

6 กรกฎาคม 2563 ได้ทราบข่าวการจากไปของอาจารย์พี่เอี้ยง รศ.ดร.พร้อมจิตร ห่อนบุญเหิม พี่สาวที่แสนดีแสนเข้มแข็งที่ต่อสู้กับโรคร้าย “หนังแข็ง” มาอย่างยาวนาน โรคที่คนทั่วไปไม่ใครจะรู้จัก แต่เป็นโรคที่เมื่อใครต่อใครเห็นแล้วอาจจะรู้สึกกลัวคนที่เป็น เพราะโรคนี้ทำให้แสดงอาการทางร่างกายอย่างชัดเจน จากผิวหนังปรกติจะเห็นเป็นสีคล้ำค่อนไปดำ ... ต้องยอมรับว่า ขนาดผมเองที่เจอกับพี่เอี้ยงครั้งแรกก็ยังตกใจกลัวเหมือนกันว่าเป็นโรคอะไร ...
การได้รู้จักกับพี่เอี้ยง ก็เมื่อครั้งที่พี่เอี้ยงเรียนปริญญาเอก ส่วนผมทำงานที่วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น น่าจะเมื่อครั้งยังเป็นสำนักงานโครงการความร่วมมือ ฯ ตอนนั้นพี่เอี้ยงก็เทียวไปมาเพื่อพบอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์ คือ รศ.ดร.พีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ ผมกับพี่เอี้ยงจึงได้รู้จักกันและเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันมาโดยลำดับ
...
ขับรถจากขอนแก่นไปบ้านยางหล่อ กุมภวาปี มาส่ง อ.พี่เอี้ยง รศ.ดร.พร้อมจิตร ห่อนบุญเหิม สู่แดนอันสงบ
...
รู้จักกันตอนพี่เอี้ยงเรียนปริญญาเอก เมื่อปี 2550 เจอกันครั้งแรกก็ตกใจเพราะดูแล้วไม่ปรกติเหมือนคนทั่วไป มารู้เอาทีหลังว่าเป็นโรคหนังแข็ง เห็นสภาพแล้วรู้สึกกลัว (อย่างที่พี่เอี้ยงเขียนไว้ในหนังสือ) แต่พอได้รู้จักแล้วก็รักพี่เอี้ยง ศรัทธาในความแกร่งกล้าสามารถในทุกเรื่อง ยอมรับในความเข้มแข็งอดทนที่สู้ทนกับโรคร้ายที่พรากเอาความงามภายนอกไปอย่างไม่ไยดี พรากเอาวิถีของความปรกติชนให้พี่เอี้ยงสู้ทนกับวิถีที่ต่างในการใช้ชีวิต แต่กระนั้นก็ยังพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคร้ายที่ทนได้ยาก สถิติคนเป็นโรคหนังแข็งมักจะอยู่ได้ไม่นาน แต่พี่เอี้ยงอยู่และเรียนรู้มาร่วม 28 ปี ... และในเวลาร่วม 30 ปีกับการทำหน้าที่ "ครูพยาบาล" ได้อย่างเข้มข้น มิบ่นเรื่องการสอน แต่ถูกบั่นทอนด้วยโรคร้าย ก็คล้ายจะกลั่นแกล้งแต่แฝงสัจธรรม พี่เอี้ยงไม่เพลี่ยงพล้ำกลับทำให้ออกดอกดีงาม เขียนตำราเรื่องโรคหนังแข็งเผยแพร่เป็นวิทยาทานหนึ่งในตำราเรียนร่วมสิบเล่ม เป็นที่พึ่งของลูกศิษย์ มวลมิตรครูอาจารย์ เป็นปาจารย์ผู้ทรงคุณค่า คราใดที่มีโอกาสไปมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็ได้แวะไปทักทายที่คณะ หลายวาระในงานสัมมนาก็ได้เจรจาพูดคุย ครั้งที่มานอนพักรักษาก็เคยไปเยี่ยมถามอาการกันบ้าง และแล้ววาระสุดท้ายก็มาถึง... พี่เอี้ยงจากพวกเราไปด้วยอาการสงบ คงได้พบความจริง ความดี ความงามในอีกภูมิภพ เหลือไว้แต่ความรักความเคารพในคารวะธรรม ...และความดีงามแห่ง การเป็น "ครู" ทั้งในทางโลกและทางธรรม จะช่วยสอนใจผู้อยู่ให้ระลึกเสมอว่า "ชีวิตนี้น้อยนักจึงสำคัญนัก"
พี่เอี้ยง KKU23 NU16
พี่สาวที่แสนดี อดทน เข้มแข็ง แกร่งดั่งหินผา
ปล.
คิดถึงตอนพี่เอี้ยงขึ้นเสียงกับอาจารย์ที่ปรึกษาปริญญาเอกว่า "อาจารย์จะว่าเอี้ยงโง่ไม่ได้นะ อาจารย์ที่ปรึกษาเอี้ยงตอน ป.โท ก็เป็นศาสตราจารย์นะ" ... ในบทบู๊พี่เอี้ยงก็บู๊ ในบทบุ๋นพี่เอี้ยงก็งดงาม ถ้าร่างกายแข็งแรงพี่เอี้ยงคงเป็นอะไรอีกมากมาย แต่สุดท้าย พี่เอี้ยงก็เป็น ศาสตราจารย์ ดร. ในทางธรรมให้เห็น
ปล. 2
ระหว่างฟังประวัติผู้วายชนม์ โดยหลานสาวพี่เอี้ยงเป็นผู้อ่าน ... “พี่ใหญ่ เข้มแข็งเสมอ เป็นคนเก่ง คนดี และให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง มุมานะ ขยัน สู้งาน และสู้ทน เขียนหนังสือ ตำราวิชาการมากมายที่มีคุณูปการต่อวงการพยาบาล
ปล. 3
ฟังแม่ติ๋ม รศ.ดร.สมจิต แดนสีแก้ว เล่าว่า วันก่อนที่พี่เอี้ยงจะจากไป บ่นอยากกินข้าวเหนียว แม่ก็เลยบอกว่าเอาข้าวเหนียวใส่ในข้าวต้มให้ข้าวเหนียวอ่อนลงจะได้กลืนได้ วันก่อนก็ให้กินปาท่องโก๋... อากาศเย็นก็เลยสวมถึงเท้าให้ พี่เอี้ยงก็ว่าจะบาปไหมใช้เอื้อยใส่ถุงเท้าให้
ปล. 4
คุยกับ รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ “ต้องมา ยังไงก็ต้องมา เอี้ยงเป็นคนอดทน เข้มแข็ง”
คิดถึง
คารวะในธรรม
7 กรกฎาคม 2563













ในช่วงที่ท่านคิดอยากเขียนหนังสือฯ ได้มีโอกาสคุยกับท่านหลายเรื่องในเรื่องหนังสือ กระทั่งท่านเขียนเสร็จ และเก็บไว้ให้ฯ โดยบอกย้ำในเฟชว่า “ให้มารับด้วยตนเอง” และพี่ก็ยังไม่ได้ไปรับด้วยตนเอง
สัญญาที่ค้างคา แต่ก็ได้ไปกราบลาท่าน เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
เราไม่อาจล่วงรู้เลยว่าวันพรุ่งนี้หรือชาติหน้าจะมาก่อนกันครับพี่พนัส
ได้ทำงานกับ อ เอี้ยง มาเวลาสั้นๆ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2556 - 1 สิงหาคม 2556 อ. เอี้ยง เมตตาผมมาก รับผมเข้าทำงาน สัมภาษณ์ผมตอนสอบ รักผมเหมือนเป็นลูกคนนึงที่คอยช่วยเหลือกันและกันได้ สิ่งที่เวลาจะซื้อของกินมากินที่ทำงาน จะต้องซื้อของไม่เผ็ดมาเผื่อ อ เอี้ยงด้วย อ เอี้ยงเป็นคนอารมดี และเป็นคนจริงจังกับการทำงาน หลังจากที่ย้ายที่ทำงานก็ไม่ได้ติดต่อกับท่านอีกเลย พอได้เห็นข่าวว่าท่านจากไป ตกใจมาก ที่ไมไ่ด้รับรู้ว่าท่านจากไปแล้ว