
ผมทำงานด้านกิจการนักศึกษา/พัฒนานักศึกษา ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 จวบจนถึงพฤษภาคม 2563 รวมแล้วก็ 11 ปีกว่า คงพอจะมีประสบการณ์อยู่บ้าง ด้วยเหตุแห่งการได้โยกย้ายหน้าที่จากดูแลศิษย์ปัจจุบันผันตัวมาดูแลภารกิจศิษย์เก่า จึงจะขอบันทึกเรื่องราวของคนทำงานด้านกิจการนักศึกษาไว้ เป็นบันทึกแทนความทรงจำ เพื่อไม่ให้เสียชื่อว่าทำมาตั้ง 11 ปี ไม่มีร่องรอยอะไรเหลือไว้เลยหรือ?
งานด้านพัฒนานักศึกษานั้น ผู้ปฏิบัติงานต้องมีใจใฝ่เรียนรู้ คือต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ นักศึกษา แต่ละรุ่น แต่ละปี เนื่องจากมีความดีงามแตกต่างกันของฐานคิดและวิธีปฏิบัติ รวมไปถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การอยู่ข้าง ๆ เขาเพื่อเรียนรู้ไปพร้อมกันกับเขา เมื่อเวลาผ่านไป เราเองก็จะเห็นร่องรอยที่งดงาม จะเห็นการเติบโตของนักกิจกรรมรุ่นแล้ว รุ่นเล่า แต่เราเองอาจจะมีโอกาสเพียงแค่ยืนมองดูอยู่ห่าง ๆ คล้ายการปลูกไม้ยืนต้น แรก ๆ ก็อยู่ใกล้ชิด ใส่ปุ๋ย พรวนดิน รดน้ำ เมื่อเขาโตขึ้น หากอยากเห็นความงามก็ต้องยืนมองห่างออกไป ห่างออกไป เพราะเขาเติบโตขึ้นตามเวลา หลายคราเราก็ผูกพันกันจนใกล้ชิด จนอาจยึดติดว่าสนิทสนมกันมากจนเผลอไปล้ำเส้น ก็อาจทำให้เสียการงานได้
งานด้านกิจการนักศึกษา จำเป็นอย่างยิ่งต้องเป็นผู้ตื่นรู้ คือตื่นตัวให้อยู่เสมอ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ เนื่องจากนักศึกษาเป็นคนสมัยใหม่ แต่เราเป็นคนร่วมสมัย จึงต้องทำการบ้านให้ดี รับมือให้ได้ หรือเรียนรู้ให้ไวเพื่อไปกับเขาให้ทัน เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน มีสถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หรือแม้แต่สถานการณ์ทางการเมืองที่เราอยู่บนความต่างทางความคิดและการแสดงออกของเหล่านิสิตนักศึกษาที่หลากหลายรูปแบบ เราจึงต้องเป็นผู้เรียนรู้อยู่มิขาด เพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในการดูแลน้องนักศึกษาให้เก่ง ดี มีสุข
ลุงภารโรง
กันยายน 2563




