มูลค่าหุ้นของสมาชิกสหกรณ์ คงที่ ไม่เพิิ่มไม่ลด จึงไม่มีการซื้อขายหุ้นสหกรณ์ในตลาดหลักทรัพย์
ปรัชญาของการสหกรณ์ "ช่วยตน ช่วยกัน self help mutual help"
สหกรณ์มุ่งเน้นการรวมคน
การปกครองสหกรณ์นั้น คือสมาชิกทุกคนมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนคนละเสียงเสมอกัน
ในที่ประชุมใหญ่ กิจการทั้ง ปวงต้องอนุโลมตามความเห็นของคนข้างมาก
หลักการสหกรณ์ไทย พ.ศ. 2478 – 2508 มี 4 ประการ
1.สหกรณ์มุ่งถึงการรวมคนเป็นสำคัญ
2. การปกครองสหกรณ์นั้น คือสมาชิกทุกคนมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนคนละเสียงเสมอกัน ในที่ประชุมใหญ่ กิจการทั้ง ปวงต้องอนุโลมตามความเห็นของคนข้างมาก
https://www.gotoknow.org/posts...
หลักการสหกรณ์ไทย พ.ศ. 2538 - ปัจจุบัน มี 7 ข้อ
หลักการที่ 1 : เปิดรับสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง
สหกรณ์เป็นองค์การแห่งความสมัครใจที่เปิดรับบุคคลทั้งหลายที่สามารถใช้บริการของสหกรณ์ และเต็มใจรับผิดชอบในฐานะสมาชิกเข้าเป็นสมาชิก โดยปราศจากการกีดกันทางเพศ สังคม เชื่อชาติ การเมือง หรือศาสนา
หลักการสหกรณ์ ที่ 2 : การควบคุมโดยสมาชิกตามหลักประชาธิปไตย
สหกรณ์เป็นองค์การประชาธิปไตยที่ควบคุมโดยมวลสมาชิก ผู้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจ บุรุษและสตรีผู้ที่ได้รับการเลือกเป็นผู้แทนสมาชิกต้องรับผิดชอบต่อมวลสมาชิก ในสหกรณ์ขั้นปฐมสมาชิกมีสิทธิในการออกเสียงเท่าเทียมกัน (สมาชิกหนึ่งคนหนึ่งเสียง) สำหรับสหกรณ์ในระดับอื่นให้ดำเนินไปตามแนวทางประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน
https://www.gotoknow.org/posts...
ทำให้ หุ้นของสหกรณ์มีมูลค่าคงที่ เพราะความสมัครใจของผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิก สหกรณ์ยึดคนเป็นสำคัญ 0ne member One
มีหุ้นมากก็ 1 เสียง มีหุ้นน้อย ก็ 1 เสียง มีสิทธิ์เสมอหน้ากัน
ไม่ต้องรวบรวมหุ้นเพื่อโหวต ตอนเลือกตั้ง จึงไม่มี Demand หุ้นของสหกรณ์ในตอน vote เลือกตั้ง แบบบริษัท
หลัก 1 จะบอกว่า supply หุ้น ไม่จำกัด ใคร่จะเข้าเป็นสมาชิก ก็ออกหุ้นเพิ่มได้ทันที
หุ้นและมูลค่าหุ้น
สหกรณ์ไม่จำกัดจำนวนทุนเรือนหุ้นก่อนที่จะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ ดังนั้น สหกรณ์จึงมีหุ้นที่จะจำหน่ายให้แก่สมาชิกใหม่อยู่เสมอ ตามหลักการสหกรณ์ข้อที่ 1 รับสมาชิกโดยสมัครใจและเปิดกว้าง ราคาหุ้นของสหกรณ์จึงคงที่
หุ้นของสหกรณ์มีมูลค่าต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีกำลังทรัพย์น้อยและที่มีความสมัครใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้
สำหรับหุ้นของบริษัท กฎหมายบังคับให้ต้องกำหนดจำนวนทุนเรือนหุ้น และต้องมีผู้จองหุ้นไว้ครบจำนวนก่อนขอจดทะเบียนตั้งขึ้นเป็นบริษัทด้วยเหตุนี้ถ้ากิจกรรมของบริษัทสามารถจ่างเงินปันผลได้สูงก็มี ผู้ต้องการซื้อหุ้นของบริษัทมากขึ้น จึงขึ้นลงได้ตาม อุปสงค์ และ อุปทาน ของหุ้น เหมือนสินค้าอย่างหนึ่ง นอกจากนี้มูลค่าหุ้นของบริษัทมักกำหนดไว้เพื่อให้ได้เงินทุนตามจำนวนที่ต้องการ
https://www.gotoknow.org/posts...
ด้วยเหตุที่กล่าวมาทำให้ราคาหุ้นสหกรณ์คงที่
อีกตัวที่ยืนยันว่า หุ้นของสหกรณ์ราคาคงที่ ที่บรรพชนสหกรณ์ไทยได้สร้างทำไว้ คือ "ทุนรับซื้อหุ้นคืน" จะรับซื้อหุ้นคืนในราคาเดิม
ที่แรกผู้เขียนไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง จึงไม่เข้าใจ ต้องกราบขออภัยบรรพชนสหกรณ์ มา ณ ที่นี้ด้วย
กรณีในร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด สถานศึกษาด้วยการปฏิบัติจริง (learning by doing) ในเรื่องของวิชาการสหกรณ์ ของข้าราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ก็มี ทุนรับซื้อหุ้นคืน หรือ ทุนรับโอนหุ้น อยู่แต่ไม่มีการใช้ทุนนี้เลย
ทุนนี้จัดสรรจากกำไรสุทธิไว้ซื้อหุ้นคืน ในราคาเดิม ไม่มีการคิดลดมูลค่า เป็นไปตามคุณลักษณะของสหกรณ์ (nature) ของสหกรณ์ ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมสหกรณ์สมาชิกสหกรณ์ถือหุ้นมาก ๆ เพื่อสะสมทุน ในทางสหกรณ์ส่งเสริมให้สมาชิกสหกรณ์มาร่วมมือ ร่วมใจกัน เมื่อเกิด ส่วนเกิน surplus ก็นำมาแบ่งปันกัน มิได้ไปเอาเปรียบใคร
ในทางสหกรณ์เงินหุ้น เป็นเงินที่รวมกันเพื่ิอแบ่งปันช่วยเหลือกัน การรวมกันจะเกิด การประหยัดเนื่องจากระดับขนาด (economies of scale) ตามทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ แต่เกิดประโยชนทางสังคม หรือประโยชน์ที่ไม่เป็นตัวเงินด้วย(intangible benefit) ด้วยเช่น ความสามัคคี การได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คำปรึกษาหารือที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตประจำวัน ความรับผิดชอบต่อสังคม ความเอื้ออาทรต่อมวลมนุยชาติ ด้วยเช่นกัน
มาในวันนี้ (14 สิงหาคม 2563) หลายสหกรณ์บัญชีทุนรับโอนหุ้นหายไป หรือมีอยู่แต่ไม้ได้ใช้ เพราะไม่เข้าใจ คุณลักษณะของสหกรณ์
ยังมีการปรับลดมูลค่าหุ้น เข้าไปอีก หุ้นที่สมาชิกสหกรณ์ถือด้วยหัวใจ (การถือหุ้นในสหกรณ์แสดงถึงการนำชีวิตของสมาชิกเข้าไปร่วมรับผิดชอบในสหกรณ์ที่ตนเองเป็นเจ้าของ ตามหลักการสหกรณ์สากล ที่ 1 ) ทำให้สงสัยว่าการสหกรณ์ไทย มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?
ในอดีต ผู้เขียนเคยไปส่งเสริมสหกรณ์นักเรียน ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียน สพฐ. ในถิ่นทุรกันดาร ก็ยังเคยไปนิเทศ โรงเรียนที่
สหกรณ์นักเรียนออกข้อบังคับ ให้นักเรียนถือหุ้นสหกรณ์ หุ้นละ 10 บาท ให้ปรับลดลงเหลือหุ้นละ 1 บาท โดยอ้าง หลักการสหกรณ์สากลข้อที่ 2 อยู่เลยเกรงว่าจะเป็นภาระของผู้ปกครองซึ่งจะต้องให้นักเรียน มาถือหุ้นในสหกรณ์นักเรียน เงิน 10 บาทในถิ่นทุรกันดารในสมัยนั้นเมื่อ 20 ปีก่อนนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว
ที่นี้มาดูผลกระทบของการ ประเมินมูลค่าหุ้นเมื่อ สมาชิกออกโดยคิดลดจากสัดส่วนของทุนของสหกรณ์ มาดูตัวอย่าง ของนาย ก. นะครับ เป็นสมาชิกสหกรณ์มาตั้งแต่แรกตั้ง นำเงินมาถือหุ้นตามปรัชญาของการสหกรณ์ คือ มีเงินเหลือหลังจากใช้จ่ายในครัวเรือน(self help) อย่างพอเพียงแล้วก็มาถือหุ้นเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งกันและกัน (mutual help) ไม่คิดที่จะถอนออกไป พอถึงวันหนึ่่งแก่ตัวลง ได้ช่วยคนอื่นมากแล้ว ก็ต้องการนำเงินหุ้นนี้กลับไปช่วยตนเอง โดยจะคงความเป็นสมาชิกสหกรณ์อยู่ ก็ทำไม่ได้ ต้องลาออก เพื่อช่วยตนเอง สิ่งนี้ไม่ใช้คุณลักษณะของสหกรณ์
และหุ้นที่ช่วยคนอื่นได้ ก็มีมูลค่าลดลงอีก อันนี้ไม่ใช่คุณลักษณะของสหกรณ์
ถ้าสหกรณ์ไหนมีทุนเพิ่มขึ้นสมาชิกลาออกก็ต้องคำนวณเพิ่มมูลค่าให้สมาชิกผู้นั้นด้วยเช่นกัน รวมถึงกรณีสมาชิกเสียชีวิตด้วย
ทำให้เข้าใจว่าเหตุใดจึงได้มีทุนรับโอนหุ้นขึ้นเพื่อรับซื้อคืนหุ้นในราคา par
(ซึ่งมูลค่าจะลดด้วยอัตราเงินเฟ้อในทุกปีอยู่แล้ว)
จึงเห็น ว่า การให้สมาชิกสหกรณ์ถอนหุ้นสหกรณ์คืนบางส่วนได้ จนเหลืออย่างน้อย 1 หุ้น (เพื่อประสงค์จะย้งเป็นสมาชิกต่อไป) หรือ ทายาทของอดีตสมาชิกสหกรณ์ผู้นั้น จะได้รับคืนหุ้นในราคา par โดยสหกรณ์จัดสรรส่วนเกิน (surplus) ตั้งทุนรับซื้อคืนหุ้น หรือทุนรับโอนหุ้นเพื่อดำเนินการดังกล่าว ดังที่บรรพชนสหกรณ์ไทยผู้รู้แจ้งชัด ในวิธีการสหกรณ์ที่ถูกต้องได้ปฏิบัติมาในกาลก่อน นั้นเป็นสิ่งถูกต้องดีงามตรงกับวิธีปฏิบัติในทางสหกรณ์ ที่เป็นสากล
พีระพงศ์ วาระเสน (บ๊อบบี้)
นักวิชาการสหกรณ์ด้วยหัวใจ
15 สิงหาคม 2563