การเดินทางไปร่วมงาน ๕๕ ปี มช. ในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ครั้งนี้ของลุงแพนด้า มีการเตรียมตัวค่อนข้างนาน เพราะไปกัน ๓ คนพ่อแม่ลูก ที่เป็นลูกช้าง มช. รุ่นที่ ๑ และ ๒ กับ หลานช้างอีก ๑ เชือก....ประกอบกับระบบการจองตั๋วเครื่องบินในการเดินทางล่วงหน้า จะต้องจองล่วงหน้านานๆ จึงจะหาโปรโมชั่น ได้ในราคาประหยัดมากขึ้น ตามคำแนะนำของลูกมิ้ม ที่มีประสบการณ์การจองตั๋วผ่านแอปออนไลน์ จึงเป็นผู้ทำหน้าที่นี้ หลังจากทราบกำหนดที่จะเดินทางไปเชียงใหม่แน่นอนแล้ว คือ เดินทางไปถึงเชียงใหม่ ในวันที่ ๒๘ มกราคม เพราะวันที่ ๒๙ จะเป็นงานคืนสู่เหย้าของ อาม่าหลินฮุ่ยกับเพื่อน ๆ มช. ๐๘ ต่อด้วย งานคืนสู่เหย้าของ ลุงแพนด้า มช. ๐๗ และ งานสังสรรค์ ลูกช้าง มช. ๔ รุ่นแรก (มช. ๐๗-๑๐) ในวันที่ ๓๐ แล้วจึงถึงงาน ๕๕ ปี มช. ในวันที่ ๓๑ ตามลำดับ.....ในเบื้องต้น ก๊วนเราจะไปกัน ๔ ท่าน โดยมีเพื่อน อาม่าที่เป็น มช. ๐๘ ร่วมเดินทางไปด้วยอีก ๑ ท่าน การจองตั๋วการเดินทางจาก กรุงเทพฯ ไป เชียงใหม่ ครั้งแรก จึงจองแค่ ๔ ที่นั่งได้ในราคาประหยัด (โปร) เมื่อตอนปลายเดือนกันยายน ๒๕๖๒ คือจองล่วงหน้าถึง ๔ เดือน....โดยยังไม่ได้จองเที่ยวกลับเพราะ อาม่าจัดโปรแกรมยังไม่จบว่า หลังวันที่ ๓๑ จะมีโปรแกรมต่ออะไรบ้าง แต่หลังจากนั้นมี เพื่อน มช. ๐๘ อีกท่าน สนใจร่วมเดินทางไปด้วย ก็เลยต้องจองตั๋วเพิ่มอีก ๑ ท่านตามทีหลัง โดยเดินทางในเที่ยวบินเดียวกัน......และต่อมาเมื่อโปรแกรมค่อนข้างลงตัวแล้ว จึงจองเที่ยวบินกลับ จากเชียงใหม่มากรุงเทพฯ ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ รวมทั้ง ๔ ที่นั่ง โดยในเที่ยวกลับนี้ใช้บริการของการบินไทย เพราะสะดวกต่อผู้ที่จะเดินทางมารับที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ มีการให้น้ำหนักสัมภาระได้เพิ่มอีก ท่านละ ๒๐ กก. โดยมีราคาต่างจากสายการบินต้นทุนต่ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรื่องพวกนี้ลุงแพนด้าไม่สันทัด ก็ได้แต่ฟังผู้สันทัดกรณีเล่าให้ฟังครับ...
ก่อนถึงวันเดินทาง ๑ วัน คือวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ ครอบครัวลุงแพนด้าก็ออกเดินทางจากโคราชเข้ากรุง โดยรถส่วนตัว เพื่อไปพักที่บ้านลูกใน กรุงเทพฯ ๑ คืน ก่อนจะเดินทางไป ขึ้นเครื่องที่ สนามบินดอนเมือง ในเช้าวันที่ ๒๘
เนื่องจากเวลาที่ใช้เดินทางจากโคราชไปกรุงเทพฯ ในภาวะปัจจุบัน ใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ช่ั่วโมงเท่านั้น เราออกเดินทางตั้งแต่ช่วงสายๆ มีเวลาเหลือเฟือ...อาม่าจึงเสนอให้แวะเที่ยวชม ทำบุญ และ ชิม แถวเขาใหญ่ก่อน เข้ากรุงเทพฯดังภาพ


สถานที่ยอดนิยมเมื่อหลายๆปีมาแล้ว ที่ผู้คนแวะไปถ่ายรูปกัน คือที่ Palio ซึ่งเชื่อหรือไม่ ลุงแพนด้ายังไม่เคยไปเลย จึงเป็นจุดหมายแรกที่เราแวะไป...เดินชม และ ถ่ายรูปกันเป็นหลัก จนได้เวลาอาหารกลางวัน จึงแวะเติมพลังที่ร้านกาแฟชื่อดังที่อยู่ในบริเวณปาลิโอนั่นเอง....ก่อนที่จะเดินทางต่อไป
ช่วงกำลังเดินทางต่อ..อาม่าเห็นป้าย หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก บอกระยะทางจากถนนหลักเพียง ๓๐๐ เมตร จึงตัดสินใจเข้าถนนซอยไป.....แต่มาตรวจสอบภายหลังจึงรู้ว่า ป้าย เพียง ๓๐๐ เมตรที่ติดอยู่เป็น ป้ายบอกระยะทางถึงวัดครับ....กว่าจะถึง หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก นั้นระยะทางน่าจะเป็น ๑๐ กิโลเมตรมั้ง...โชคดีที่ ลูกมิ้ม ใช้ GPS จากอากู๋ ในการนำทางจึงไปถึง หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกได้ โดยไม่หลงทาง ได้ไหว้และทำบุญ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ซึ่งพบว่ามี ทัวร์มาแวะบ้างเหมือนกัน ดูจากสภาพและบริเวณที่จัดไว้คาดว่า ในสภาวะปกติ คงมีทัวร์มามากกว่านี้มาก

ในช่วงขากลับออกมา ลุงแพนด้า เลยขอแวะวัดที่เราผ่านไปในครั้งแรกเสียหน่อย....อาม่าก็ได้ไหว้พระทำบุญเพิ่มเติม....ก่อนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ
