นักศึกษาชาวฮ่องกง, กลุ่มเรียกร้องอิสรภาพทางวิชาการ, นักกิจกรรม, และผู้คนธรรมดาต่างกังวลใจ ที่ในสัปดาห์นี้ลบโพสต์ทางสื่อสังคมออนไลน์, ปิดเฟซบุ๊ก, และชื่อที่ใช้ในทวีตเตอร์ เพราะประเทศจีนได้ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงอันใหม่ในวันอังคารที่ผ่านมา กฎหมายนี้จะห้ามการถอนตัว, การทุบทำลาย, การก่อการร้าย, และการสมคบคิดอำนาจภายนอกประเทศเพื่อที่จะทำให้ความมั่นคงเสียไป ซึ่งในที่สุดผู้ที่ปลุกปั่นเป็นคนแรกจะต้องถูกจับขัง
การบังคับใช้เกิดขึ้นในวันอังคาร และนำมาใช้กับฮ่องกงก่อนเที่ยงคืนวันเดียวกัน
คนอื่นๆกำลังลบรูปภาพของกำแพงจอห์น, สัญญะการต่อต้าน, และโปสเตอร์สนับสนุนประชาธิปไตย คนบางคนกล่าวว่าพวกเขากำลังมีแผนการไปศึกษาต่างประเทศเพื่อความปลอดภัย นักศึกษาและองค์กรหลายองค์กรเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขในการสมรู้ร่วมคิดกับพลังต่างชาติ รวมทั้งกฎหมายที่นอกเหนือฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ กลุ่มนักเรียนหลายกลุ่มกำลังได้รับการสนับสนุนคนฮ่องกงที่อยู่ต่างชาติ
นักกิจกรรมชาวฮ่องกง เช่น Joey Siu กล่าวในวันอังคารว่าเธอจำต้องลาออกจากสถาบันการศึกษาขั้นสูงในฮ่องกง กลุ่มนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อที่จะหาทางวิ่งเต้นให้รัฐบาลต่างชาติพูดถึงและปกป้องอิสรภาพของฮ่องกง
กลุ่มนี้ประกาในชั่วโมงที่มีสถาบัน 2 แห่งและสมาชิกต่างลาออกจากกลุ่ม เพราะกลัวข้อหา “สมคบคิดกับต่างชาติ”
ตามกฎหมาย ที่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ตอนปลายๆของวันที่ 30 เดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่มีการเฉลิมฉลองต่อการส่งมอบฮ่องกงคืนให้จีนในปี 1997 เงื่อนไขในการสมคบคิดกับต่างประเทศสามารถเป็นการแสดงความเกลียดต่อรัฐบาลจีนหรือแม้แต่รัฐบาลฮ่องกง ที่จะส่งผลที่ได้รับเลวร้ายยิ่ง
กลุ่มต่างๆที่เกิดมาจากปี 2014-16เป็นขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกง เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกผู้แทนฮ่องกง กล่าวในวันอังคารที่ผ่านมาว่าพวกเขาจะหยุดทุกกิจกรรม และบางกลุ่มกล่าว่าพวกเขาจะเรียนต่อนอกประเทศ
กลุ่ม Demosisto ที่เป็นกลุ่มประท้วงปี 2014-16 กล่าวว่าพวกเขาจะหยุดทุกกิจกรรม เพราะว่าผู้นำของพวกเขา เช่น Joshua Wong, Nathan Law,และ Agnes Chow ได้ตัดสินใจหลีกทาง
“พวกเราตัดสินใจที่ลาออก และหยุดทุกกิจกรรม ในฐานะที่เป็นกลุ่ม ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป” กลุ่ม Demosisto กล่าว
Chow พูดในทวิตเตอร์ว่า “ฉันจะไม่เกี่ยวข้องกับงานภายนอกอีกต่อไป” เป็นการกล่าวที่แจ่มชัดอันเนื่องมาจากเงื่อนไขการสมคบคิดกับต่างชาติ
คนที่อยู่นอกฮ่องกงยังวิจารณ์กฎหมายนี้ว่า มันยังบังคับต่อประชากรที่ไม่ใช่คนฮ่องกงด้วย ซึ่งหมายความเป็นคนฮ่องกงในทุกๆที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ถึงแม้ในทางวิชาการจะเสนอว่ามันเป็นคนฮ่องกงที่ไปเรียนเมืองนอกหรือคนฮ่องกงที่เปลี่ยนสัญชาติเท่านั้น
ผลของการเซ็นเซอร์ตนเองต่ออิสรภาพทางวิชาการ
หัวหน้าสภาการปกครองฮ่องกงที่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้กล่าวสนับสนุนว่า “กฎหมายมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสันติภาพให้กับมหาวิทยาลัย และการวิจัยเชิงวิชาการ”
หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันยังให้ข้อสังเกตว่า “นักเรียนส่วนใหญ่ในการต่อต้านกฎหมายผู้ร้ายข้ามแดน ที่มีอายุน้อยที่สุดคืออายุ 12 ปีเท่านั้น”
อย่างไรก็ตาม รองประธาน Hong Kong Bar Association ชื่อ Anita Yip กล่าวเมื่อวันพุธว่า การขาดนิยามของการลาออก, การไม่มีศรัทธา, การก่อการร้าย, และการสมคบคิดกับต่างชาติ สามารถตีความเป็นอะไรก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสมคบคิดกับต่างชาติ อาจทำให้การติดต่อระหว่างฮ่องกงและวงวิชาการนาๆชาติเป็นไปได้โดยยาก
Yip กล่าวในทางวิทยุว่า “เราเข้าใจเหตุผลว่าทำไมมันจึงยังมีข้อห่วงใย เรารู้เป็นอย่างดีว่าความมั่นคงทางชาติสามารถตีความได้ว่าจะเข้ากับอะไรก็ได้ตามความคิดของประเทศจีน ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยระหว่างจีนกับฮ่องกงย่อมแตกต่างกัน เพราะเรามีระบบที่ไม่เหมือนกัน” ดังนั้นเราจึงมีเหตุผลที่จะเชื่อว่ามันอาจเป็นการตีความที่เกินเลยตัวบท”
กฎหมายใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังขยายไปนอกเมืองด้วย สิ่งนี้หมายความว่าการพูดของต่างชาติเกี่ยวกับการเป็นอิสรภาพของฮ่องกง หรือประท้วงจีนแผ่นดินใหญ่อาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้”
“มันจะให้เกิดการเซ็นเซอร์ตนเอง และมหาวิทยาลัยต่างๆอาจกลัวในการเชิญผู้พูดจากฮ่องกงไป เพราะต้องพูดเรื่องบางเรื่อง และหากเขาพูดเรื่องบางเรื่องที่ไม่ตรงใจกับรัฐพรรคการเมือง (Party-state) พวกเขาอาจถูกจับได้” Steve Tsang กล่าว
“เราจำเป็นต้องระมัดระวังกับการติดต่อหรือร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานชาวจีนฮ่องกง หรือเพื่อนร่วมงานทางวิชาการที่ฮ่องกง” เขากล่าวกับ University World News
Tsang ยังกล่าวอีกว่า “กฎหมายนี้มีเงื่อนไขเฉพาะที่มันใช้กับสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และไม่จำกัดแต่เฉพาะฮ่องกง”
“มันหมายความว่าใครก็ตม หรือคนต่างชาติใดก็ตาที่สนับสนุนและให้การช่วยเหลือ การประกาศอิสรภาพของฮ่องกงจะผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดีโดยศาลของรัฐจีน”
“หากคุณพูดถึงการร่วมมือทางวิชาการ และวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุด ที่ทำให้ประเทศจีนมีข้อได้เปรียบในทางเทคโนโลยี คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพราะกฎหมายนี้ไม่มีการห้ามไว้”
“หากคุณกำลังทำงานเรื่องการวิจัยแบบร่วมมือในเรื่องอะไรก็ตาม ที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์เห็นว่าเป็นอันตรายต่อประเทศจีน คุณจะต้องถูกจับส่งไปให้จีนพิจารณาไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม”
ผลกระทบที่มีต่อภาคการศึกษาขั้นสูงของประเทศ
Tom Tugendhat กล่าวว่า ธรรมชาติของสิทธิสภาพนอกอาณาเขต “มีผลกระทบโดยตรงต่อภาคมหาวิทยาลัย และอิสรภาพของการพูดสุนทรพจน์ภายในสถาบันทางวิชาการของเรา เช่น นักเรียนจีนเคยได้รับผลกระทบที่จะไม่พูดในการอภิปราย และเปลี่ยนจุดมุ่งหมายที่นี่”
เขายังกล่าวถึงการปฏิบัติการของนักศึกษาจีนแผ่นดินใหญ่ในมหาวิทยาลัย Warwick ที่ไปขจัดขบวนการนักศึกษาที่สนับสนุนการเป็นประชาธิปไตยในฮ่องกง
มันเคยมีตัวอย่างที่หายากพอดูแต่ก็มี คือเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของจีน กล่าวคือ Luo Daiqing ที่เป็นนักศึกษาจีนที่มหาวิทยาลัย Minnesota ในสหรัฐ ที่เคยถูกจับที่อู่ฮั่นในเดือน ก.ค ปี 2019 และถูกพิพากษาในเดือนพฤศจิกายน เป็นเวลา 6 เดือน เพราะเขาทวีตในขณะที่อยู่ที่สหรัฐ ข้อความที่ทวีตมีการ์ตูนรูปล้อของผู้นำจีนที่ไม่ยกยอะไรเลย
ในวันพุธ รัฐบาลแคนาดาได้เตือนประชากรของตนในเรื่องการไปเที่ยวที่ฮ่องกง ซึ่งมีข้อความว่า “กฎหมยความมั่นคงแห่งชาติถูกบังคับใช้แล้วในฮ่องกง ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ก.ค. ปี 2020 พวกเธออาจเพิ่มโอกาสในการกักตัวที่ไม่มีสาเหตุที่มีจำนวนมากขึ้น โดยคำนึงถึงพื้นฐานความมั่นคงแห่งชาติ และการส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปที่จีนแผ่นดินใหญ่”
สิ่งที่เกิดความกลัวในฮ่องกง คือการที่รัฐบาลจีนจะสร้างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ซึ่งหนึ่งในหน้าที่ของสำนักงานคือเก็บและวิเคราะห์ความมั่นคงแห่งชาติ และจัดการความมั่นคงแห่งชาติเป็นกรณีๆไป และในบางกรณี ได้ก้าวข้ามระบบศาลของฮ่องกงไป
นักศึกษาชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่อยู่เมืองนอกกล่าวว่า พวกเขาจะถูกตรวจสอบ และไม่ต้องการให้วิจารณ์ทางการเมืองกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งเรื่องกรณีอื่นๆที่ส่งผลต่อความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นทิเบต, ซินเจียง, ไต้หวัน, และฮ่องกง
นักศึกษากลุ่มนี้ยังกล่าวอีกว่า นักศึกษาฮ่องกงจะถูกสอดส่องในลักษณะเดียวกัน และพยายามลดกิจกรรมของตนเองลงไป
การสอดส่ายที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม Brian Leung ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่งเป็นที่จับตาเมื่อปีที่แล้ว เพราะเขาไปโจมตีคณะกรรมการนิติบัญญัติของฮ่องกง กล่าวว่าเขายังคงพูดถึงฮ่องกงอยู่
ในทวีตวันอังคาร เขากล่าวว่า “การช่วยเหลือนาๆชาติตอนนี้กลายเป็นการเสื่อมศรัทธาและการร่วมมือกับต่างชาติยังถูกลงโทษให้จำคุกตลอดชีวิต สิ่งนี้คืออาชญากรรมต่อต้านรัฐพรรคการเมือง แต่ฉันกำลังจะทำเพื่อชาวฮ่องกงที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีกแล้ว”
ความตั้งใจในการผ่านกฎหมายฉบับนี้ทำโดยผ่านสภายาง และบังคับใช้กับฮ่องกงเลย โดยที่ไม่มีการพิจารณาเนื้อหา จนกระทั่งมีการประกาศเนื้อหาจริงๆในเดือนพฤษภาคม ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนๆ
กฎหมายเพื่อเพื่อสร้างความมั่นคงในฮ่องกง เพราะมีการประท้วงเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอยู่หลายเดือน การประท้วงก่อให้เกิดผู้ประท้วงที่รักสันติเป็นจำนวน 1.7 ล้านคนจากจำนวน 7 ล้านคน
ตามแหล่งข่าวจากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ชื่อ the South China Morning Post ว่า ความรุนแรงของผู้ประท้วงที่เพิ่มจำนวนมากเข้า เกิดจากตำรวจใช้กำลังอาวุธเข้ามาปราบ โดนเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อสู้ที่รุนแรงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ที่วิทยาเขต Chinese University of Hong Kong และมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคของฮ่องกง ทำให้เกิดการผ่านโดยที่ไม่ถามความเห็นของคนฮ่องกง และไม่มีประชาพิจารณ์ในเมือง
การต่อสู้ในวิทยาเขตปรากฏอยู่ในเงื่อนไขของกฎหมายด้วย
การทำลายระบบการขนถ่ายมวลชน ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางสังคมเป็นอย่างยิ่งถูกบรรจุไว้ในการก่อการร้ายในกฎหมายใหม่ นักวิชาการบอกว่านี้จะเป็นการห้ามไม่ให้ปิดสถานีรถไฟจากฮ่องกงไปจีน ตอนการประท้วงที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค
ระบบกฎหมาย และการตัดสินของจีน
Zhang Xiaoming กล่าวในการประชุมสื่อสารมวลชนหลังจากผ่านกฎหมายฉบับนี้ว่า “ไม่มีใครดูถูกความสามารถของรัฐบาลปักกิ่งและรัฐบาลฮ่องกงที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้ได้”
ในบางกรณีปักกิ่งมีสิทธิในการตัดสินคนฮ่องกงจากจีนเสียด้วยซ้ำ
“กฎหมายนี้ไม่ใช่เป็นแนวคิด 1 ประเทศ 2 ระบบ แต่คือการสิ้นสุดของแนวคิดที่ว่านั้น”
ภายใต้ศาลที่มีทั้งจีน-อังกฤษผสมกัน ฮ่องกงสามารถมีอิสรภาพ, มีกฎหมาย, และสามารถพึ่งตนเองได้ เป็นเวลาถึง 50 ปี จนกระทั่งถึงปี 1977 ซึ่งจีนนำแนวคิด 1 ประเทศ 2 ระบบมาใช้
แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก
Mimi Leung และ Yojana Sharna. Academic freedom crushed under new National Security Law
https://www.universityworldnews.com/post.php?story=20200701183222729