ทุกปัญหาของสังคม ย่อมจะมีทางแก้ มีทางออกเสมอ ขอเพียงเราร่วมด้วยช่วยกัน คือ ถ้าคนในชาติร่วมใจขจัดปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ร่วมกันทำ ดีกว่าต่างคน ต่างทำ ร่วมกันคิด ดีกว่าต่างคน ต่างคิด และน้อมนำพระราชดำรัส หรือ ศาสตร์พระราชา มาปฏิบัติ โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้ชีวิตเราเข้าถึงสุขอย่างแท้จริง เพราะเรารู้จักประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันเป็นอย่างดีภายใต้เงื่อนไขความรู้ และคู่คุณธรรม ท้ายที่สุดเราก็จะสามารถขจัดปัดเป่าปัญหาดังกล่าวได้ ก็จะสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

จะดำรงชีวิตอย่างไร ในสภาวะโลกวิกฤติ เศรษฐกิจตกต่ำ?

ดร.ถวิล อรัญเวศ


    ปัจจุบันสภาพสังคมไทยและสังคมโลก
ได้รับผลกระทบในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ
สุขภาพจิตของคนในสังคมอยู่ในภาวะเครียด
และสับสนเพราะความเห็นไม่ตรงกัน ตลอด
ทั้งค่าครองชีพก็สูง น้ำมันก็แพงขึ้นแล้วขึ้นอีก

   ครับ เป็นเรื่องที่ทุกคนประสบ แต่ละคนก็ประครองชีวิต
ตนเองให้พ้นไปวัน ๆ ยิ่งคนที่ไม่มีงานเป็นหลักที่แน่นอนมั่นคง
ก็ต้องใช้ความขยันเข้าไว้ เพราะพุทธภาษิตก็ให้แง่คิดแล้วว่า
“คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้”
   คนวัยเกษียณอายุราชการ ก็เช่นกัน เงินบำนาญก็ไม่มาก
ลำพังจะใช้อาจไม่พอจับจ่าย ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้รัดกุม
ไม่เช่นนั้น ก็จะไปไม่รอด

     อย่างไรก็ตาม สังคมไทยเรา หนทางยังไม่ถึงทางตัน
ยังพอมีทางออก และจะสามารถอยู่เย็นเป็นสุขไป
อีกหลายร้อยปี ขอเพียงแต่คนไทย มีแนวปฏิบัติ ดังนี้

1. เศรษฐกิจตกต่ำ

     เป็นผลมาจากสินค้าราคาแพง คนว่างงาน
แก้ได้ของเพียงเราต้องขยันทำมาหากิน
ประหยัดอดออม เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน จำหน่ายสินค้า
ก็ไม่ตีราคาสูงมากนัก พออยู่ได้ แต่ได้ใจลูกค้า
พัฒนาสินค้า OTOP OSOP ออกจำหน่ายเพื่อ
กระจายรายได้สู่ชุมชนหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด
ประเทศ และถ้ามีสินค้ามากก็ส่งขาย จำหน่ายออก
ไปต่างประเทศด้วยยิ่งดี

2. สุขภาพจิตอยู่ในภาวะเครียด

     ความเครียด ย่อมมีกันทุกคน เพียงแต่มากน้อย
ต่างกันเท่านั้น และเพียงแต่ว่าเราจะใช้อุบายไหนมา
แก้ปัญหาดังกล่าว หาแต่สิ่งที่จะทำให้ใจเรา
เป็นสุขสบาย คลายทุกข์ ก็ต้องรู้จักปล่อยวางเป็นบางครั้ง
ไม่ตามกระแสสังคมที่จุดปมให้เครียด เพราะ "ทุกข์อยู่ที่ถือ
สุขอยู่ที่การรู้จักปล่อยวาง" ดังคำพระท่านสอนไว้
"ละชั่ว ทำดี และทำใจเราให้ผ่องใส"
ทำได้เช่นนี้ คงจะหายเครียดนะครับ

3. น้ำมัน/ก๊าซ ราคาแพง
    น้ำมันแพง แถมก๊าสก็ขยับราคา เราควรหา
วิธีประหยัดน้ำมัน และก๊าซโดยช่วยกันหา
วิธีประหยัดพลังงานกันบ้าง เช่น ขับรถจักรยาน
หรือการขึ้นรถประจำทางบ้าง ก็คงไม่เสีย
หยาดเหงื่อเท่าไรนัก แถมได้ออกกำลังกายไปด้วย
ทำให้สุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้ก็นำ
ศาสตร์พระราชามาใช้ในการดำรงชีวิต

4. เสถียรภาพางการเมือง

    การเมืองยังไม่นิ่ง เพราะต้องจัดระเบียบให้คนไทย
ให้ตระหนักในการเคารพกฎ กติกา กฎหมายบ้านเมือง
มีความเห็นตรงกัน หรือเห็นต่าง แต่ไม่แตกแยกกัน
โฟกัสความคิด ลดละทิฏฐิ ไม่คิดแต่อยากได้อำนาจ
ตระหนักถึงชาติบ้านเมือง เพราะถ้าชาติบ้านเมืองไม่มี
เราจะไปอยู่ตรงไหน อยู่อย่างไร เราไม่ได้หวนคิด
หรือคิดได้อาจจะลืมไป ไม่ใส่ใจ เห็นว่าไม่สำคัญ 
เพราะฉะนั้น เราควรสมานมิตร สมานจิต สมานใจ
ปรองดองสมานฉันท์ ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ
ใครคิดทรราษฎร์ก็ขอให้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย
ที่ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยกันปราบคนพาล อภิบาลคนดี
เพื่อจะได้ทำหน้าที่พัฒนาประเทศชาติ
ให้เจริญก้าวหน้าอย่างสันติต่อไป

5. เด็กทะเลาะวิวาท

    อย่าไปนำเอาแนวคิดไม่ดีมาเป็นตัวแบบ
โดยเฉพาะพวกอ้างสถาบันการศึกษา หรือ
เกียรติสถาบันการศึกษาอย่างผิด ๆ ต้องผูกมิตร
ผูกเสี่ยว รักกันไว้ให้มาก เป็นเพื่อนกัน
ไม่อาสถาบันการศึกษาตนเองมาเป็นข้ออ้างเสียเกียรติ
เสียศักดิ์ศรี เพราะสถาบันการศึกษาไม่มีชีวิต
คนเราต่างหากที่ทำให้สถาบันการศึกษา
ของตนเองต้องมัวหมอง

    ฉะนั้น มาตรการที่ควรทำ คือการรับน้องเมื่อ
เปิดการศึกษาใหม่ ๆ ต้องใช้วัฒนธรรม
การรับน้องอย่างสร้างสรรค์ สถาบัน
สถานศึกษาใด ไม่ใส่ใจเรื่องนี้
ก็ให้ถือว่าทำหน้าที่บกพร่อง ย่อหย่อน
ต้องเอาความผิดกับคณะผู้บริหาร
ตลอดทั้งผู้เกี่ยวข้องด้วยก็จะดีไหมครับ

6. ปัญหาเอดส์ เพศศึกษา อนามัยเจริญพันธ์

    โรคเอดส์ระบาด ผู้หญิง (หรือผู้ชาย) ถูกข่มขืนกระทำชำเรา
การตั้งครรภ์ในวัยเรียน เป็นต้น นับว่ากำลังมีจะทวีปัญหาเพิ่ม
ฉะนั้น ทักษะชีวิต จำต้องมี ฝึกจิต ฝึกใจ ฝึกวิทยายุทธ
ฝึกการแก้ปัญหาบูรณาการอริยสัจ 4 ให้ได้ รู้ว่าอะไรเป็นปัญหา
อะไรคือสาเหตุของปัญหา วิเคราะห์หาสาเหตุ วิเคราะห์ต้นเหตุ
หาทางออก และบอกวิธีแก้ให้ได้แล้วจำใส่ใจว่า
ถ้าปัญหาอย่างนี้เกิดอีกต้องแก้ด้วยวิธีไหน
จึงจะดีแล้วนำมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาต่อไป เป็นต้น

7. ปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดให้โทษ
   ปัญหายาเสพติดให้โทษ ยาบ้า ปราบอย่างไรก็ไม่หมด
ถ้าไม่ร่วมด้วยช่วยกันสอดล่องเป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมือง
อาจเป็นเพราะชีวิตกำลังมีปัญหา หาทางออกไม่ได้
ไม่ขวนขวายหาวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หรือไม่
ก็อยากรวยทางลัด นำยาเสพติดเป็น
สินค้าจำหน่ายเลี้ยงชีวิต คิดสั้นขาดวิสัยทัศน์ลืมคิดว่า
ถ้าประชาชนติดยาเสพติด สังคมอยู่ไม่ได้ เราจะอยู่ได้อย่างไร

      เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเห็นสังคมประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง
ต้องไม่ใช้ยาเสพติดแก้ปัญหาและไม่คบหาคนติดยาเสพติด
ไม่ดำรงชีพด้่วยการจำหน่ายยาบ้า ต้องช่วย
แนะนำหาทางออกให้กันและกัน

8. ปัญหาอื่นๆ เช่น ความเห็นไม่ลงรอยกันในทางการเมือง 
   เราต้องจูนเข้าหากันให้ได้ ว่าทำอย่างไร
ประชาธิปไตยเราจึงจะทำให้ชาติบ้านเมือง
อยู่รอดปลอดภัย  คงไม่มีวิธีใดดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด
ต้องนำมาปรับใช้ให้เข้ากับ
สภาพบริบทของสังคมไทยเรา
   ประชาธิปไตยเราก็ล้มลุกคลุกคลานมา ผลัดกันชมระหว่างการเมือง
และระบบข้าราชการ  การเมืองเลือกตั้้ง และการบริหารโดยข้าราชการ
เช่น ปฏิวัติ รัฐประหาร ปฏิรูป เป็นต้น เราคงปฏิเสธไม่ได้
เพราะการเมืองแบบเลือกตั้งบางครั้งอาจถึง
ทางตัน เพราะนักการเมืองไม่เล่นตามกติกา
จึงเป็นช่องไหว่ให้มีการปฏิวัติ รัฐประหาร 
ต้องช่วยกันสร้างวัฒนทางการเมืองให้เกิดขึ้น
ทั้งในภาคประชาชน ภาคราชการ ตลอดทั้งภาคทหาร
ตำรวจ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป

     สรุป

        ทุกปัญหาของสังคม ย่อมจะมีทางแก้ มีทางออกเสมอ
ขอเพียงเราร่วมด้วยช่วยกัน คือ ถ้าคนในชาติร่วมใจขจัดปัญหา
ดังกล่าวร่วมกัน ร่วมกันทำ ดีกว่าต่างคน ต่างทำ ร่วมกันคิด
ดีกว่าต่างคน ต่างคิด และน้อมนำพระราชดำรัส หรือ
ศาสตร์พระราชา มาปฏิบัติ โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
จะทำให้ชีวิตเราเข้าถึงสุขอย่างแท้จริง เพราะเรารู้จักประมาณ
มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกันเป็นอย่างดีภายใต้เงื่อนไขความรู้
และคู่คุณธรรม ท้ายที่สุดเราก็จะสามารถขจัดปัดเป่าปัญหา
ดังกล่าวได้ ก็จะสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข