12 ปีที่ มข. : ศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เงินแท้ (ตอนที่ 2)


4 มิ.ย. 63 ครบรอบ 12 ปี ของการทำงานที่ มข 

ข้อมูลจาก Facebook : Wittaya Ngeontae

หลังจาก ได้มาเตรียมความพร้อมก่อนการทำงานเมื่อ 25 พ.ค. 51 ก็เริ่มศึกษาสถานที่ต่าง ๆ ใน มข เส้นทางการเดินทางต่าง ๆ จากหลังมอ เข้ามาทำงาน ที่คณะ ทีแรกใช้วิธีเดินสำรวจเอา (ยังไม่มีมอเตอร์ไซด์ ไม่รู้ว่าต้องมีมอเตอร์ไซด์ และไม่คุ้นเคยกับการใช้มอเตอร์ไซด์ในมหาลัย เพราะสมัยตอนเรียนแถวสามย่านใช้วิธีเดินเอาตลอด) จากหอพรีเมียร์เดินเท้าไปตลาดบ้านโนนม่วง ก็พอเดินได้แม้จะไกลนิดหน่อย วันถัดมาก็เดินเข้ามาสำรวจใน มข แต่หารู้ไม่ว่า มข นั้นช่างกว้างใหญ่ไพศาลมากนัก เดิน ยังไงก็ไม่ทั่ว แค่จากหอพักมาคณะยังต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงได้ แต่โชคดีที่มีพี่ที่รู้จักกันสมัยไปทำวิจัยที่ Perdue เป็นอาจารย์อยู่ที่นี่ เลยได้รับความอนุเคราะห์ให้ยืมมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าคุรุสภามาใช้ก่อน พ่อก็พาไปรับเอาที่แฟลตนพเก้า มาซ่อมให้พอขับได้ ก็ได้มอไซด์คันนี้แหละที่พาไปไหนมาไหนได้ตอนนั้น บางวันก็สตาร์ทไม่ติด บางวันก็แบทหมด แต่ก็ถือว่าดีกว่าเดินเอามาก ๆ

พอรู้จักเส้นทางแล้ว ในวันที่ 4 มิ.ย. 51 ก็เตรียมเอกสารต่าง ๆ เพื่อไปรายงานตัวทำงาน ที่กองการเจ้าหน้าที่ ตึกอธิการบดีหลังเก่า ทำบัตรประจำตัวใหม่ ไปเปิดบัญชีเงินเดือนที่ธนาคารไทยพานิชย์ที่ รพ ศรีนครินทร์ (ตั้งแต่ไปเปิดบัญชีก็ไม่เคยไปอีกเลย) ไปพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติอาชญากรที่สถานีตำรวจในเมือง (น่ากลัวมากต้องพิมพ์มือตัวเองลงไปบนแป้นหมึกเดียวกับอาชญากรทั้งหลาย) แล้วกลับมารายงานตัวกับหัวหน้าภาควิชา และหัวหน้าภาควิชาก็พาไปดูห้องพัก ที่ตึก SC07 ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นห้องพักรวมกับอาจารย์อีก 2 ท่าน

หลังจากนั้นก็ได้รับมอบหมายวิชาสอน กับคุมปฏิบัติการ จำได้ว่าคุม 5 แลป หฤโหดมาก ๆ แต่ก็พลังงานเยอะ เพราะจบใหม่ งานอะไรก็ไหวทั้งนั้น วิชาแรกที่ไปสอนคือวิชา Select topic in analytical chemistry เนื้อหาก็แล้วแต่จะสอนเลย สมัยนั้นอะไรที่เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจก็เอามาสอนได้เลย มันเหมาะกับคนจบใหม่มาก ๆ รุ่นที่สอนเป็นรุ่นแรกคือ Chem33 ตอนนั้นเขาอยู่ปี 4 กันแล้ว ก็เกรียนมากเลยน่ะ สอนครั้งแรกเจอ นศ ปี 4 บอกตามตรงว่าสอนไม่เป็นเพราะไม่เคยสอนมาก่อนเลย ก็ว่าไปตามสไลด์ เลยต้องเตรียมสไลด์เยอะมาก ๆ เพราะสำนวนโวหารมีน้อย สมัยนั้นใช้ชีวิตแบบหาค่ำกินเช้า เตรียมสอนตอนเย็น มาสอนตอนเช้า เหนื่อยมาก ๆ งานอะไรที่อาจารย์ใหม่ต้องทำ ได้ทำทั้งหมด

ตอนนั้นอายุไม่ค่อยต่างจาก นศ เท่าไร เพื่อนก็ไม่มี ก็เลยใช้ชีวิตเล่นกับ นศ ไปเรื่อย ๆ นศ ไปไหนก็ไปด้วย มี นศ เป็นเพื่อนแทน

รับ นศ. โปรเจค ต่อจาก อ.อุ๋มอิ๋ม ที่จะไปเรียนต่อ ก็พากันทำวิจัยมุ ๆ มิ ๆ ไปตามมีตามเกิด เพราะไม่มีอะไรเลย จน นศ. ป โท เอก ในแลป ช่วยกันเอาเครื่องแก้วมาบริจาคให้คนละสองสามชิ้น พอที่จะได้ทำแลปได้บ้าง โชคดีอาจารย์ใหญ่ได้รับทุนเมธีวิจัยอาวุโส ซื้อเครื่องโพเทนชิออมิเตอร์ให้เครื่องหนึ่งมาเริ่มทำงานวิจัย ต่อจากที่ไปทำมาจาก Perdue แต่งานวิจัยนี้ต้องใช้เครื่องชั่ง 5 ตำแหน่ง ซึ่งไม่มีให้ใช้ จึงต้องรบกวนพี่ป เอก ที่ จุฬา ช่วยชั่งสารหล่อเป็นเมมเบรนส่งมาให้ทำแลปกัน ทางไปรษณีย์ จนไปรษณีย์สงสัยว่าส่งอะไรกันบ่อยมากถึงขนาดต้องแกะซองดูทีเดียว เครื่องนี้ต้องมีคอมพิวเตอร์ควบคุมสั่งการเนื่องจากไม่มีคอมเก่าเลย ขอภาคก็ให้จอคอมเก่ามา 1 จอ ต้องไปหา CPU เอง ก็ขึ้นรถสองแถวสาย 8 ไปลงหน้าธนาคารออมสินในเมือง แล้วเดินจากธนาคารออมสินไปตึกคอม ซื้อคอมเสร็จก็ค่อยๆหอบมาขึ้นรถสาย 8 ที่หน้าธนาคารออมสินเพื่อเข้ามาในมอ ทุลักทุเลมาก ๆ ความทรงจำนี้ไม่เคยลืมเลือนไปเลย วันหนึ่งก็มีรุ่นพี่ ป โท ที่จุฬา มาขอ เรียน ป เอก ด้วย เพราะมีครอบครัวอยู่แถวนี้ ก็รับมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีความพร้อมอะไรเลย ก็ทำไปด้วยกันมั่วกันไปเดากันไป จนเริ่มมีงานออกมาเป็นชิ้นเป็นอันออกมาเรื่อย ๆ งานวิจัยที่ทำครั้งแรกก็เป็นงานที่ไม่ได้ตั้งใจทำแต่มันบังเอิญเจอเลยทำมา และทุกวันนี้ได้เอาองค์ความรู้ที่เจอครั้งแรกมาใช้ประโยชน์อยู่เสมอ

อยู่หอพักเอกชนได้ประมาณปีครึ่ง ก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เพราะทุกวันจะมีพวกตั้งวงกินเหล้าร้องเพลงทั้งคืน แต่พอถึงตี 5 จะหยุด ไม่ได้หลับไม่ได้นอน จึงมาปรึกษาอาจารย์ผู้ใหญ่ว่าอยากเข้ามาอยู่หอพักใน มข จะทำอย่างไร เขาก็แนะนำให้ไปคุยกับงานหอพักที่กองการเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า อ. เป็นนักเรียนทุน มาทำงานใช้ทุนที่ มข จะมีโควตาหอพักสำหรับผู้ใช้ทุนอยู่ ซึ่งอันที่จริงสามารถไปขอได้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย ก็เลยได้ย้ายเข้าไปอยู่แฟลตป่าดู่ 10 ห้องเล็ก ๆ แต่อยู่ได้สบายๆทีเดียว

ชีวิตก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ  จนลืมวันลืมเวลา ไม่มีคำว่าวันหยุดวันราชการ ทุกวันคือวันทำงาน จนหลังอักเสบ จึงต้องผ่อนลงพอสมควร พอหายเจ็บก็ลุยอีก เจ็บอีก สลับกันไปแบบนี้อยู่นาน ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องขอตำแหน่งวิชาการตามเวลา ยิ่งทำให้ต้องขยันมากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะงานเยอะแต่จะทำให้เสร็จในเวลาที่สั้น และก็ทำสำเร็จตามความตั้งใจทุกครั้งไป ใช้เวลาทั้งสิ้น 10 ปี พอดี

ตอนนี้เข้าปีที่ 12 แล้ว ก็ยังคงใช้เวลาที่เหลืออยู่บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน มข นี้ต่อไป มีอีกหลายเรื่องราวที่เขียนได้ไม่หมด เพราะความทรงจำไม่ค่อยดีแล้วลืมเลือนไปหลายๆสิ่ง

หมายเลขบันทึก: 677786เขียนเมื่อ 4 มิถุนายน 2020 10:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 4 มิถุนายน 2020 11:03 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี