วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ผมได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เป็นวิทยากร บรรยายและเสวนาทางไกล เรื่อง การใช้ reflective coaching เพื่อหนุนเสริมการเรียนรู้และวางแผนอนาคตของผู้รับการจ้างงานภายใต้โครงการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระยะที่ 2 ตามประกาศกระทรวง อว.

เหตุเกิดจากตอนหารือการดำเนินการโครงการนี้ ผมแนะนำทางผู้บริหาร มช. ว่าน่าจะมีผู้ทำงานจำนวนหนึ่งที่มีไฟ ต้องการพัฒนาตัวเองเป็นผู้ประกอบการน้อยในพื้นที่    จึงน่าจะ facilitate ให้เขาได้เรียนรู้และหาช่องทาง จากประสบการณ์การทำงาน ๓ เดือน    โดยเขาคิดและค้นคว้าเอง  ทางพี่เลี้ยงของ มช. แค่ให้การโค้ช ในรูปแบบที่เรียกว่า reflective coaching  

ทาง มช. จึงเชิญผมเป็นวิทยากร บรรยาย ๑ ชั่วโมง ในการปฐมนิเทศผู้เข้าโครงการ ๓ พันคน  และพี่เลี้ยงอีกเกือบสี่ร้อยคน    ในวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓    แต่ผมไม่ว่าง    จึงเขียนเอกสารแนะนำให้ทาง รศ. ดร. อาวรณ์ โอภาสพัฒนกิจ รองอธิการบดีที่รับผิดชอบงานนี้ ดังแนบ ()  เพื่อให้ท่านนำไปแก้ไขปรับปรุงสำหรับใช้งาน    ท่านกลับจัดให้ผมบรรยายและเสวนา ๒ ชั่วโมงในเช้าวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓  

หลักการสำคัญมี ๒ เรื่อง คือ

  1. 1. ไม่ว่าทำอะไร   ต้องจ้องหาทางหนุนคนมีไฟและมีปัญญาพอสมควร (ไม่ต้องเลิศ)  แต่มีความเพียรเอาจริงเอาจัง    ให้ได้บรรลุเป้าหมายชีวิตของตน ที่เป็นเป้าหมายที่ตรงกับผลประโยชน์ส่วนรวม    ซึ่งในกรณีนี้คือ พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น  
  2. 2. วิธีหนุนทำโดยใช้กระบวนการ หรือเครื่องมือที่เรียกว่า critical reflection   โดยผู้หนุนทำหน้าที่โค้ช  แบบ reflective coaching ตามเอกสารแนบ (

ในวันที่ ๒๑ ผมบรรยาย ตาม ppt ()     และฟังเสียงการบรรยายและเสวนาได้ที่ ()    ในไม่ช้าเราจะได้รับทราบจากภาคปฏิบัติว่า มีผู้รับการจ้างงานได้รับประโยชน์จาก reflective coaching บ้างหรือไม่    ได้รับประโยชน์ในลักษณะใด

วิจารณ์ พานิช

๖ ส.ค. ๖๓

Eflective coachingver1 630707 from Pattie KB
Reflective coaching from Pattie KB