การที่มีโรงเรียนเป็นของตัวเองนั้นมันเป็นโอกาสที่ดีมากมาย ไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างหรือต้องอยู่ไปทั้งชีวิต จะหมดสิทธิบริหารจัดการก็ต่อเมื่อเกษียณอายุราชการเป็นที่เรียบร้อย..
ผมจึงไม่คิดจะบ่นว่าเบื่อตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาสู่รั้วโรงเรียนขนาดเล็ก ก็เลือกมาบริหารเองจึงไม่ต้องเกรงใจใคร ที่จะลงมือทำทันที ทำต่อไป ให้มั่นคงและยั่งยืน
สิ่งที่ทำไม่ได้อย่าฝืน บอกตัวเองว่าอย่ากล้ำกลืนกับปัญหาที่สั่งสมไว้ในรุ่นก่อนๆ อย่าแง่งอนสะท้อนแต่ปัญหาเก่าแก่ แต่จงให้เกียรติที่เขาทั้งหลายได้ดำรงคงไว้ ให้มีโรงเรียนเป็นมรดกตกทอดมาถึงมือเรา...
ขอบคุณคนเก่าๆมาแต่ก่อน สร้างสรรค์สระน้ำและผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ ผสมผสานต้นไม้น้อยใหญ่ให้ร่มเงาเต็มไปหมด พอปลูกเสริมเติมแต่ง โรงเรียนก็เลยเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าอยู่น่าเรียน
บ้านหลังเล็กๆที่ดูเหมือนจะบริหารไม่ยาก แต่ไม่ง่ายเลยที่จะฟันฝ่า เพราะใช่ว่าจะมีแต่งานหน้าเดียว..นอกจากต้องสู้รบปรบมือกับความไม่รู้ของนักเรียน ยังต้องเข้าใจปัญหาการศึกษาทั้งระบบ..ที่ไม่รู้ว่าจะจบลงที่ตรงไหน?
แต่ก็ยังรู้สึกภูมิใจที่ไม่ไปเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทุ่มสุดตัวและหัวใจให้กับงานการศึกษา”ศาสตร์พระราชา” บูรณาการงานและการสอนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง..ที่ไม่เคยคิดเพียงแค่โหนกระแส แต่ใช้หัวใจนำพาศรัทธานำทางมาโดยตลอด
จะด้วยฮวงจุ้ย.หรืออะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าโรงเรียนถูกจัดวางอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักการ”ทฤษฎีใหม่” อาคารเรียนที่เปรียบเสมือนบ้าน สิ่งแวดล้อม และแหล่งเรียนรู้มีอยู่โดยรอบ ด้านชายขอบเป็นแปลงเกษตรและสระน้ำ ตรงกลางคือสนามกีฬา..คิดเสมอว่าถ้าพัฒนาให้ดี..โรงเรียนเล็กหลังนี้จะไม่ธรรมดาเลย
พอได้คิดอีกครั้ง จึงสร้างงานอีกหน ถือเป็นโค้งสุดท้ายของชีวิตผู้บริหาร ผมประสานความร่วมมือไปยัง อบจ.กาญจนบุรี ขอความอนุเคราะห์เครื่องสูบน้ำ ดึงน้ำจากสระใหญ่มาลงสระเล็ก ให้เพียงพอและบรรเทาภัยแล้งในช่วงปิดภาคเรียน
เมื่อมีน้ำ..กิจกรรมเกษตรอินทรีย์จะมีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้โรงเรียนรุ่งเรืองก็ต้องสร้างนวัตกรรมเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชน...
บริเวณพื้นที่รอบสระจึงสำคัญที่สุด ทำได้ใกล้เคียงโคกหนองนาโมเดลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้..ใช้น้ำให้เกิดคุณค่า แม้ว่าจะไม่มีคลองไส้ไก่ก็ตาม..
คงต้องขอบคุณท่านผู้ใหญ่ใจดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๒ บ้านหนองผือ..ที่มาช่วยปรับคันดินยกสูง ตรงจุดนี้คงต้องปลูกไม้ประดับ ส่วนที่เหลือรวมกันแล้วหลายตารางวา ผมจะปลูกไม้ยืนต้นเป็นทิวแถว ตลอดแนวแบบที่ขนานไปกับรั้วโรงเรียน
วันนี้..ขุดหลุม..เตรียมปลูกเฟื่องฟ้า ๒๐ ต้น เป็นไม้ดอกที่มีสีสันและทนแล้ง ฝนเทลงมายามใดคงได้ปลูกไม้ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งไม้พยุงและฮอคกานีที่เป็นไม้โตเร็ว
จึงจะเป็นโคกหนองนาโมเดลได้ ด้วยการปลูกป่าให้แผ่นดิน ชุมชนท้องถิ่นได้ประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด ไม่เพียงแค่รอและท้อกับภัยแล้ง แต่ต้องแก้ปัญหาระยะยาว..ด้วยการทำวันนี้และทำให้ดีที่สุด..
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๗ มีนาคม ๒๕๖๓