การบริหาร เป็นศาสตร์และศิลป์อย่างไรนั้นจะพิจารณาว่า การบริหารเป็นศาสตร์ เพราะการบริหารเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่มีแนวคิดและทฤษฎีที่สามารถศึกษาเล่าเรียน และอธิบายปรากฏการณ์การบริหารได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือไสยศาสตร์) เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการเพื่อให้ศึกษาอย่างเป็นระบบ ระเบียบ โดยลักษณะนี้การบริหารจึงเป็นศาสตร์ การบริหารเป็นศิลป์ พิจารณาจากการบริหารของผู้บริหารที่สามารถนำแนวคิดทฤษฎีทางการบริหารไปปรับหรือประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโดยอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ไหวพริบปฏิภาณ และทักษะของผู้บริหารแต่ละคนที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้ ต้องประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีทางการบริหารไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ การบริหารจึงเป็นศิลป์ (Arts) คืออาศัยศิลปะ ไหวพริบ ไหวแวว หรือกึ๋นของนักบริหารคนนั้น ๆ เป็นการเฉพาะกิจเฉพาะคราวไป โดยนัยเดียวกันนี้ การบริหาร ผู้บริหารต้องใช้ ทั้งหลักนิติศาสตร์ และหลักรัฐศาสตร์ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของบุคคลในสังคมหรือประเทศนั้นๆ ถ้าหัวดื้อ ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นสำคัญ แต่ถ้าต้องการความสงบสุข หรือความร่มเย็นเป็นสุขของคนในสังคมแล้ว การบริหารจำต้องใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์หรือหลักในการปกครองคนควบคู่ไปกับหลักนิติศาสตร์ หลักการยึดระเบียบ กฎหมาย กติกาของสังคมประกอบด้วย หรือธรรมาภิบาล เพราะบริหารต้องธรรมาภิบาล บริการต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียหรือประชาขน การบรืหารจำต้องได้ทั้งคนและงาน ได้ใจคน จะได้ทุกอย่าง ผิดใจคน เสียหายทุกอย่างการบริหารที่พึงประสงค์ คนสำราญ งานสำเร็จ

การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์ ?

ดร. ถวิล อรัญเวศ



การบริหาร คือการที่ผู้นำหรือหัวหน้าหน่วยงานหรือองค์กรทำงานให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้โดยอาศัยเพื่อนร่วมงานในองค์กรร่วมด้วยช่วยกันทำ

ผู้บริหารไม่สามารถทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานงานหรือองค์กร

ผู้บริหาร จึงเป็นเสมือนผู้ที่สามารถนำเอาศักยภาพของเพื่อนร่วมงานออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงานให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

มีนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า “ผู้บริหาร คือผู้รีดเอาความรู้ความสามารถของเพื่อนร่วมงานออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”

ดังนั้น การบริหาร จึงมีนักปรมาจารย์หลายท่านได้กล่าวไว้ว่า การบริหาร เป็นศาสตร์บ้าง การบริหารเป็นศิลป์บ้าง การบริหารต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ผสมผสานกันไปบ้าง เพราะมีคำพูดตลก ๆ ว่า “กฎหมายมีไว้สำหรับคนที่ไม่เคารพกฎกติกาของสังคม”ถ้าคนเรามีสัญชาตญาณในการเคารพกฎ กติกาของสังคมเป็นวิถีชีวิตแล้ว กฎหมายอาจจะไม่จำเป็นก็ได้

แง่คิดเชิงบรืหาร ทำอะไรก็ไม่ยากเท่ากับทำกับคน เพราะคนมีจิตใจ มีอารมณ์ มี
ความรู้สึก ต้องคอยเอาใจ เพราะถ้าได้ใจคน จะได้ทุกอย่าง ผิดใจคน เสียหายทุกอย่าง คนสำราญ งานจักสำเร็จ การบริหาร จำต้องได้ทั้งคนและงานจึงจะบันดาลสุขมาให้ผู้บริหาร

การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์ ?

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554

ศาสตร์ มาจากรากศัพท์ ศาสตร, ศาสตร์
[สาดตฺระ, สาดสะตฺระ, สาด] น. ระบบ
วิชาความรู้, มักใช้ประกอบหลังคําอื่น เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์มนุษยศาสตร์. (ส.).

ส่วนคำว่า “ศิลป์” ศิลป,

ศิลป์ 1

ศิลปะ [สินละปะ, สิน, สินละปะ] น. ฝีมือ,ฝีมือทางการช่าง, การทำให้วิจิตรพิศดาร, เช่น เขาทำดอกไม้ประดิดประดอยอย่างมีศิลปะผู้หญิงสมัยนี้มีศิลปะในการแต่งตัว รูปสลักวีนัสเป็นรูปศิลป์; การแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่าง ๆอย่างเสียง เส้น สี ผิว รูปทรง เป็นต้น เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะการวาดภาพ ศิลปะการละคร วิจิตรศิลป์. (ส. ศิลฺป; ป. สิปฺป ว่ามีฝีมืออย่างยอดเยี่ยม).

ศิลป์ 2

[สิน] (กลอน) น. ศร เช่น งามเนตรดังเนตรมฤคมาศ งามขนงวงวาดดังคันศิลป์. (อิเหนา), พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดั่งจันทรพิศขนงก่งงอนดั่งคันศิลป์.

(รามเกียรติ์ ร. 1).

ตามนัยทางการบริหารจึงแปลความได้ว่า การบริหารเป็นศาสตร์ เพราะการบริหารเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่มีแนวคิดและทฤษฎีที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์การบริหารได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือ

ไสยศาสตร์) เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการระเบียบอย่างเป็นระบบ กล่าวคือมีหลักเกณฑ์และทฤษฎีที่พึงเชื่อถือได้อันเกิดจาการค้นคว้าเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร เป็นศาสตร์สังคม ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยาสังคมวิทยา และรัฐศาสตร์ โดยลักษณะนี้การบริหารจึงเป็นศาสตร์ (Science)

การบริหารเป็นศิลป์ พิจารณาจากการบริหารของผู้บริหารที่สามารถนำแนวคิดทฤษฎีทางการบริหารไปปรับหรือประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโดยอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ไหวพริบปฏิภาณ และทักษะของผู้บริหาร

แต่ละคนที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีทางการบริหารไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ การบริหารจึงเป็นศิลป์ (Arts) คืออาศัย

ศิลปะ ไหวพริบ ไหวแวว หรือกึ๋นของนักบริหารคนนั้น ๆ เป็นการเฉพาะกิจเฉพาะคราวไป

การบริหารต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์อย่างไร ?

หลักนิติศาสตร์ คือการยึดระเบียบ กฎหมาย กติกาของสังคมที่กำหนดไว้โดยผ่านองค์กรตามระบอบประชาธิปไตย เช่น ผ่านการเสนอแนะของผู้มีอำนาจในการออกฎหมาย และกลั่นกรองกฎหมาย (รัฐสภา คือ ส.ส. และ ส.ว. หรือสภาต่ำและสภาสูง สุดแท้แต่จะเรียก) ใครทำผิดกฎหมายก็จะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิด

หลักรัฐศาสตร์ คือหลักที่ใช้ในการปกครองคนในบ้านเมืองหรือประเทศชาติ ทำอย่างไรคนในสังคมหรือประเทศชาติจะมีความร่วมเย็น สงบสุข เป็นต้น

ดังนั้น การปกครอง หรือการบริหาร จึงต้องมีทั้งหลักนิติศาสตร์ และหลักรัฐศาสตร์ ควบคู่กันไป จะมากหรือน้อยหรือเอนเองไปทางไหนก็แล้วแต่ว่าคนในสังคมหรือประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร ถ้าคนหัวดื้อ ไม่เคารพกฎ กติกาหรือระเบียบแบบแผนทางสังคม มักสร้างความเดือดร้อน ทำนอกรีตนอกรอย ก็ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับเพื่อไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามต่อไป ถ้าจะอนุมานก็ คงไม่ต่างจากความหมายที่ว่า “การบริหารเป็นศาสตร์และศิลป์” นั้นเอง

สรุป

การบริหาร เป็นศาสตร์และศิลป์อย่างไรนั้นจะพิจารณาว่า การบริหารเป็นศาสตร์ เพราะการบริหารเป็นวิชาการแขนงหนึ่งที่มีแนวคิดและทฤษฎีที่สามารถศึกษาเล่าเรียน และอธิบายปรากฏการณ์การบริหารได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่เรื่องลึกลับหรือไสยศาสตร์) เป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการเพื่อให้ศึกษาอย่างเป็นระบบ ระเบียบ โดยลักษณะนี้การบริหารจึงเป็นศาสตร์

การบริหารเป็นศิลป์ พิจารณาจากการบริหารของผู้บริหารที่สามารถนำแนวคิดทฤษฎีทางการบริหารไปปรับหรือประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโดยอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ไหวพริบปฏิภาณ และทักษะของผู้บริหารแต่ละคนที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้ ต้องประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีทางการบริหารไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ การบริหารจึงเป็นศิลป์ (Arts) คืออาศัยศิลปะ ไหวพริบ ไหวแวว หรือกึ๋นของนักบริหารคนนั้น ๆ เป็นการเฉพาะกิจเฉพาะคราวไป โดยนัยเดียวกันนี้ การบริหาร ผู้บริหารต้องใช้ ทั้งหลักนิติศาสตร์ และหลักรัฐศาสตร์ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของบุคคลในสังคมหรือประเทศนั้นๆ ถ้าหัวดื้อ ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเป็นสำคัญ แต่ถ้าต้องการความสงบสุข หรือความร่มเย็นเป็นสุขของคนในสังคมแล้ว การบริหารจำต้องใช้ทั้งหลักรัฐศาสตร์หรือหลักในการปกครองคนควบคู่ไปกับหลักนิติศาสตร์ หลักการยึดระเบียบ กฎหมาย กติกาของสังคมประกอบด้วย หรือธรรมาภิบาล เพราะบริหารต้องธรรมาภิบาล บริการต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียหรือประชาขน การบรืหารจำต้องได้ทั้งคนและงาน ได้ใจคน จะได้ทุกอย่าง ผิดใจคน เสียหายทุกอย่างการบริหารที่พึงประสงค์ คนสำราญ งานสำเร็จ

-----------------------