"เสี้ยว"คิด

อะไรไม่เคยทำก็ได้ทำ วิถีชีวิตเหมือนย้อนกลับไปสู่อดีตที่คุ้นเคย ได้ข้อคิดใหม่ๆจากการดำเนินชีวิตประจำวันแบบเก่า

หลายคนบอกยอดเสี้ยวหรือชงโคแกงส้มอร่อย จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ลองสักที บ้านเก่าปลูกเสี้ยวจากสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้าไว้ ๓ ต้น รู้จักเสี้ยวครั้งแรกในเพลงของครูซัน นักสู้แห่งอำเภออุ้มผาง เพลงหนึ่งใช้ดอกเสี้ยวเป็นสัญลักษณ์ปลุกสำนึกคนหนุ่มสาวให้ลุกมาต่อสู้การบุกรุกทำลายป่าที่น่าจะมีอย่างมากมายในยุคนั้น

ถ้าในชื่อชงโคตัวเองรู้จักมาตั้งแต่เด็ก จำได้ว่าโรงเรียนเก่าชั้นประถมมีปลูกอยู่หน้าอาคารเรียน เป็นร่มเงาให้พวกเราหลบร้อนหลบฝน ที่คิดปลูกเสี้ยวก็ด้วยเหตุผลในใจพวกนี้ ยิ่งกว่านั้นคือความเป็นมงคล เพราะกล้าพันธุ์มาจากสวนพฤกษศาสตร์บ้านร่มเกล้า ในพระราชดำริสมเด็จพระบรมราชินีนาถ รัชกาลที่ ๙

พอโตออกดอกออกผล เมล็ดจากฝักแก่ที่ร่วงพราวบริเวณโคนต้น เมื่อได้สภาพแวดล้อมเหมาะสม จึงผลิรากแตกใบเจริญเป็นต้นใหม่สืบเผ่าพันธุ์ เห็นกล้าพันธุ์มากเข้า จึงคิดแซะใส่ถุงดำไปฟูมฟักต่อจนแข็งแรง สุดท้ายกล้าพันธุ์รุ่นลูกหลานเหล่านั้นถูกนำมาปลูกที่บ้านใหม่ในปัจจุบัน

เดือนกว่าที่ไม่ได้ไปไหนเลย อยู่แต่บ้าน ทำอาหารกินเองทุกมื้อ อะไรไม่เคยทำก็ได้ทำ วิถีชีวิตเหมือนย้อนกลับไปสู่อดีตที่คุ้นเคย ได้ข้อคิดใหม่ๆจากการดำเนินชีวิตประจำวันแบบเก่า ซื้ออาหารสดมาตุนไว้ในตู้เย็นเป็นสัปดาห์ๆ พยายามหาผักหญ้าที่มีอยู่มาทดลองกินอย่างไม่เคยทำมาก่อน

สืบค้นข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์พบว่าคนเหนือมักนำยอดเสี้ยวมาแกงเลียง โขลกพริก หอม กระเทียม ปรุงด้วยน้ำปลาร้า บ้านเราชอบรสจัดกันทั้งนั้น ปรับจากแกงเลียงเป็นแกงส้มเปรี้ยวๆดีกว่า เพื่อให้แน่ใจว่าแกงออกมาแล้วจะอร่อย หม้อแกงวันนั้นจึงผสมดอกแคสีแดงที่ปกติทิ้งขว้างไม่เคยแยแสลงไปด้วย

แม้หน้าตาไม่จัดจ้าน แต่รสชาดตรงข้าม ซดน้ำแกงแซ่บๆกับข้าวสวยร้อนๆ ตามด้วยปลาเค็มเล็กๆทอดกรอบ และชะอมทอดไข่ ปรากฎว่าเข้ากันดีมาก

มื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ อาจเพราะวัตถุดิบต่างๆมาจากการปลูกเองและแกงเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครูธนิตย์



ความเห็น (0)