กรณีศึกษา : คุณสุ(นามสมมติ)
อายุ : 74 ปี เพศ : หญิง
ผู้ดูแลหลัก : เจ้าหน้าที่บ้านพักคามิลเลียน
General Appearance : ผู้รับบริการเพศหญิง อายุ 74 ปี ตัวเล็ก ผมสั้น รูปร่างผอม ยิ้มแย้ม พูดเก่ง นั่งWheelchair ให้ความร่วมมือ ในการฝึก
Interest : ผู้รับบริการชอบการออกกำลังกาย และ ร้องเพลง
ความต้องการของผู้ดูแล (Need) : ผู้รับบริการมีความต้องการจดจำเนื้อเพลงที่ตนเองชอบได้
Clinical reasoning
Diagnostic reasoning
-การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์
Dx. Hypertension จากเกณฑ์ของ สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย กล่าวไว้คือระดับความดันโลหิตซิสโตลิก (systolic bloodpressure, SBP) > 140 มม.ปรอท และ/หรือ ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (diastolic blood pressure,DBP) > 90 มม.ปรอท
Dx. Depressive Disorder เกิดจากความผิดปกติของสมองในส่วนที่มีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม รวมถึงสุขภาพทางกาย โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ มีสาเหตุมาจาก พันธุกรรม ลักษณะนิสัย รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต
-การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ด้านการวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด
การที่ผู้รับบริการมีอาการ Hypertension และ Depressive Disorder ส่งผลต่อ Area of occupation ในด้านต่างๆ ส่งผลให้ทำกิจกรรมได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากผู้รับบริการอาจมีอาการทางกายแทรกซ้อนระหว่างทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น อาจจะมีอาการเหนื่อยง่าย และอาจมีการหมดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ
Procedural reasoning
ด้านร่างกายของผู้รับบริการ
ผู้รับบริการมีประวัติโรคความดันโลหิตสูง และเคยมีประวัติการหกล้มมาก่อน จึงประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ ดังนี้
- ให้ผู้รับบริการลองทำให้ดูในสถานที่ที่ใช้ทำกิจกรรมจริง ได้แก่ Bathing and showering ,Toileting and hygiene , Dressing ,Swallowing and eating ,Feeding ,Functional mobility(การเคลื่อนย้ายตนเองไปยังห้องนอน เคลื่อนย้ายตนเองจากWheelchair ไปยังเก้าอี้อาบน้ำ ชักโครก เตียงนอน รวมไปถึงจากบริเวณต่างๆมายังWheelchair อ้างอิงจาก Biomechanical FoR สามารถทำได้ด้วยตนเอง) , Personal device care ,Personal Hygiene and grooming (ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้ด้วยตนเองและเรียบร้อย) รวมไปถึงความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันขั้นสูงบางหัวข้อ ได้แก่ Care of others (ผู้รับบริการต้องป้อนอาหารเพื่อนร่วมห้อง ซึ่งสามารถทำได้ แต่เมื่อทำกิจกรรมไปสักพักมีอาการสั่นของแขน จึงได้ทำการประเมินเพิ่มเติมผลคือมาจากการล้าของกล้ามเนื้อ)
-ประเมินด้านCognitiveผ่านการประเมินMMSE ซึ่งผู้รับบริการได้คะแนน 18 คะแนนจาก 30 คะแนน ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมิน(ผู้รับบริการจบชั้นประถมศึกษาปีที่6)
-ประเมินด้าน Sleep จากการสัมภาษณ์พบว่า ผู้รับบริการตื่นกลางดึกบ่อยครั้งเพื่อรอให้ผู้ดูแลมาเปลี่ยนผ้าอ้อมเพราะรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว
ด้านจิตใจของผู้รับบริการ
ได้ประเมินภาวะซึมเศร้า 9Q ผู้รับบริการมีเกณฑ์ภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับปานกลาง และจากการสัมภาษณ์(Therapeutic use of self and relationship )ได้ทราบถึงภูมิหลังและความต้องการของผู้รับบริการคือต้องการจะร้องเพลงที่ตนเองชอบได้
Narrative reasoning
จากการบอกเล่าของผู้รับบริการ กล่าวว่า สมัยสาวๆชอบร้องเพลงมาก เวลาอยู่บ้านก็ร้องตลอด แต่ไม่เคยประกวด ตอนนี้อยากร้องเพลง แต่จำเนื้อไม่ค่อยได้ ต้องมีทำนองให้ฟังถึงจะพอนึกออก ก่อนหน้านี้อาศัยอยู่กับครอบครัวของพี่สาว และแม่ คอยช่วยเลี้ยงดูแม่ พอแม่เสียก็กลับมาอยู่คนเดียวที่นครปฐม ทำกิจกรรมที่บ้านพักได้ทุกอย่าง ไม่ค่อยชอบงานประดิษฐ์ แต่ชอบออกกำลังกาย และจากคำบอกเล่าของผู้ดูแลกล่าวว่า ผู้รับบริการถูกส่งตัวมาด้วยอาการซึมเศร้า ไม่อยากทำอะไร นอนเฉยๆบนเตียง แต่พอได้รับการรักษาทางการแพทย์แล้วก็เป็นคร่าเริงสดใส ชอบช่วยเหลือคนอื่นๆในบ้านพักคนชรา
Interactive reasoning
นักศึกษาได้สร้างสัมพันธภาพที่ดีแก่ผู้รับบริการ ด้วยคำพูดสุภาพนอบน้อม เสียงดังฟังชัด ถามทวนความเข้าใจผู้รับบริการทุกครั้ง และมีการให้ผู้รับบริการได้มีโอกาสเลือกในการทำกิจกรรม ในการทำกิจกรรมครั้งที่สองผู้รับบริการทักทายนักศึกษาด้วยความยิ้มแย้ม และได้กล่าวขอบใจที่มาอีกครั้ง
Conditional reasoning
จากสัมภาษณ์และประเมินพบว่า ผู้รับบริการมีความชอบกิจกรรมด้านการออกกำลังกายและการร้องเพลง จึงส่งเสริมความแข็งแรงของร่างกาย และความความสามารถในด้านความจำของผู้รับบริการ มีดังนี้
1.)ผู้รับบริการสามารถป้อนอาหารให้เพื่อนร่วมห้องได้นานขึ้นก่อนจะมีอาการสั่น เนื่องจากผู้รับบริการต้องป้อนอาหารเพื่อนร่วมห้อง และป้อนได้เพียงสามถึงสี่คำก็มักจะมีอาการสั่นของแขน เน้นการส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขนผ่านการออกกำลังกาย และกิจกรรมทำถุงหอม ตามกรอบอ้างอิง Physical Rehabilitation FoR
2.)ผู้รับบริการสามารถร้องเพลงที่ชอบได้ เนื่องจากผู้รับบริการชอบการร้องเพลง แต่ไม่สามารถจดจำเนื้อร้องได้จึงส่งเสริมด้านความจำของผู้รับบริการ ตามกรอบอ้างอิง Cognitive rehabilitation FoR ผ่านการทำ Brain gyms เพื่อนบริหารสมองป้องกันภาวะสมองเสื่อม (บริหารสมองซีกซ้าย โดยการให้ทั้งสองมือวาดรูปทรงในอากาศข้างละ 1 รูปโดยไม่ซ้ำพร้อมกัน , สมองส่วนหน้า จากการทำโยคะมือ) กิจกรรมทายกลิ่นจากสมุนไพรก่อนการทำกิจกรรมทำถุงหอม(บริหารสมองส่วนหลัง) และให้ผู้รับบริการร้องเพลงตามทำนองผ่านบทเพลงของนักร้องที่ผู้รับบริการชื่นชอบ(บริหารสมองซีกขวา)
อ้างอิงกิจกรรมการบริหารสมองจาก
3.)มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการนอนหลับให้แก่ผู้รับบริการ จากการที่ผู้รับบริการบอกว่าตอนกลางคืนนอนไม่หลับ เป็นการให้ Education
Pragmatic reasoning
นักศึกษาได้มีการเลือกวิธีการรักษาที่มาจากการมองปัญหาที่ผู้รับบริการอาจพบเจอจากการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตและความต้องการของผู้รับบริการ โดยการส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขอผู้รับบริการผ่านการออกกำลังกาย ส่งเสริมความด้านความจำผ่านกิจกรรมการทำถุงหอมและกิจกรรมการร้องเพลง มีการแนะนำการออกกำลังกายสมองแบบHome program และให้ความรู้ด้านการนอนหลับเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมคุณภาพการนอน
Ethical reasoning
นักศึกษาได้มีการขออนุญาตผู้รับบริการก่อนแตะตัวผู้รับบริการในการประเมิน รวมไปถึงถามความสมัครใจของผู้รับบริการในการพาไปดูห้องพัก
Soap Note ครั้งที่ 1
S : ผู้รับบริการเพศหญิง อายุ 74 ปี เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า เล่าให้ฟังว่าเคยล้ม เจ้าหน้าที่จึงให้นั่งรถเข็ญ
O: ADL Independent สามารถทำกิจกรรมการช่วยเหลือตนเองได้ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายตัวเอง อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า รับประทานอาหาร, Care of others (IADL) สามารถป้อนอาหารให้เพื่อนได้, score 18 points,9Q score 13 points
A : แขนข้างขวามีการล้าจากการทำกิจกรรมท่าเดิม(สั่นเมื่อผู้รับบริการป้อนอาหารให้เพื่อนไปสักพัก) , Moderate depression , Normal cognition (MMSE)
P: ส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความคงทนในการทำกิจกรรมของผู้รับบริการ(Endurance training) , ส่งเสริมความสามารถด้าน Cognitive ผ่านการทำกิจกรรมการทำถุงหอมและBrain gyms (Cognitive skill training) , ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการนอนหลับ (Education)
Soap Note ครั้งที่ 2
S : ผู้รับบริการยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายและจำนักศึกษาได้ ชวนร้องเพลงที่ตนเองชอบ
O: ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี รวมทั้งมีการกระตุ้นเพื่อนให้ช่วยทำกิจกรรม
A : ผู้รับบริการสนุกกับกิจกรรมออกกำลังกายจนลืมตระหนักถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นขณะทำกิจกรรมบน wheelchair
P: ให้กิจกรรม Brain gyms เป็นHome program เพื่อบริหารสมองชะลอภาวะสมองเสื่อม และให้คำแนะนำด้านการตระหนักถึงความปลอดภัยขณะทำกิจกรรมบน wheelchair
Story telling
เนื่องจากติดสถานการณ์ COVID-19 ทำให้นักศึกษามีความยากลำบากในการหากรณีศึกษาใหม่จึงได้นำกรณีศึกษาดังกล่าวมาวิเคราะห์เพื่อหาเหตุผลทางคลินิกในรายวิชา PTOT341นี้ จากกรณีศึกษา คุณสุ(นามสมมติ) ผู้รับบริการอาศัยอยู่ในบ้านพักผู้สูงอายุคามิลเลียน ทำให้นักศึกษาได้ฝึกการนำความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ ได้แก่ การสร้างสัมพันธภาพ ประเมิน วิเคราะห์ปัญหา ได้มีโอกาสลองออกแบบการรักษาทางกิจกรรมบำบัด โดยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้เพิ่มเติมจากเพื่อน และได้รับการชี้แนะบางอย่างจากอาจารย์ และมีการนำมาปรับใช้ ซึ่งกรณีศึกษานี้ถือเป็นการลองนำความรู้ทางกิจกรรมบำบัดมาใช้ครั้งแรกด้วยตนเองเนื่องจากเป็นงานเดี่ยวแบบตัวต่อตัวครั้งแรกกับผู้รับบริการ ทำให้รู้สึกประหม่าและค่อนข้างกดดันพอสมควร อาจมีหลายสิ่งหลายอย่างตัวนักศึกษาเองยังไม่แม่นและรู้ไม่ลึกพอ จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ก็จะนำไปปรับปรุงต่อไปค่ะ
Lab 1 Breif Case 1 minผู้รับบริการ : hypotension , Depressive disorderความสามารถ :* Physical : ADL with wheelchair ทำได้ปกติ
IADL ป้อนอาหารเพื่อนร่วมห้องได้ แต่แขนสั่นเมื่อป้อน* Cognitive : MMSE ผ่าน* Sleep : ตื่นกลางดึกบ่อย เมื่อต้องการให้ผู้ดูแลเปลี่ยนผ้าอ้อม* Mental : ประเมินภาวะซึมเศร้า 9Q = ปานกลาง
ทำกิจกรรมที่บ้านพักได้ทุกอย่างแต่ไม่ค่อยชอบงานประดิษฐ์ ชอบออกกำลังกาย ชอบช่วยเหลือProblems: เดิมชอบร้องเพลง แต่จำเนื้อไม่ค่อยได้ความต้องการของผู้รับบริการ : ต้องการกลับมาร้องเพลงได้
OT ให้ทำกิจกรรม1. ป้อนอาหารได้นานขึ้น > OT ฝึกmuscle tone ผ่านการออกกำลังกาย กิจกรรมทำถุงหอม โดยมี Physical Rehabilitation FoR2. ชอบร้องเพลง แต่จำเนื้อไม่ได้ > Brain gyms บริหารสมองป้องกันสมองเสื่อม > โยคะ , ทายกลิ่นสมุนไพรก่อนทำถุงหอม3. ให้ความรู้เกี่ยวกับการนอนหลับ
จากนั้นได้วิเคราะห์ต่อหลังจากBreif case ว่า เราจะมีPlan อย่างไรต่อ หลังจากที่ผู้รับบริการได้ทำกิจกรรมดังข้างต้นไป โดยนักศึกษามีความเห็นว่า อาจประเมินซ้ำหลังจากได้ทำกิจกรรมไป เช่น 1. การประเมินจากกิจกรรมที่ผู้รับบริการชอบทำ อย่างการ “ร้องเพลง” ว่ามีความสามารถในการจำเนื้อเพลงได้ดีกว่าการประเมินครั้งแรกหรือไม่ รวมถึงเป็นการเน้นลดdepress เน้น leisure อีกด้วย 2. การออกกำลังกาย เนื่องจากผู้รับบริการชอบออกกำลังกาย จึงควรเพิ่มเติมการออกกำลังกายที่ฝึกความแข็งแรงกล้ามเนื้อแขน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถทำตามและฝึกได้ด้วยตนเอง อาจประเมินซ้ำได้จากการสังเกตว่าสามารถป้อนอาหารเพื่อน ร่วมห้องได้นานกว่าเดิมหรือไม่
Lab 2คำถาม1.ความสามารถของผู้รับบริการเมื่อเทียบกับอายุควรทำอะไรได้บ้าง >มีความเห็นว่าการตั้งคำถามโดยใช้คำว่า “ความสามารถของผู้รับบริการ” นั้นมีขอบเขตอายุที่กว้างเกินไป เราจึงควรตั้งคำถามที่มีความเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้รับบริการ โดยจากข้อมูลทราบว่าผู้รับบริการอายุ 74 ปี และผู้บำบัดต้องการทราบถึงความสามารถ เช่น ความสามารถด้าน physical,cognitive,learning,communication เป็นต้น เพื่อนำไปวางแผนในการประเมินและจัดกิจกรรมเพื่อบำบัด> ดังนั้น จึงปรับเปลี่ยนคำถามให้มีความชี้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น> “ ผู้รับบริการอายุ74ปี ต้องมีความสามารถอะไรบ้าง? “
6323005 ภัทรวรรณ ทิพย์สูตร