หลักในการพิจารณาความผิดทางวินัย “ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ” ๑. ผู้นั้นมีเถยจิตหรือเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ๒. โทษที่จะลงควรลงโทษ เป็นไล่ออกจากราชการ ๓. การนำเงินที่ทุจริตไปแล้วมาคืน หรือมีเหตุควรลดหย่อนอื่นใด ไม่อาจลดโทษเหลือเป็นปลดออกจากราชการได้ และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนพอสมควร ดังนี้ ๑. มีหน้าที่ราชการ ๒. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นมิชอบ ๓. เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ ๔. มีเจตนาทุจริต ระดับโทษ คือ “ไล่ออกจากราชการ”สถานเดียว กล่าวคือ ๑. ลงโทษน้อยกว่าไล่ออกไม่ได้ ๒. อ้างเหตุลดหย่อนโทษไม่ได้ ๓. ไม่ระบุจานวนเงินว่า “มากหรือน้อยเพียงใด” ๔. ให้ดูที่เจตนา (พฤติกรรมส่อเจตนา)

ความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ”

ดร.ถวิล อรัญเวศ

        การสนทนาธรรมตามกาล เป็นมงคลอันสูงสุด
วันนี้ ขอนำเรื่อง“ความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ”
มาเสวนา อย่างน้อยก็จะได้แนวคิดและสร้างความตระหนักใน
เรื่องการไม่ทุจริตต่อหน้าที่ราชการได้เมื่อได้มาปรารภถึง
การทำความผิดว่าจะได้รับโทษจากการที่ทำการทุจริตนั้นอย่างไร

     “การทุจริต” เป็นภัยร้ายแรงสำคัญที่ทำลายความมั่นคงของชาติ
รัฐบาลจึงมีนโยบายว่าจะสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม
และธรรมาภิบาล ให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พร้อมทั้งพัฒนาความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ
เพื่อให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจของประชาชนด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของ
ภาคประชาชน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบ ตลอดจนสนับสนุนการสร้างค่านิยมของสังคม
ให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม


ความหมายการทุจริต

      คำว่า “ทุจริต” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑)
หมายถึง “เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วย
กฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น”

      คำว่า “ทุจริตต่อหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4
หมายถึง “การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง
หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้
ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น
หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ทั้งนี้
เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้
โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น”


องค์ประกอบการทุจริต

มีองค์ประกอบ ความผิด ๔ ประการ คือ

๑. มีหน้าที่ราชการที่จะต้องปฏิบัติ

๒. ปฏิบัติหรือละเว้นการหน้าที่นั้นโดยมิชอบ

๓. เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้

๔. มีเจตนาทุจริต

     หากไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐาน ทุจริต อาจผิดวินัย
ฐานอื่น เช่น ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือประพฤติชั่ว
อย่างร้ายแรง ซึ่งต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เป็นเรื่อง ๆ ไป

หลักในการพิจารณาความผิดทางวินัย
“ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ”

๑. ผู้นั้นมีเถยจิตหรือเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

๒. โทษที่จะลงควรลงโทษ เป็นไล่ออกจากราชการ

๓. การนำเงินที่ทุจริตไปแล้วมาคืน หรือมีเหตุควรลดหย่อนอื่นใด
ไม่อาจลดโทษเหลือเป็นปลดออกจากราชการได้

และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจนพอสมควร ดังนี้

๑. มีหน้าที่ราชการ

๒. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นมิชอบ

๓. เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้

๔. มีเจตนาทุจริต

ระดับโทษ คือ “ไล่ออกจากราชการ”สถานเดียว กล่าวคือ

๑. ลงโทษน้อยกว่าไล่ออกไม่ได้

๒. อ้างเหตุลดหย่อนโทษไม่ได้

๓. ไม่ระบุจานวนเงินว่า “มากหรือน้อยเพียงใด”

๔. ให้ดูที่เจตนา (พฤติกรรมส่อเจตนา)