วันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ผมไปเสพปิติ จากการได้มีส่วนร่วมจิ๋วๆ (ระดับ pico ซึ่งหมายถึงหนึ่งส่วนใน หนึ่งล้านล้านส่วน) ในการร่วมคิดให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ความคิดนี้เริ่มจากสมัยท่านอธิการบดี ศ. ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ และมาเป็นจริงสมัยท่านอธิการบดี ศ. ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ โดยผู้รับดำเนินการสร้างความสำเร็จคือ รศ. ดร. อนุชาติ พวงสำลี
ทีมงานของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอจองเวลาล่วงหน้าราวๆ ๒ เดือน ว่าขอให้ไปเยี่ยมในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๙.๐๐ - ๑๕.๐๐ น. และเมื่อไปถึงก็พบว่า เป็นการ “เยี่ยมชม และให้คำแนะนำเพื่อการพัฒนา คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช และ นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ และคณะ” โดยมีทีมจาก กสศ. ๓ ท่าน และจาก สป. อว. ๒ ท่าน
ผมตีความว่า เป็นการจัดเวที reflection หลังจากดำเนินการบรรลุ milestone สำคัญ คือผลิตบัณฑิตรุ่นแรกออกมา ๘๐ คน และได้รับการต้อนรับจากตลาดแรงงานอย่างดี รวมทั้งโรงเรียนสาธิตก็มีนักเรียน ม. ปลายเป็นปีแรก
มองมุมหนึ่ง นี่คือการจัดกิจกรรมให้ผมได้เฉลิมฉลองตัวเองอยู่ในใจ ว่าผมได้มีส่วนส่งเสริมผลักดันให้เกิดความสำเร็จนี้ ราวๆ 1 pico part
เพื่อรำลึกประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งคณะนี้ ผมต้องพึ่ง “สมองส่วนความจำนอกกาย” คือ Gotoknow ย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์เมื่อ ๘ ปีที่แล้ว ที่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่นำไปสู่การก่อตั้งคณะนี้ ดังบันทึก (๑), (๒) ที่ช่วยฟิ้นความจำว่า สมัยท่านอธิการบดี ศ. ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ และ ศ. ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ ผมได้รับเชิญไปพูดให้ที่ประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฟัง ว่าการเรียนรู้ยุคใหม่ ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นอย่างไร นำไปสู่การประชุม (๑) ที่นำไปสู่การตั้งคำถามว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะทำประโยชน์แก่ประเทศด้านการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร และมีการประชุมหารือกันหลายครั้ง ครั้งหนึ่งผมอยู่ในที่ประชุมด้วย ท่านอธิการบดี ศ. ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์ ตั้งคำถามว่า เมื่อมีเป้าหมายตั้งคณะใหม่ด้านศึกษาศาสตร์แนวใหม่ หรือแนวนวัตกรรม จะหาใครมาเป็นคณบดีทำฝันให้เป็นจริง ผมโพล่งออกไปว่า อ้าว! ก็นั่งอยู่นี่ไง มาร่วมคิดการณ์กันมาสองปีแล้ว พร้อมกับชี้ไปที่ รศ. ดร. อนุชาติ พวงสำลี ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่ไปเติบโตที่มหาวิทยาลัยมหิดล
Fast forward มาเจ็ดแปดปี บัดนี้เราเริ่มเฉลิมฉลองความสำเร็จของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการริเริ่มสร้างสรรค์ของการทำงานสร้างนวัตกรรมด้านการศึกษาหรือการเรียนรู้ให้แก่ประเทศ จึงขอร่วมแสดงความยินดี ด้วยการสะท้อนคิด ว่าทำไมความสำเร็จนี้จึงเกิดขึ้นได้
- เลือกคนมาเป็นผู้นำดำเนินการถูกคน คือ รศ. ดร. อนุชาติ พวงสำลี เพราะท่านผู้นี้เป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลง มีพลังสร้างสรรค์สูง มีประสบการณ์สูงมากในการดำเนินการโครงการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ ในลักษณะที่ไม่ตกร่องแนวคิดและวิธีการเดิมๆ ที่ไร้ผล
- “วาง ตำแหน่งแห่งที่” (positioning) ของหน่วยงานใหม่อย่างถูกต้อง คือวางไว้ที่ “ขอบ” ของระบบ ไม่หลงกระโจนเข้าไปในระบบ ที่เป็นระบบที่เดินทางผิดมากว่ายี่สิบปี แต่ก็ไม่ถึงกับปฏิเสธระบบ ดังกรณีชื่อคณะ Faculty of Learning Sciencs and Education และที่สำคัญหลักสูตรปริญญาตรี ที่ไม่ผลิตครูตามแนวอนุรักษ์นิยม ที่จะต้องปฏิบัติตามระบบวิชาชีพที่ผิดพลาดตกยุค คือประกาศไว้ตั้งแต่ต้นว่า ผู้จบการศึกษา ได้รับปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิตสาขาวิทยาการการเรียนรู้ จะไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพครูตามที่หน่วยที่มีอำนาจกำหนด เพราะไม่ต้องการปฏิบัติตามระบบที่ตกยุค แต่ในจำนวนบัณฑิตรุ่นแรกที่ได้งานแล้ว ไปเป็นครูในสัดส่วนสูงสุด แต่เป็นครูในโรงเรียนทางเลือก
- ดำเนินยุทธศาสตร์ด้านอาจารย์ถูกต้อง คือคัดเลือกอาจารย์ที่มีพื้นฐานหลากหลาย (interdisciplinary team) ให้มาทำงานสร้างสรรค์ร่วมกัน เป็นการหลีกจุดอ่อนของคณะศึกษาศาสตร์ครุศาสตร์ทั้งหลายในประเทศไทย ที่มีแต่คนที่คิดเหมือนๆ กัน ขาดพลังของความแตกต่างหลากหลาย เพราะมีแต่คนที่เรียนมาทางด้านศึกษาศาสตร์
- เริ่มกิจกรรมหลักอย่างถูกต้อง คือทำ “จากบนลงล่าง” เปิดหลักสูตรปริญญาโท Learning Sciences and Education Innovation ตามด้วยหลักสูตรปริญญาตรี Bachelor of Arts in Learning Sciences และตามด้วยการเปิดโรงเรียนสาธิต ระดับมัธยม
- มีการทำงานวิจัย “การเรียนรู้” ในหลากหลายรูปแบบ รวม ๖ กลุ่ม ๖๘ โครงการ ได้แก่กลุ่ม classroom inquiry and teacher development; Technology, innovation and digital learning; Learning across lifespan spaces and context; Diversity, equity and inclusion; Facilitation, pedagogies and assessment; Theory, practice, and policy สำหรับใช้การวิจัยขับเคลื่อนการทำงาน
- งานวิจัยข้างต้น จำนวนหนึ่งเป็นงานเชิงพัฒนา ที่มีฐานอยู่ในสังคมหรือชุมชน เป็นกลไก social / community engagement และขับเคลื่อนสังคม ขับเคลื่อนระบบการศึกษา เช่น โครงการมายาคติการศึกษาไทย โครงการ ออกแบบเกม ออกแบบสังคม โครงการผู้นำแห่งอนาคต โครงการก่อการครู โครงการสร้างสำนึกพลเมืองผ่านโครงการเพื่อชุมชนและการโค้ช เป็นต้น
- จัดกระบวนการเรียนรู้ ในรูปแบบที่ถูกต้อง คือเน้นสร้างแรงบันดาลใจเป็นปฐม ให้ได้เรียนจากการปฏิบัติ ตามด้วยการใคร่ครวญสะท้อนคิด วกเข้าทำความเข้ใจทฤษฎีในมิติที่ลึกและเชื่อมโยง เท่ากับเป็นการเรียนคิดเพื่อเข้าใจสาระในมิติที่ลึกและเชื่อมโยง ไม่ใช่เน้นความจำสาระ ซึ่งจะได้แค่รู้แบบตื้น
ผมจึงมีความยินดีเป็นยิ่งนัก ที่ได้รับเชิญไปรับรู้ความสำเร็จในระยะแรก ผมเชื่อว่าแนวทางการดำเนินการวิชาการแนว engagement เช่นนี้ จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตได้อีกมาก ผมได้เสนอต่อท่านคณบดี ดร. อนุชาติว่า ต่อไปนี้ต้องจัดให้คณาจารย์ร่วมกัน reflect งานพัฒนา ที่เป็นงานวิจัยเชิง engagement กับหน่วยปฏิบัติ สกัดความรู้เชิงทฤษฎีออกมาเขียนรายงานวิชาการในวารสารวิชาการระดับโลก การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ก็จะครบวงจร
วิจารณ์ พานิช
๖ ส.ค. ๖๓