ถอดบทเรียน “จุดตายของนักบริหาร” 

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

--------------------------------------

     เมื่อคนเรามีจุดบังเกิด ก็ย่อมมีจุดตาย เพียงแต่ว่าจะจบสวยหรือไม่แค่นั้น การที่จะจบสวยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมหรือการกระทำของผู้บริหารคนนั้น ๆ เป็นสำคัญ

          บทบาทของนักบริหารที่สำคัญประการหนึ่ง คือการนำพาพี่น้องในองค์การหรือหน่วยงานไปสู่การทำงานที่ดีกว่าเดิม โดยอาศัยวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ การเป็นนักวิชาการ และนักตัดสินใจที่ดีของผู้นำ หรือนักบริหารผู้มีภาวะผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง

          อย่างไรก็ตาม จุดตาย หรือจุดจบของนักบริหาร ก็ย่อมมีเป็นธรรมดา  จึงเป็นเรื่องที่พึงระมัดระวัง เพราะผู้บริหาร มักจะถูกตรวจสอบ ถูกจับตาอยู่เสมอ การทำอะไรก็ตาม ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จะถูกตรวจสอบติดตามอยู่เสมอ จะต้องระมัดระวังรอบคอบ ไม่ให้เข้าตำรา “ถี่รอดตาช้าง ห่างลอดตาเลน”

จุดตายของนักบริหาร

         จากที่ได้ศึกษาการผลการลงโทษวินัยข้าราชการครู 
ข้าราชการชาย คงจะ
หนีไม่พ้นสัญลักษณ์สัตว์สามจำพวก
คือ ช้าง  (ชู้สาว) เสือ (สุรา)  งู (การเงิน) หรือ
ลิง (ลอกเลียนผลงานหรือปลอมลายเซ็น หรืออาจจะมีมากกว่านี้ แล้วแต่จะข่มใจได้ไม่ให้อกุศลมูลรากเหง้าแห่งความชั่วร้าย คือ ราคะ โทสะ และโมหะเข้าครอบงำจิตได้  ข้าราชการหญิงก็เช่นกัน เพียงแต่ว่า ข้าราชการหญิงในตำแหน่งผู้บริหาร ยังไม่มากนัก แต่ในอนาคตคงจะมากกว่าผู้ชาย เพราะสถิติการสอบเข้ารับราชการ ผู้หญิงจะสอบได้มากกว่าผู้ชาย

จุดตายของนักบริหาร 

       จุดตายของนักบริหาร พอสังเคราะห์ ได้ดังนี้

  1. 1. ไม่ยึดระเบียบกฎหมายเป็นหลัก 

กล่าวคือ ขาดหลักนิติธรรม  ทำนอง “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเลน”  

อาจจะคิดว่า “คงไม่เป็นไรหมัง”  เพราะไม่ได้ทุจริต  มีคำที่เขาพูดกันในหมู่กฎหมายว่า "แม้จะสุจริต  แต่ผิดระเบียบกฎหมาย  ก็ถือว่ามีโทษเช่นกัน อย่างน้อยก็ตัดเงินเดือน"  เช่น ผู้บริหารโรงเรียนบางท่านอาจจะหวังดีต่อราชการ    นำเงินอาหารกลางวันไปใช้ในการทำรั้วกำแพงโรงเรียน อย่างนี้ ถือว่าเป็นการใช้เงินผิดประเภท แม้จะไม่มีเจตนาทุจริต แต่ผิดระเบียบของการใช้เงินอุดหนุน ก็ถือว่าทำผิดวินัยเช่นกัน

  1. 2. การไม่รู้จักเข้าชุมชน

       การไม่สร้างมนุษยสัมพันธ์กับชาวบ้าน ผู้ปกครองนักเรียน นั้นก็พึงระวัง เพราะการที่ผู้บริหารใช้เวลาไปเยี่ยมบ้าน ทักทายผู้ปกครอง หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้บริหารได้เป็นอย่างดี   เพราะมีบางแห่ง ครูผู้สอนจะเข้าร่วมกับชุมชนสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานประเพณีสำคัญทางศาสนา งานแต่งงาน ฯลฯ ตรงข้ามกับผู้บริหารบางท่าน ซึ่งจะห่างเหิน เอาแต่นั่งทำงานแต่ในห้อง ไม่แบ่งเวลาบริหารงานกับชุมชน เวลามีเรื่องมีราว หรือจะลงโทษครูคนนั้นซึ่งทำงานย่อหย่อน ผู้บริหารอาจจะถูกชาวบ้านประท้วง ทั้ง ๆ ที่ผู้บริหารก็ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย  แต่ด้วยความไม่เข้าใจ อาจจะถูกใส่ร้ายหาว่าผู้บริหารรังแกครูลูกน้องก็มี ข้อนี้ก็พึงระมัดระวังไว้เช่นกัน

        3. หลงอำนาจ 

   กล่าวคือมักจะใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ  พูดจาข่มขู่ลูกน้องแทนที่จะใช้

ภาวะผู้นำ กลับไปใช้การคุกคาม ข่มขู่ก็มี เช่น ถ้าคุณไม่ทำผมเอาตายแน่  คุณต้องถูกออกจากราชการแน่  เป็นต้น

  1.      4. ฉ้อราษฎร์บังหลวง 

            การที่ผู้บริหารคิดจะฉ้อราษฎร์บังหลวง คงจะเกิดขึ้นยาก ยกเว้น มีเรื่องที่จะต้องใช้เงินทองมาก ๆ เข้าตาจน แต่อย่างไรก็ตาม ถึงจะจนขนาดไหน ผู้บริหารก็ไม่มีสิทธิ์ฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือนำเอาเงินราชการไปใช้ส่วนตัว เช่น เสียการพนัน มีเมียหรือมีผัวหรือมีกิ๊กหลายคน เพราะความโลภ หรือทำตามใจอยาก ไม่หักห้ามหรือฝืนใจเอาไว้

          5. หลอกลวงลูกน้อง 

            ผู้บริหารบางคน อาจจะให้สัญญากับเพื่อนร่วมงานว่า ถ้างานเข้าเป้าปีนี้ ผมจะพาพวกคุณไปดูงานต่างประเทศหรือให้ทองคำคนละเส้น เป็นต้น แต่เวลางานเข้าเป้าจริง ๆ กลับไม่ทำตาม นี้ก็ควรระมัดระวังไม่ควรไปให้คำมั่นสัญญาในเรื่องที่เกินกำลัง หรือนำไปปฏิบัติได้ยาก เพราะถ้าทำอะไรมารัดคอตนเอง จะทำให้ผู้บริหารต้องเสียคน บางอย่างถ้าทำแล้วเป็นการมัดตัวเอง ก็พึงระมัดระวัง คิดก่อนพูด ทำตามที่พูด

          6. ยกย่องคนประสบสอพลอ 

คือนักบริหารชอบคนที่ยกยอ  พูดเยินยอเป็น คนไหนพูดเยินยอไม่เป็น

ก็คงได้เกิดยาก ผู้บริหารพึงละเว้น

  1.       7. ล่อไข่แดง 

            คือผู้บริหารบางคน ชนะอะไรก็ชนะหมด แต่เสียอย่างเดียว คือเป็นโรคภูมิแพ้คนสวยงาม ยิ่งให้ท่า ก็ยิ่งจะนำความเสื่อมเสียมาสู่ตัวเรา ประดุจมัจจุราชมองไม่เห็นตัว พึงระวัง เพราะภาษิตกล่าวไว้ว่าคนเรา ไม่มีใคร จะโชคดีตลอดไป  อาจจะมีเคราะห์ภัยตามมาก็ได้  พึงระมัดระวังคนให้ดี
จะไม่เสียทีเขา

  1.       8. แสวงหาหรือหลงในอามิสสินบน 

           อามิสสินบน ก็มีพลังอำนาจเช่นกัน พึงระวัง ตัดใจเสียได้ก็ดี
ยกเว้นเป็น
ธรรมเนียมประเพณี แต่ทางราชการก็ห้ามไว้ว่า ไม่ควรรับสินบนที่มีค่าเกินสามพันบาท เพราะไม่เช่นนั้น จะเป็นเหมือนเรารับสินบนเพื่อต่างตอบแทน เป็นการผิดกฎหมาย

  1.      9. ไม่อดทนต่อคำนินทาหรืองานหนัก  

           การที่ผู้บริหารไม่สามารถทนคำนินทาที่เขาด่า อาจจะทำให้
โกรธจนเสียคน
ไม่สู้งาน หนักไม่เอา เบาไม่สู้  อันตรายมาก ผู้บริหารต้องหนักเอา เบาสู้ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกน้อง มีความอึดความทน

  1.     10. ไม่รู้จักให้ขวัญกำลังใจ 

            บทบาทของนักบริหารอีกประการหนึ่งคือ การให้ขวัญกำลังใจ 
ซึ่งอาจจะ
เป็นการให้ความดีความชอบตามผลการปฏิบัติงาน  โล่ รางวัล  เกียรติบัตร  คำยกย่องชมเชย เป็นต้น ผู้บริหารจะขาดเสียมิได้แม้อวยพรวันเกิดจะทำโดยวิธีใดก็ได้ยิ่งทุกวันนี้ สื่อสังคมออนไลน์มีประโยชน์เราสามารถอวยพรทางสื่อออนไลน์ได้ เช่นอวยพรทางไลน์อวยพรทางเฟชบุ๊ค ทางโทรศัพท์หรือข้อความโทรศัพท์ หรือการ์ดอวยพรส่งทางไลน์ เป็นต้น

  1.      11. ตัดสินใจโดยอาศัยความข้างเดียว 

          บ่อยครั้งที่ผู้บริหารบางคน อาจจะฟังความข้างเดียว โดยไม่
ใส่ใจรับฟัง
ความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ  ทำให้ขาดข้อมูลที่ดีพอ พึงระวังไว้เช่นกัน

  1.       12. ท่องเที่ยวแหล่งอโคจรเนืองนิตย์ 

              นักบริหารก็เป็นคนธรรมดา ย่อมจะมีความอยาก หรือมี
ความโลภอยากได้
หรือสนใจในสิ่งต่าง ๆ ตามที่ตนคิด  แต่การเป็นนักบริหาร จะถูกจับตามากกว่าคนอื่น ๆ พึงระมัดระวัง คนธรรมดา ครูน้อย เขาอาจจะไม่สนใจ ไม่มีเรื่องมีราว แต่พอผู้บริหารปฏิบัติบ้าง มักจะถูกยกเป็นเรื่องใหญ่เสมอ  ทั้งนี้ เพราะผู้บริหาร จะต้องทำตนเป็นแบบอย่างในทางที่ดี ที่สังคมคาดหวังนั้นเอง

          13. มีจิตไม่ยึดมั่นในความยุติธรรม 

                การที่ผู้่บริหารมีอคติ  คือลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะโกรธกัน ลำเอียง เพราะความลุ่มหลง และลำเอียงเพราะกลัวภัยมืด ไม่ยึดมั่นในความยุติธรรม นับว่าจะพบแต่ภยันตรายอย่างใหญ่หลวงจะตามมา พึงระมัดระวังไว้จะเป็นการดี เพราะความยุติธรรม เป็นความคาดหวังที่สำคัญของผู้เป็นลูกน้อง



สรุป

         จุ                                                                                                              

----------------

----------------