การใช้อุเบกขาของผู้บริหาร จึงอยู่บนพื้นฐาน ความเป็นธรรม ถูกต้อง และเหมาะกับสภาพแห่ง ผลของกรรมแต่ละบุคคลที่ได้สร้างสมมาไม่เหมือนกัน เพราะ "บางครั้ง เอ็นดูเขาเอ็นเรา อาจขาด ต้องเอ็นดูให้พอเหมาะพอควร"
ผู้บริหารควรจะใช้อุเบกขาอย่างไร
จึงจะไม่เสียความเป็นกลาง ?
ดร. ถวิล อรัญเวศ
อุเบกขา เป็นธรรมข้อหนึ่งใน
พรหมวิหาร 4 ซึ่งเป็น
หลักธรรมสำหรับผู้บริหาร
ผู้เป็นใหญ่ หรือผู้นำองค์กร
พรหมวิหาร 4 คือ
เมตตา
ความรัก ปรารถนาจะให้เพื่อนร่วมงานเป็นสุข
กรุณา
ความสงสาร เป็นห่วงเป็นใยต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
อยากให้พ้นทุกข์
มุทิตา
ความพลอยยินดี รู้จักแสดงความยินดีชื่นชม
เมื่อคนในหน่วยงานประสบความสำเร็จ
ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งหรือมีความก้าวหน้า
ในหน้าที่การงาน และ
อุเบกขา
คือวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
บางคนอาจจะคิดว่า อุเบกขา
คือวางเฉย นิ่งเฉย ไม่ใยดี หรือนิ่งอยู่เฉย ๆ
ไม่ได้ทำอะไร จึงทำให้ความหมายที่แท้จริงของ
อุเบกขาผิดเพี้ยนไป ซึ่งส่งผลทำให้
มองคำสอนของศาสนาผิดไปด้วย
และซ้ำร้ายยังมองว่า
อุเบกขาและธรรมที่มีอุเบกขาเข้า
ไปเกี่ยวข้องนี้ว่า เป็นส่วนที่
ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นิ่งเฉย
ไม่ปรากฏผลใด ๆ ทำให้หลายคน
ปฏิเสธไม่ยอมรับการใช้อุเบกขา
เพราะมองดูว่า เห็นแก่ตัว
ไม่ทำอะไรเลย เพราะวางเฉย
อยู่เฉย ๆ ไม่มีส่วนช่วยเหลืออะไร
คำว่า วางเฉย นิ่งเฉย เฉยเมย หรือ
อยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไม่ทำอะไร
ในภาษาบาลีใช้คำว่า ตุณฺหี
(ให้อ่านว่า ตุณฮี นะครับ
เพราะภาษาบาลี
ไม่เสียง ห.หีบ ต้องอ่านเป็นเสียง ฮ.)
หรือตุณฺหีภาวะ ทั้งสองคำนี้
แปลว่า นิ่งเฉย วางเฉย
เฉยเมย หรือ อยู่นิ่ง ๆ เหมือนกัน
ในการนำอุเบกขาไปใช้ คือเป็นผู้ใหญ่
เป็นผู้นำคนในองค์กร
ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้าง
ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะมิเช่นนั้น
จะทำให้เสียความเป็นกลาง
หรือเสียความเป็นผู้นำได้
ผู้บริหารหรือผู้นำ ต้องแยกแยะ
และพยายามทำให้บุคคลสองฝ่ายหรือ
หลายฝ่ายสามารถเข้าอก
เข้าใจกันได้ และไม่ทะเลาะกัน
นี่แหละคือความเป็น
ผู้มีอุเบกขา วางตัวเป็นกลาง
เหมือนกับที่ว่า เป็น
กลางทางการเมือง
โดยเฉพาะข้าราชการ ผู้ปฏิบัติ
จะต้องวางตัวเป็นกลาง
ทางการเมือง
มิเช่นนั้น จะถือว่า
ผิดวินัยข้าราชการก็ได้
อุเบกขา จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าอยู่ในสถานการณ์
จะช่วยอะไรไม่ได้ เพราะบางครั้ง
ผลที่เกิดอาจเกิดแต่
กรรมของคนนั้น ๆ เอง
เช่น ถ้าเข้าข้างคนผิด ก็ถือว่า
ไม่มีอุเบกขาธรรม
แต่ถ้าได้รับคำตัดสิน
จากผู้มีอำนาจหรือ
ศาลสถิติยุติธรรมแล้ว
จะต้องปล่อยให้เป็นไปตาม
กระบวนการยุติธรรม
นี้คือการนำอุเบกขาไปใช้
ตามนัยของหลักธรรม
การที่ผู้บริหารมีอุเบกขา
วางตัวเป็นกลาง ไม่เอนเอียง
เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพาะ
อาจจะทำให้เสียการปกครอง
หรือเสียความเป็นผู้มี
ความยุติธรรมของผู้บริหารเนื่อง
จากอาจจะถูกเพ่งเล็งว่า
ขาดความยุติธรรม ถือว่าเป็น
เรื่องสำคัญ จะละเลย
ไม่ได้ในการแสดงออกของ
ผู้บริหาร
การใช้อุเบกขาของผู้บริหาร
จึงอยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรม
ถูกต้อง และเหมาะกับสภาพแห่ง
ผลของกรรมแต่ละบุคคล
ที่ได้สร้างสมมาไม่เหมือนกัน
ท้ายสุดขอฝากข้อคิด
สักเล็กน้อย
"บางครั้ง เอ็นดูเขา
เอ็นเรา อาจขาด
ต้องเอ็นดูให้พอเหมาะ
พอควร"
ขอความสุขสวัสดี.
จงมีแด่ท่านครับ

