน
  • - วิธีการทำงาน
  • - เครื่องมือ เครื่องจักร ฯลฯ

People (คน) ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ

  • - ทัศนคติ
  • - ความคาดหวัง
  • - พฤติกรรม  ฯลฯ

             การเปลี่ยนแปลง “คน” ให้ ประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น ปัจจุบันองค์การต่างๆ นิยมใช้วิธีการพัฒนาองค์การ (Organizational Development) หรือ OD ซึ่งหมายถึงการใช้เทคนิค หรือโปรแกรมเพื่อเปลี่ยนลักษณะและคุณภาพการทำงานร่วมกันของพนักงานในองค์การ