เมื่อวานได้รับข้อมูลที่ชัดเจนจากงานการศึกษาต่อเนื่อง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เรื่อง โครงการ “การประชุมเสนอผลงานวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษาศิริราช” <p>มีข้อกำหนดให้ น.ศ.ระดับมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต นำเสนอผลงานในรูปแบบ</p><ol>
Oral Presentation (แบบการบรรยาย) เป็นภาษาอังกฤษ ใช้เวลาในการนำเสนอเรื่องละ 10 นาที และซักถาม 5 นาที
Poster Presentation A (PosterA, แบบโปสเตอร์) เป็นภาษาอังกฤษ นักศึกษาผู้นำเสนอผลงานให้ยืนประจำโปสเตอร์ในช่วงเวลาที่กำหนด
โดยผลที่คาดว่าจะได้รับมีดังนี้
</ol><ol>
ผลงานวิทยานิพนธ์ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบของเอกสารรวมบทความวิจัย (proceedings) และอาจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ต่อไป
</ol><p>ทีแรกอ่านข้อกำหนดแทบลมจับ สติแตก กลัวจับใจ แล้วจะพูดรู้เรื่องได้ยังไงเนี่ย ผ่านไปหนึ่งคืน สิ่งที่อาจารย์หลายท่านพร่ำสอน คือ “ ไม่ว่าคุณจะลงมือกระทำสิ่งใด ถูกหรือผิด เมื่อคุณตัดสินใจทำแล้ว คุณต้องยอมรับผลจากการกระทำของคุณ “ </p><p>การทำงานด้วยใจรักจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ได้ทำงานที่รัก ก็จงรักงานที่ทำ </p><p>งานนี้เลยเริ่มจากคิดให้มะนาวมีรสหวานก่อน ถ้าเรียนจบเร็วกว่านี้ คงพลาดโอกาสได้ขึ้นเวทีระดับชาติ :) แล้วก็ตามด้วยตั้งหน้าตั้งตาชิมมะนาว :( และคิดเพียง … อีกไม่นานก็จะได้รู้ว่าไอ้ที่ชิมอยู่ตกลงมันเป็นมะนาวหรือองุ่น :D</p><address> ความท้าทาย Challenge มักกระตุ้นให้มนุษย์พยายามเอาชนะเสมอ </address><p> DAENG...D</p>
คิดให้มะนาวมีรสหวาน ยากพอควร แต่ไม่ยากเกินผู้ที่มุ่งมั่นนะครับ
ให้กำลังใจอย่างแรง!!!
ขออนุญาตินำข้อความนี้ “การทำงานด้วยใจรักจึงเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ได้ทำงานที่รัก ก็จงรักงานที่ทำ” ไปรวมอยู่ในคำเท่ห์ๆ นะคะ ที่ http://gotoknow.org/blog/kmanamai-nonta/30083
มหาวิทยาลัยมหิดลมีการประชุมเสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษาปีนี้เป็นครั้งที่ 1 ค่ะ ผู้เข้าร่วมประชุมและเสนอผลงานเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาหรือบัณฑิต ผู้สำเร็จการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ประจำปีการศึกษา 2548 และปีการศึกษา 2549 ของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และเอกชนในประเทศไทย แต่ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอผลงานวิจัยของผู้เสนอขอรับรางวัลวิทยานิพนธ์ดีเด่นมาอย่างต่อเนื่อง ท่านที่สนใจเข้าไปดูได้ที่ http://www.grad.mahidol.ac.th/th/main/index.php
ส่วนงานการศึกษาต่อเนื่อง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชได้กำหนดแนวทางในปีการศึกษานี้ตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย ผู้ที่นำเสนอเป็น น.ศ. ที่คาดว่าจะจบการศึกษาในปี 2549
เวลาท้อแท้ ทำงานไม่ได้ เพราะผลการวิจัยไม่ sig เลยสักตัว ก็จะได้ยินคำที่ advisor บอกว่ามีงานทำแล้วนะเรา ทำ thesis จะช่วยให้เรา mature ขึ้น อายุก็เลยวัยกลางคนแล้ว คงได้มีโอกาส mature กับการเผชิญความตายอย่างที่ว่าค่ะ ยังไงก็สู้แค่ตายค่ะ อิ...อิ
DAENG...D
พอจบแล้ว ก็จะหวนกลับคิดว่า มันไม่เห็นยากเท่าที่เคยคิด จริง ๆ นะ แต่ถ้าให้กลับไปเรียนใหม่จะเอาไหม ขอบอกคำเดียวว่า”ไม่” ให้กำลังใจครับ kong