การจัดการเชิงกลยุทธ์ในยุคปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบันที่โลกธุรกิจมีการแข่งขัน และความผันผวนที่สูงขึ้นกว่าในอดีต อีกทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้องค์กรมีจำเป็นที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของรวดเร็วของโลกในยุคปัจจุบัน เพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขัน และอยู่รอดในอุตสาหกรรมได้

          กลยุทธ์องค์กรจึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่สำคัญ ที่จะทำให้องค์กรสามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง สร้างโอกาสในการขายสินค้าและสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคได้เห็นถึงคุณค่าที่องค์กรได้เพิ่มเข้าไปในสินค้าหรือบริการได้ องค์กรจึงมีความจำเป็นในการจัดการเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนไปตามทิศทางและแนวทางที่องค์กรได้กำหนดไว้อย่างถูกต้องแม่นยำและสัมฤทธิ์ผล

              องค์ประกอบของกลยุทธ์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรควรประกอบไปด้วย 3 ประการ คือ

  1. องค์กรจำเป็นจะต้องมีแผนระยะสั้น ในการดำเนินงานว่าในระยะ 1-3 ปี ว่าองค์กรจะมีแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างไร
  2. องค์กรจะต้องมีการจัดทำแผนระยะยาว ในการดำเนินงานระยะ 3 ปีขึ้นไป เพื่อวางภาพในอนาคตหรือเป็นการกำหนดทิศทางขององค์กรว่าในอนาคตจะเดินไปทางไหน ไม่หลงทาง
  3. องค์กรควรจะต้องทำการเปรียบเทียบคู่แข่งทั้งทางตรง คู่แข่งทางอ้อม หรือสินค้าทดแทนอยู่เสมอ เพื่อที่องค์กรจะได้ทำการประเมินว่ากลยุทธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรับมือกับคู่แข่งได้หรือไม่ หรือมีจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เมื่อไหร่

ในการวางทิศทางในอนาคตขององค์กรสิ่งแรกที่ควรพิจารณา และบ่งบอกถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่องค์กรจะทำหรือที่จะมุ่งไปในอนาคต ก็คือ วิสัยทัศน์ขององค์กร (Vision) เพราะวิสัยทัศน์ขององค์กรเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรมองเห็นภาพในอนาคตเป็นภาพเดียวกัน ทำให้ทุกคนเข้าใจในทิศทางที่องค์กรจะมุ่งไป และจะต้องพัฒนาอะไรบ้างเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่องค์กรวางไว้ได้

ซึ่งลักษณะของวิสัยทัศน์ที่ดี ที่จะสารมารถสื่อสารให้ทุกคนในองค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับขององค์กร ได้เข้าใจเห็นภาพในอนาคตไปในทิศทางเดียวกัน ควรจะประกอบไปด้วย 4 Cons คือ

  1. Concise (กระชับ) วิสัยทัศน์ (Vision) ขององค์กรที่ดี ควรที่จะมีความกระชับ ชัดเจน สั้น ๆ เข้าใจง่าย เพราะจะทำให้ทุกคนจดจำได้ง่าย และไม่รู้สึกยุ่งยากสับสนจนเกินไปที่จะเข้าใจและปฏิบัติตาม
  2. Confine (ระบุขอบเขตธุรกิจ) วิสัยทัศน์ (Vision) ขององค์กรที่ดี ควรที่จะระบุว่าขอบเขตของการดำเนินธุรกิจขององค์กรอยู่ที่ไหนบ้าง เพื่อให้ครอบคลุมส่วนงานทั้งหมดที่องค์กรมีรับผิดชอบและดูแล อีกทั้งยังเพื่อนำไปใช้ในการวัดผลถึงความสำเร็จขององค์กรอย่างครอบคลุมทุกส่วน
  3. Contest (ท้าทาย) วิสัยทัศน์ (Vision) ขององค์กรที่ดี ควรที่จะมีความท้าทายไม่ง่ายจนเกินไป แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าที่จะทำให้สำเร็จได้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ กระตือรือร้นขององค์กรที่จะต้องการพัฒนาองค์กรให้สำเร็จจนถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้
  4. Connect (สร้างศรัทธาร่วม) วิสัยทัศน์ (Vision) ขององค์กรที่ดี ควรที่จะมีการสร้างศรัทธาร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุก ๆ ฝ่าย เพื่อเป็นการรวมใจของทุกคนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อีกทั้งยังสร้างให้ทุกคนรู้สึกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร

หลังจากที่องค์กรมีความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่องค์กรจะมุ่งไปในอนาคต หรือ วิสัยทัศน์ (Vision) ขององค์กรแล้ว สิ่งถัดมาองค์กรควรที่จะต้องมีคือจุดมุ่งหมายด้านพื้นฐานในการดำเนินงานขององค์กรที่เป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ หรือ outcome เพื่อเป็นการวัดความสำเร็จจากการดำเนินงานว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้ผลลัพธ์หรือไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการก็คือ พันธกิจ (Mission)

พันธกิจ (Mission) เป็นภารกิจหรือสิ่งที่องค์กรจะทำตามขอบเขตที่วางไว้ในระยะสั้นนั้น องค์กรจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และเพื่อตอบสนองเป้าหมายที่วางไว้ในอนาคต หรือ Vision นั่นเอง ซึ่งเป้าหมาย (Goal) ระยะสั้นที่วางไว้นั้นจะต้องเป็นรูปธรรม ชัดเจน วัดผลได้ และประเมินได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้มานั้น ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่วางไว้ในอนาคตอีกไกลแค่ไหน เช่น องค์กรอาจจะวางเป้าหมายเพื่อที่นำพาให้ธุรกิจให้อยู่รอดได้ในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันสูง อาจวางเป้าหมายว่าในแต่ละปีองค์กรจะต้องมี การเติบโต (Growth) การทำกำไร (Profitability) เท่าไหร่ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทขอบเขตของแต่ละองค์กรที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งไหน หรือได้วาง vision ไว้อย่างไร ซึ่งอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กรนั่นเอง