เราตั้งตารอดูว่า สมาชิกรัฐสภาจะแสดงวุฒิภาวะเพื่อบ้านเมืองหรือไม่ ในการอภิปรายวันที่ ๒๖ – ๒๗

ไม่ล้มล้าง

เช้ามืดวันเสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๓ ผมเดินออกกำลังพร้อมกับฟังวิทยุ 101 FM Talk    โชคดีได้ฟังการสนทนาระหว่างคุณรัชพล ผู้ดำเนินรายการ กับ นพ. ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ช่วงหนึ่ง กับอีกช่วงหนึ่งระหว่างคุณรัชพล กับ รศ. ดร. เจตน์ โทณวณิก     เป็นการให้ความเห็นต่อสถานการณ์วิกฤติการเมืองในปัจจุบันที่มีวุฒิภาวะสูงมาก   

ผมจับความได้ว่า เรื่องที่ล่อแหลมที่สุดคือเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์    ที่ฝ่ายเรียกร้องบอกว่าต้องการให้ปฏิรูป    แต่มีฝ่ายที่ใช้ hate speech บอกว่าฝ่ายนั้นต้องการล้มล้าง    ผมจึงคิดว่าสังคมควรร่วมกันทำความเข้าใจให้ชัดว่า ข้อเรียกร้องคือให้ปรับปรุง ไม่ใช่ยกเลิก   

นพ. ยงยุทธ บอกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรมีกติกาว่า ทุกฝ่ายที่ต่างก็หวังดีต่อบ้านเมืองต้อง อย่าใช้ hate speech    และต้องมองความเห็นต่างเป็นสินทรัพย์ (assets)  โดยท่านใช้คำว่า เป็นต้นทุน    ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง    และประเด็นที่สาม ท่านแนะให้ ผู้เห็นต่าง รับฟังซึ่งกันและกัน    ซึ่งผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง และเห็นใจผู้เกี่ยวข้อง     ว่าในสถานการณ์ขัดแย้ง คนเรามักถูกอารมณ์ครอบงำ     สติสัมปชัญญะ และปัญญา อ่อนแอลงไป  

การมีผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่ไม่เล่นการเมือง  ไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตน  ออกมาเตือนสังคม จึงมีคุณค่ายิ่ง  

นพ. ยงยุทธ เตือนอีกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้    ฝ่ายที่มีอำนาจเหนือต้องแสดงท่าทีรับฟัง        

ในกรณีเช่นนี้   การที่ท่านนายกลุงตู่ยอมถอยหนึ่งก้าวในวันที่ ๒๒ ตุลาคม โดยยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง    จึงสมควรได้รับการยกย่อง   

ดร. เจตน์ แนะนำว่า    ในรัฐสภาวันที่ ๒๖ – ๒๗ ไม่ควรเน้นการอภิปรายเอาชนะกัน    หรืออภิปรายหาเสียงเข้าตัว     แต่ทุกฝ่ายควรมุ่งใช้สภาหาทางออกร่วมกัน     เป็นข้อแนะนำที่มีคุณค่ายิ่ง

คนไทยทั้งมวลควรแสดงร่วมกันออกว่า เราตั้งตารอดูว่า สมาชิกรัฐสภาจะแสดงวุฒิภาวะเพื่อบ้านเมืองหรือไม่ ในการอภิปรายวันที่ ๒๖ – ๒๗

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ต.ค. ๖๓