แนวทางการบริหารของข้าพเจ้า ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา


แนวทางการบริหารของข้าพเจ้า ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา

1. การวางแผนงาน แผนแม่บทหรือแผนยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานเป็นสิ่งสำคัญ ต้องมีการกำหนดตัวชี้วัดที่สามารถวัดได้จริง ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว
2. เตรียมตัวและเตรียมพร้อม ต้องมีการเตรียมตัว เอาใจใส่ ทำการบ้านในงานที่จะทำ จะมาถึงก่อนเสมอทุกครั้ง เพราะไม่มีคำว่าเตรียมตัวมากเกินไป เตรียมพร้อม มีเวลาในการวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงแนวทางแก้ไข ก่อนแล้วจึงจะลงมือทำ
3. เลือกผู้ร่วมงานเอง ผมเลือกผู้ร่วมงานเอง เพราะคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญ และหากพบว่าในหน่วยงานใด คณะใด มีคนที่เหมาะสมกับงานแล้วผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาได้มาร่วมงานด้วยกัน
4. สอนงาน ผมมักจะสอนงานแบบครู สอนแนวคิด เพื่อทีมงานในฝ่ายต่างๆจะได้ถ่ายทอดแผนงานและโครงการต่างๆได้
5. ใช้การสนทนาส่วนตัว การได้พูดคุยแบบตัวต่อตัวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก เพื่อมุ่งเน้นไม่ให้เกิดการผิดเพี้ยนในข้อมูล ทั้งเนื้อหาใจความ และคำแนะนำ
6. การสร้างสิทธิอำนาจ เรียนรู้ขอบเขตในการใช้สิทธิอำนาจและก็ได้ใช้มันอย่างเหมาะสม อีกทั้งเรียนรู้ที่จะสร้างและคงไว้ซึ่งสิทธิอำนาจ
7. ยืนกรานในความถูกต้อง ผมยืดมั่นในความถูกต้อง เพราะความไม่ถูกต้องจะนำองค์กรไปสู่ปัญหานานาประการ
8. เลือกช่วงเวลาของตน ผมไม่จำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนทุกเรื่อง ช่วงเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาว่าอันไหนสำคัญ ไม่สำคัญ เหมาะหรือไม่เหมาะ เพราะช่วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นเคล็ดลับในการประสบความสำเร็จ
9. จัดการกับการทุจริตโดยทันที เมื่อเกิดการทุจริตผมจะจัดการกับมันในทันที และจะไม่พยายามปกปิด
10. ไม่แต่งแต้มสีจนเกินจริง ทำให้ทุกคนรู้ข้อมูลแห่งความจริง ถ้าเป็นเรื่องร้ายก็ต้องบอกว่าอะไรที่รอคอยอยู่ข้างหน้า หรืออาจเกิดเรื่องลำบากหรือต้องรอคอยบ้าง ไม่แต่งแต้มสี จะพูดอย่างตรงไปตรงมา

11. อย่าเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย ไม่ทำตัวเป็นคนแบบข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย ยืนหยัดในแบบที่ถูกต้อง
12. ทดสอบผู้ร่วมงาน มอบหมายงานที่เฉพาะเจาะจงให้แก่ทีมงาน ฝ่าย หรือบุคคล และก็ปล่อยให้เขาได้ทำงานนั้น บางครั้งก็เป็นการทดสอบภาคสนามกับเขาด้วย
13. การประชาสัมพันธ์ที่ดี ประชาสัมพันธ์ เรื่องราวของผม เรื่องราวขององค์กร เรื่องราวของงาน จะมอบรองฯหรือเพื่อนๆที่เป็นตัวแทนสามารถประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะชนได้ดี
14. หาผู้สนับสนุนที่ดี แบ่งงาน เรื่องเล็กๆน้อยๆบางอย่างก็ไม่ทำเองหมด ใฝ่หาผู้สนับสนุนที่ดี และไว้ใจได้
15. เรียนรู้ที่จะอ่อนน้อมถ่อมตน อ่อนน้อมถ่อมตน ผมอธิษฐานอยู่เสมอว่าอย่าให้ผมตกบ่วงแร้วของความยโสโอหัง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลย และมันจะนำสิ่งที่เลวร้ายมากตามมา
16. แบ่งปันศักดิ์ศรี ยกย่องคนที่ทำงาน และจะทำอย่างเปิดเผย ถึงแม้เป็นงานอื่นๆนอกจากงานประจำที่ทำก็ตาม เช่น ชมเรื่องการเสียสละทำงานนอกเวลา
17. พูดคำว่าขอบคุณ ผมพยายามขอบคุณทุกคน มันคงไม่มากเกินไป
18. ติดต่อกับผู้คน เห็นคุณค่า พูดคุย ห่วงใยทีมงานทุกคน เพราะนึกเสมอว่าที่ทำงานด้วยนี้เป็นคนนะไม่ใช่หุ่นยนต์ แม้ผมจะจบทางด้านเครื่องจักรก็ตาม เพราะเรากำลังนำคนที่มีความรู้สึกนึกคิดให้ทำงาน
19. ตอบสนอง ผมพยายามแก้ปัญหา แก้ไข อย่างเร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้ จะไม่ทำให้ใครในมหาวิทยาลัยฯต้องรอคอยนาน
20. ไม่หลีกเลี่ยงการพูดในที่สาธารณะ ผมไม่กลัว และหลายครั้งจะไม่ทิ้งโอกาสที่จะพูดในที่สาธารณะ ในที่ชุมนุมชน เพื่อสร้างแรงกระตุ้น โน้มน้าวใจ และแจ้งข่าวสารในด้านการวิจัยและบริการวิชาการ หรือแม้แต่การพูดต่อหน้าองคมนตรี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ในด้านการวิจัยเพราะมันเป็นหน้าที่ของตนที่ควรพูด
21. ถอนตัวออก อย่าปล่อยให้ความดื้อรั้นทำให้เราไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ และไม่ใช่งานของเรา
22. เรียนรู้การตำหนิ ไม่มีใครชอบการตำหนิ แต่บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้แต่จะไม่ใช้คำตำหนิพร่ำเพรื่อ จะใช้อย่างเหมาะสม และรวมถึงทีมรองฯที่ใกล้ชิดผมด้วย
23. ระวังคนประจบสอพลอ ข้าพเจ้าเป็นผู้นำประเภทที่พึงพอใจและให้รางวัลกับคนที่พูดความจริงกับข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าจะไม่ชอบความจริงนั้นก็ตาม ค้นหาความจริงในทุกๆเรื่องและในทุกๆคน
24. จงเป็นผู้รับใช้ การประสบความสำเร็จของงานคือการให้ นศ. คณาจารย์ นักวิจัย มาเป็นอันดับแรก ทำหน้าที่ให้บริการและตอบสนองพวกเขาอย่างเต็มกำลัง
25. หยุดยั้งการชิงดีชิงเด่น ข้าพเจ้าจะทำงานในส่วนของตัวเอง ปรนนิบัติคนที่ตำแหน่งต่ำกว่า ประเมินผลให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ไม่ให้ถูกลวงหรือถูกตบตาได้ ต้องรู้จักว่าใครคนไหนลงมือทำจริง
26. จงเป็นผู้ตรวจสอบผลที่เกิดขึ้น ต้นไม้ดีย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้เลวย่อมให้ผลเลว
27. หยุดวิตกกังวล มีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างการวางแผนและการวิตกกังวล
28. หลีกเลี่ยงการเล่นบทผู้โอ้อวด ผู้บริหาร มักถูกทดลองให้โอ้อวดเพื่อสร้างความประทับใจกับคนอื่นๆ ซึ่งมันจะทำให้ตนเองลำพองมากขึ้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอ้อวดเลย
29. ยุติธรรมกับทุกคนและใจกว้างอย่างเหมาะสม หากได้ตัดสินใจว่ามันเหมาะสมยุติธรรมแล้วก็ให้เป็นไปตามนั้น ดังคำอุปมาว่า ถ้ารางวัลนี้มันเป็นธรรมกับ นาย ก. แล้ว เราก็ไม่ต้องห่วงกังวลว่า นาย ก. เขาจะคิดอย่างไรกับรางวัลที่ได้ และ ผู้บริหาร ควรคัดสรรมอบสิทธิ หรือมอบรางวัลให้คนในองค์กรก่อนเสมอ แบ่งปันชื่อเสียง ไม่ควรเล่นบทเป็นกองหน้าได้ยิงประตูอยู่คนเดียว
30. กล้าเสี่ยง ในฐานะผู้บริหารนั้นได้รับมอบให้เป็นผู้ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดิน หน้าที่ของเราไม่ใช้เก็บรักษาสิ่งที่มีอยู่ แต่เราทำหน้าที่ให้มันงอกงามขึ้นมา ทำงานอย่างเชิงรุก
31. ดูแลเด็กๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้คนในสังคมโกรธเคืองเท่ากับผู้บริหารองค์กรไม่ใส่ใจจะรับผิดชอบกับเด็กๆและลูกหลานของคนในองค์กรนั้นๆเลย ข้าพเจ้าเห็นความสำคัญของครอบครัวและลูกๆของสมาชิกในคณะฯ ซึ่งจะสามารถช่วยดูแลตั้งแต่เรื่องเล็กๆไปจนถึงเรื่องใหญ่
32. ปลีกตัวออกมาโดยลำพัง มีเวลาพักร้อนและพักอย่างแท้จริง เพื่อจะได้กลับมาด้วยความสดชื่น มีพลัง และพร้อมที่จะทำงานด้วยความเพลิดเพลินใหม่ สำหรับคนอื่นก็เช่นกันให้เขาได้พักด้วย
33. รับใช้ครอบครัวของผู้ร่วมงาน เมื่อมีหนึ่งคนที่เข้ามาร่วมงานกับเรา เราต้องยอมรับความจริงว่าทั้งครอบครัวของเขาก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมงานกับเราด้วย
34. ให้ผลที่เกิดขึ้นพูดแทนคุณ ผู้บริหาร ควรบอกกับคนในองค์กร ถึงสิ่งที่ได้ทำ ไม่ใช้สิ่งที่เราคิดว่าจะทำ และที่สำคัญที่สุดให้ผลงานที่เกิดขึ้นพูดแทน
35. อย่าโยนไข่มุกให้สุกร จงเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้คุณค่าแก่ผู้ที่สมควร เพราะถ้าเอาไข่มุกไปให้สุกรแล้วนอกจากมันจะไม่เห็นคุณค่าแล้วมันยังจะหันกลับมากัดเราอีกด้วย
36. ลิดเพื่อให้เกิดผล บางครั้งอาจต้องตัดและลิด บางส่วนที่ไม่เกิดผลทิ้งไป โดยทำอย่างมีหลักเกณฑ์ และตามด้วยการประเมินด้วยผลงาน
37. สุขุมแม้ท่ามกลางวิกฤติ สุขุม เยือกเย็น และเชื่อมั่นเมื่อเผชิญกับวิกฤตการณ์ ไม่จำเป็นต้องมีคำสบถ ด่าทอหยาบคายออกมา อีกทั้งการสงบนิ่งไม่ได้หมายความว่าต้องชิ่งหนีปลีกตัวออกไป แต่จะสามารถสงบนิ่งโดยทำหน้าที่ให้ดำเนินต่อไปได้
38. ยุติข้อโต้แย้งโดยเร็ว คุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่งของผู้บริหารคือความสามารถในการสร้างสันติ และเร่งให้กลับคืนดีกัน
39. รับประทานอาหารร่วมกันกับทีมงาน การรับประทานอาหารร่วมกันกับทีมงานจะเป็นหนึ่งในตารางเวลาที่ควรทำเป็นประจำ เพราะจะก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งมิตรภาพ เป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความคิดและวิสัยทัศน์
40. ประเมินผลเสมอ การประเมินผลนั้นไม่ควรทำแบบนานๆครั้ง แต่ต้องทำเป็นประจำและทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อข้อมูลต่างๆจะเที่ยงตรงและเป็นปัจจุบัน
41. แบ่งปันเรื่องราวขององค์กร บอกเล่าถึงความสำเร็จขององค์กรในการต่อสู้ด้านต่างๆครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อตอกย้ำว่าจะประสบสำเร็จอย่างนั้นได้อย่างไร
42. เดินในทางแคบ ผู้ที่ปรารถนาความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาก็ต้องมองหาหนทางที่มีความแตกต่างไป (ในทางสร้างสรรค์) จากบรรดาคนอื่นๆที่เดินไปแบบสบายในทางกว้างๆ



อ้างอิงจาก การบริการสไตล์พระเยซู สมใจ รักษาศรี

หมายเลขบันทึก: 676363เขียนเมื่อ 27 มีนาคม 2020 12:12 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 กันยายน 2020 21:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี