[review] รีวิว I see you (2019) หนังเล็ก ๆ ที่มีดาราเบอร์เพียงคนเดียว ใช้โลเคชั่นน้อย และใช้ทุนสร้างน้อย ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไร แต่กลับมีวิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจแถมยังหักมุมอีกด้วย

..........................

ดูรีวิวได้ที่ Super Review I สถานีหนัง

..........................

เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกชาย พ่อ ทำงานเป็นตำรวจสืบสวน แม่ทำงานเป็นหมอ ส่วนลูกชายอยู่ในวัยเรียน High School ครอบครัวนี้ไม่ค่อยลงรอยกันอันเนื่องมาจากแม่ได้ทำผิดพลาดเรื่องนอกใจพ่อ ทำให้ลูกชายไม่พอใจแม่เป็นอย่างมาก เกิดความอคติกับพฤติกรรมแม่ทุกอย่าง ส่วนพ่อก็ไม่ยอมนอนร่วมห้องกับภรรยา ตัดมาอีกเส้นเรื่องหนึ่งคือในชุมชนแห่งนี้ได้เกิดคดีเด็กหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา และสถานที่ที่เด็กหายตัวนั้นก็จะพบมีดพกสีเขียวปักไว้ แล้ววันหนึ่งครอบครัวที่แสนจะไม่ลงรอยกันนี้กับพบว่ามีควสามลี้ลับบางสิ่งบางอย่างอยู่ในบ้านของเขา

หนังในช่วงแรก อยู่บรรยากาศของความคลุมเครือ มีความเป็นหนังแนวสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมปริศนา ผสมผสานกับบรรยากาศของระทึกขวัญ และโดยรวมแล้วหนังก็อยู่ในบรรยากาศของความลึกลับ ระทึกขวัญได้ ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่บิดกลางเรื่องจนเราร้อง อ่าว! จากนั้นพอดำเนินไปจนเกือบท้ายเรื่องก็หักมุมจบอีกครั้ง การหักไปหักมาของหนังจึงกลายเป็นจุดเด่นสำคัญของหนังเรื่องนี้

หนังไม่ได้ใช้นักแสดงใหญ่อะไรมากมายมีเพียงคนเดียวคือเฮเลน ฮันต์ นอกนั้นนักแสดงทุกคนเราแทบไม่รู้จักเลย หนึ่งในประโยชน์ของการใช้นักแสดงไม่ใหญ่คือทำให้เราไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ของนักแสดง ให้เราไม่สามารถคาดเดาว่าใครดีหรือไม่ดีมันจึงทำให้เราอยู่กับเนื้อเรื่องได้ง่าย ไม่ค่อยเขว

หนังใช้โลเคชั่นน้อยมากส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในบ้านเพียงหลังเดียว ซึ่งการใช้โลเคชั่นน้อยนี้ก็ทำให้หนังมีประสิทธิภาพตรงที่เราไม่ต้องไป แบ่งสมาธิไปจดจ่อกับจุดอื่นมาก แม้จะมีเส้นเรื่องและโลเคชั่นอื่น แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาหลักของเรื่อง องค์ประกอบทุกอย่างในเรื่องมันไปในทางเดียวกันมันนำไปสู่คำตอบเดียวกันที่อยู่ในท้ายเรื่อง ต้องจดนี้ก็ต้องขอชมว่าเขาสามารถคุมประเด็นของเรื่องได้ดี

จุดเด่นมากของหนังก็คือการเก็บรายละเอียดของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก เราสามารถตอบคำถามสำคัญที่ตั้งเอาไว้ในช่วงต้นได้หมด

สิ่งหนึ่งที่ดูแล้วค่อนข้างรู้สึกรำคาญ และก็เป็นส่วนใหญ่ของหนังอเมริกาที่ชอบพูดเรื่องความสำคัญระหว่างพ่อแม่ลูก หนังอเมริกาชอบเล่าถึงพฤติกรรมของลูก ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาวที่ไม่พอใจอะไรบางอย่างของพ่อแม่และแสดงกิริยาต่อต้านอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการพูด การกระทำ ดูแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจ อยากจะตบกะโหลกไอ้เด็กเวรนี่ แต่ก็พยายามเข้าใจบริบททางสังคมและความสัมพันธ์ของคนอเมริกันและจิตวิทยาวัยรุ่น ว่าทำไมมันเป็นเช่นนั้น เพราะอะไร แต่อย่างไรเสียผมก็เบื่อการถ่ายทอดปมปัญหา และพฤติกรรมทำนองนี้เต็มที

7/10

@วาทิน ศานติ์ สันติ

6 พฤษภาคม 2020

#MovieStationReview #สถานีหนัง #หนังระทึกขวัญ #หนังหักมุม