นักเรียนโรงเรียนนาๆชาติ ที่รู้จักในสังคมว่า เด็กอินเตอร์ เป็นกลุ่มชนชั้นนำ
พ่อแม่ของพวกเขาเป็นผู้ถือหุ้น, เจ้าของธุรกิจส่วนตัว, นักการเมือง, เศรษฐี และมหาเศรษฐี ครอบครัวของพวกเขามีอำนาจที่ส่งผลกระทบต่อการเมืองและเศรษฐกิจไทย นักเรียนพวกนี้ดำรงชีวิตแบบชนชั้นกลางที่มีแต่ความร่ำรวย, โอกาส, และแม้กระทั่งชื่อเสียง
ฉันเป็นหนึ่งในพวกเขา และฉันอับอายมาก
ฉันอับอายเพราะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตของประเทศไทย พวกเราโชคดีที่รอบล้อมไปด้วยทุนทางสังคม, เงิน, และโอกาส ฉันอับอายเพราะถึงแม้ว่าจะมีความร่ำรวย, อำนาจ, และโอกาส แต่พวกเราส่วนใหญ่มีแต่ความตื่นเขิน, ความไม่รู้สึกรู้สา, และเกรงกลัว
เมื่อมีวิดีโอของ George Floyd ปรากฏในอินเตอร์เน็ท เพื่อนของฉันอย่างน้อย 5 คนได้ติดเรื่องราวในอินสตาแกรม ที่มีฉากสีดำอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับแฮชแท็กที่ว่า #ชีวิตคนดำก็มีความสำคัญ
ยิ่งพอนานๆวันเข้า การต่อสู้เพื่อความเสมอภาคทางเชื้อชาติได้กลายมาเป็นประเด็นที่สุดฮิตสำหรับเด็กอินเตอร์ เรามีเรื่องราวในไอจี ที่มีฉากสีดำ และข้อความที่ว่าด้วยความสำคัญของความเสมอภาคท่วมท้นไปหมด
“พวกเราต้องต่อสู้เพื่อความเสมอภาค และต่อสู้กับความอยุติธรรม”
“กรุณาบริจาคให้องค์กรเหล่านี้ เพื่อที่ว่าเราจะได้ต่อสู้กับระบบเอียงข้างที่ทำให้สหรัฐมีความหม่นหมอง”
“เราทุกคนจะโต้แย้งเพื่อต่อต้านความอยุติธรรม และใช้เสียงเพื่อช่วยคนที่ต้องการความช่วยเหลือ”
ทุกๆข้อความจะลงท้ายด้วย #ชีวิตคนดำก็มีความสำคัญธิ
หลายวันต่อมา แฮชแท็กว่า #save วันเฉลิม ได้กลายมาเป็นประเด็นยอดฮิตในสื่อสังคมออนไลน์ การถกเถียงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในการพูดกลับมาเป็นประเด็นที่เร่าร้อนในสังคมไทย
แต่ในหมู่เด็กโรงเรียนนาๆชาติกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นอกจากความเงียบ จริงๆแล้วส่วนใหญ่ของพวกเรายังไม่รู้เลยว่าวันเฉลิมคือใคร
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ?
พวกเราสนใจประเด็นทางการเมืองที่มันกำลังโด่งดังแค่นั้น
ฉันไม่ได้ต้องการจะกล่าวว่าเราไม่ควรต่อสู้เพื่อชีวิตคนดำ สิ่งที่ฉันต้องการจะบอกคือหากเราสนใจประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้ว ทำไมเราไม่เริ่มต้นที่บ้านของเราล่ะ?
ทำไมถึงไม่สนใจความอยุติธรรม และการใช้อำนาจแบบผิดๆในประเทศของเรากันล่ะ?
เราในฐานะคนที่มีสิทธิพิเศษจะต้องเลิกใช้การเมืองที่กำลังเป็นเรื่องโด่งดังเสียที เพราะหากทำเช่นนั้น ก็จะกลายเป็นการเลือกเฉพาะกิจกรรม มันเป็นเรื่องสำคัญในการจัดการกับความไม่เสมอภาคทางเชื้อชาติ แต่ความอยุติธรรมในสังคมไทยควรจะสนใจเป็นลำดับแรก เพราะมันส่งผลกระทบต่อเราอย่างลึกซึ้ง
เราอยู่ที่นี่ เราคือคนไทย เราเป็นความหวังในอนาคต
ฉันรู้สึกว่านักเรียนโรงเรียนนาๆชาตินั้นไม่รู้สึกรู้สา, ตื้นเขิน, และกลัวมากเกินไป
เราต่างไม่รู้สึกรู้สา เพราะเราเลือกปิดตา และมีความสุขกับวิถีที่สบายกว่าคนอื่นๆในสังคม เรารู้ถึงการตายของนักกิจกรรม, การห้ามไม่ให้พูดโดยเสรี, และช่องว่างทางความรวยที่กำลังถ่างยิ่งขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อวิถีฟุ่มเฟือยของเรา
พวกเราตื้นเขิน เพราะเรามีภูมิคุ้มกันกับความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ที่ชนชั้นกลางและคนมีรายได้ต่ำกำลังทุกข์ทรมาน เรามีสิทธิพิเศษที่จะไม่สนใจ
เราต่างเกรงกลัว เพราะสนใจแต่ประเด็นทางการเมืองในประเทศที่โด่งดังระดับโลก ความสนใจดังกล่าวจะทำให้เราเป็นง่อย และล้าสมัย
เราต้องหยุดความไม่รู้สึกตัว, ความตื้นเขิน, และความเกรงกลัวได้เสียที
แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก
Akkarasorn Opilan. Young, rich, ignorant: an indictment of privileged kids.