แครอท (Carrot) เป็นพืชผักที่นิยมนำมารับประทานมากชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีรสหวาน กรอบ อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะเบตาแคโรทีนที่พบมากในหัวแครอทเป็นสารสำคัญสำหรับการสังเคราะห์วิตามินเอให้แก่ร่างกาย และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) แครอทมีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง สีม่วง แต่ที่นิยมรับประทานจะเป็นแครอทสีส้ม

คุณค่าทางโภชนาการของแครอท 100 กรัม ประกอบด้วย

* น้ำ 88.29 กรัม

* พลังงาน 41 กิโลแคลอรี่

* โปรตีน 0.93 กรัม

* ไขมัน 0.24 กรัม

* คาร์โบไฮเดรต 9.58 กรัม

* เส้นใย 2.8 กรัม

* น้ำตาล 4.74 กรัม

*แคลเซียม 33 มิลลิกรัม

* เหล็ก 0.30 มิลลิกรัม

* แมงกานีส 13 มิลลิกรัม

* ฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม

* โพแทสเซียม 320 มิลลิกรัม

*โซเดียม 69 มิลลิกรัม

* สังกะสี 0.25 มิลลิกรัม

* วิตามินซี 5.9 มิลลิกรัม

* วิตามินบี1 0.066 มิลลิกรัม

* วิตามินบี2 0.058 มิลลิกรัม

* วิตามินบี3 0.983 มิลลิกรัม

* วิตามินบี6 0.138 มิลลิกรัม

* โฟเลต 19ไมโครกรัม

* วิตามินเอ 16706 หน่วยสากล

* วิตามินอี 0.66 มิลลิกรัม

* วิตามินเค 13.2 ไมโครกรัม

แครอทมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ แครอทอุดมไปด้วยสารเบตาแคโรทีนหนึ่งในวิตามินที่ร่างกายต้องการ มีประโยชน์ช่วยในเรื่องการบำรุงสายตา โดยเฉพาะเนื้อเยื่อชั้นในของดวงตาที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า เรตินา การรับประทานแครอทบ่อยๆ ยังช่วยถนอมดวงตาให้สามารถมองเห็นได้อย่างปกติไปอีกนาน แครอทอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง ฟาลคารินอลซึ่งมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการก่อตัวของมะเร็งปอด แครอทยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบไหลเวียนของเลือดอีกด้วย สารในแครอทจะเข้าไปกำจัดไขมันที่เกาะสะสมอยู่ในเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

แครอทช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือด การรับประทานแครอทเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ เนื่องจากในแครอทมีสารแคโรทีนอยด์ซึ่งจะเข้าไปช่วยรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเส้นเลือด นอกจากนี้การรับประทานแครอทเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้กับระบบย่อยอาหาร ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น แครอทยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่นดูเปล่งปลั่งอยู่เสมอ เพราะในแครอทชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ น้ำและสารอาหารในแครอทยังมีประโยชน์ในเรื่องการบำรุงเส้นผมด้วย

ประโยชน์อีกประการหนึ่งที่ได้รับจากการรับประทานแครอทคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง เพราะแครอทมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และมีคุณสมบัติในการสร้างเนื้อเยื่อทำให้แผลหายเร็วขึ้น กากใยอาหารในแครอทยังมีส่วนช่วยปรับปรุงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย

ประโยชน์ที่สำคัญของแครอทคือสามารถนำมาใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นอาหารหวานอาหารคาว ทั้งผัด ทอด แกง ต้มซุป สลัด ยำ ก็มีแครอทเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น และยังใช้ทำเครื่องดื่มสุขภาพอย่างน้ำแครอทปั่นได้อีกด้วย

อาหารที่จะแนะนำในวันนี้ไม่ได้มีแครอทเป็นส่วนประกอบเท่านั้น หากแต่ใช้แครอทเป็นวัตถุดิบหลักเลยทีเดียว นั่นคือเมนู ส้มตำแครอทไข่เค็ม สิ่งที่จะต้องเตรียมได้แก่ แครอท มะม่วงดิบ ไข่เค็ม ถั่วลิสงป่นหยาบๆ กุ้งแห้งป่น กระเทียม พริกขี้หนู มะนาว น้ำตาลมะพร้าว มะนาว ผักกาดหอมสำหรับตกแต่งจาน

นำแครอทมาปอกเปลือกออกแล้วสับเป็นเส้นแบบเดียวกับสับมะละกอ มะม่วงดิบสับปริมาณเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสีสันและรสเปรี้ยว สับเสร็จแล้วหากยังไม่ใช้ทันทีให้ใส่ในถุงพลาสติกนำไปแช่ในน้ำแข็งเอาไว้ก่อนเพื่อรักษาความสดกรอบ นำกระเทียม5-6 กลีบ กับพริกขี้หนูมากน้อยตามชอบ ใส่ครกตำพอแหลก ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปใช้สากบุบให้น้ำตาลละลาย ใส่น้ำปลาลงไปคนให้เข้ากัน นำแครอทและมะม่วงสับใส่ในชามผสม นำส่วนผสมในครกเทลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน บีบมะนาวเพิ่มรสเปรี้ยว ชิมรสตามชอบ แล้วตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม โรยถั่วลิสงและกุ้งแห้งป่น ตกแต่งด้วยไข่เค็มผ่าสี่และผักสดอื่นๆ

ส้มตำแครอทสีสันสวยงาม รสชาติจัดจ้าน รับประทานกับข้าวเหนียวและน่องไก่ทอด ทำให้วันหยุดอยู่กับบ้านในช่วงโควิด-19 มีชีวิตชีวาจี๊ดจ๊าดขึ้นได้ค่ะ