การอภิปรายเพิ่มเติม
การเก็บศพพระที่มีอาณาบารมีจะมีเฉพาะนิกายมหานิกายเท่านั้น สำหรับพระธรรมยุติแล้ว การเก็บศพของหลวงพ่อลี วัดอโศการาม ในสมุทรปราการ เป็นข้อยกเว้น มีการรายงานกันมาว่าหลวงพ่อลี (1906-1961) เป็นการกลับชาติมาเกิดใหม่ของกษัตริย์อโศกแห่งอินเดีย (268-232 BCE) ในการปลงศพ เจ้าภาพในงานพิธีต้องเป็นกษัตริย์เท่านั้น (เพราะมีบารมี) อย่างไรก็ตาม การทูลเชิญกษัตริย์ในสายตาของลูกศิษย์บางคนอาจเป็นการรบกวนท่านเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงเห็นควรว่าการเก็บศพในโลงแก้วคงจะเหมาะที่สุด ดังนั้นนักท่องเที่ยวหลายคนจึงเดินทางมาที่วัดอโศการามเพื่อเยี่ยมชมศพของหลวงพ่อลี
จากการศึกษาของ Winzeler พบว่า ลัทธิการบูชาบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่เป็นธรรมดาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ประชาชนจะเชื่อและบูชาผีเรือน และยังมีพิธีในการเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน และบางครั้งพิธีกรรมมีการเปลี่ยนในการทำให้ผีกลายมาเป็นวิญญาณบรรพบุรุษ จริงๆแล้วบางครั้งก็ไม่เกี่ยวกับความเชื่อชาวพุทธหรอก กระสวนของชาวเวียดนามก็ยังมีรากฐานมาจากความเชื่อของขงจื้อ ในการทำดังกล่าว ระบบเครือญาติจะมีการขับเน้นให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การบูชาบรรพบุรุษในพื้นที่แถบนี้เป็นสิ่งที่มีชื่อเสียง การบูชาบรรพบุรุษทำโดยปฏิบัติกับญาติที่ตายไปแล้วเหมือนมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีไม่ประเพณีในการเก็บศพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ความเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษและความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่สามารถพัฒนาเราในสิ่งที่เราเป็นพยานได้ในทุกวันนี้ นั่นคือ การทำศพของพระที่มีอาณาบารมีเป็นมัมมี่นั่นเอง
สิ่งที่ควรจะรู้ก็คือการเก็บศพพระที่มีอาณาบารมีจะเกิดขึ้นในสังคมไทยเฉพาะพระที่เป็นมหานิกายเท่านั้น แต่ไม่มีในธรรมยุติ ทำไมจึงเป็นมหานิกายด้วย? สิ่งที่ตรงกันข้ามกับมหานิกาย คณะธรรมยุติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเถรวาทในประเทศไทยเคารพบูชาอัฐิของพระที่มีบารมีมากกว่า หรืออาจเรียกได้ว่าลัทธิบูชาอัฐิ อาจเป็นได้ว่าลัทธิบูชาอัฐิของธรรมยุติมาก่อนการเก็บศพของมหานิกาย อัฐิของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นอาจารย์รูปแรกของธรรมยุติ ได้รับการเก็บตั้งแต่ปี 1949 ในขณะที่ศพของหลวงปู่สด จันทสโร ซึ่งเป็นอาจารย์ด้านสมาธิถูกเก็บในโลงแก้วตั้งแต่ปี 1959
ในประเพณีของเถรวาท การครอบครองอัฐิของพุทธเจ้านำมาซึ่งความชอบธรรม ดังที่พุทธโฆษาจารย์ในศตวรรษที่ 5 ที่มีอัฐิธาตุดังกล่าว และใช้อัฐิเป็นเกณฑ์ในการสร้างนิกายในศรีลังกา นอกจากนี้ Richard Gombrich เสนอว่าจะมีวัดอยู่แห่งเดียวในศรีลังกาที่ไม่มีอัฐิธาตุ อัฐิธาตุของอรหันต์ในสายธรรมยุติเป็นสิ่งของที่เป็นรูปธรรมเพียงชิ้นเดียวในการนำเสนอว่าการดำรงอยู่ของพวกเขาในอดีตไม่ใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไป แต่เป็นผู้ตรัสรู้ที่ได้ชำระล้างจิตใจจากบาปอกุศลทั้งหมด คุณภาพทางจิตนี้ยากที่จะประเมิน ดังนั้นความคาดหวังของสิ่งอัศจรรย์ที่เป็นรูปธรรม เช่น การเป็นผลึกแก้ว สามารถยืนยันความบริสุทธิ์นั้นได้ โดยทั่วไป อัฐิธาตุของอรหันต์จะถูกใช้ในการรวบรวมอาจารย์ที่นั่งสมาธิจนสุดท้ายได้เป็นอรหันต์ อย่างไรก็ตาม อัฐิธาตุจะไม่มีการทดลองในเชิงวิทยาศาสตร์เลย
จริงๆแล้ว พระป่าสายธรรมยุติชอบที่อยู่ในสมาธิมากกว่างานทางศาสนา ดังนั้น พวกเขาจึงไม่เก่งในด้านการอธิบายธรรมะ อัฐิธาตุที่เป็นผลึก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคือผลของการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักศาสนา จึงเป็นความชอบธรรมทางศาสนาและเป็นเครื่องมือที่สำคัญยิ่ง ธรรมยุติ คือนิกายที่บ่งชี้ตนเองว่าบริสุทธิ์มากกว่ามหานิกาย จะมีประเพณีในการเผาศพ ดังที่ปรากฏในคัมภีร์บาลี โดยสรุป จะมี 2 เหตุผล นั่นคือ ความต้องการอัฐิธาตุไว้บูชา และความตั้งใจในการปฏิบัติตามประเพณีของพุทธที่บริสุทธิ์ กระตุ้นให้สายธรรมยุติไม่ต้องการเก็บศพอาจารย์ของตนเอง
แปลและเรียบเรียงจาก
Jesada Buaban. Fragrant Corpses: Commodification of Charismatic Monk’s Corpses in Thai Society.