"ข้ามสมุทร" นวนิยายอิงประวัติศาสตร์สมัยสมเด็จพระนารายณ์

หลังปีใหม่นี้ ได้ไปซื้อหนังสือนวนิยายเล่มใหม่ "ข้ามสมุทร" เล่ม 1 กับเล่ม 2 ของอาจารย์วิษณุ เครืองาม มาอ่านเป็นรางวัลชีวิต

ชอบจังที่เป็นเรื่องราวย้อนยุค ที่พจน์(พระเอก)ซึ่งเก่งภาษาฝรั่งเศสและการวาดภาพ ได้ข้ามภพข้ามชาติจากปี 2543 ไปเป็นเจ้าแสน ในสมัยสมเด็จพระนารายน์ โดยมีขุนศรีวิสารวาจา(พี่หมื่นในออเจ้า..บุพเพสันนิวาส)มารอรับไปร่วมทีม เพื่อทำภารกิจร่วมคณะทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส อะไรจะเหมาะเจาะกันปานนี้555

ตอนนี้อ่านจบแล้วทั้งสองเล่ม ตื่นเต้น เร้าใจไปกับพจน์(แสน) ที่ข้ามกาลเวลาย้อนกลับไปกลับมาจากปัจจุบันสู่อดีตชาติ จากอดีตชาติสู่ปัจจุบัน ในสมัยปัจจุบันและสมัยสมเด็จพระนารายณ์กับสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส

ได้เห็นภาพชีวิตของผู้คนและบ้านเมืองของทั้งสองประเทศที่เคยได้เรียนจากประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆไปพร้อมๆกับพจน์(แสน) โดยผู้เขียนพยายามอ้างอิงหนังสือของคนโน้นคนนี้หลายเล่ม ตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้าง ก็ขึ้นอยู่กับคนเขียนหนังสือเล่มนั้นเขายืนอยู่มุมไหน จุดไหน ฝ่ายไหน แต่ก็ทำให้เราพอปะติดปะต่อเป็นประวัติศาสตร์ในมุมของตนเองได้ชัดขึ้นบ้าง

เรื่องราวในหนังสือมีเยอะมาก ผมไม่มีความสามารถและความพยายามพอที่จะสรุปสาระมาฝากได้ทั้งหมด คงต้องไปอ่านกันเอง จึงขอนำเพียงบางวลีที่ผมกินใจเท่านั่น ที่จะเอามาฝากกันครับ

" ความรักกับความสมหวัง ไม่จำเป็นต้อง ไปด้วยกันหรอก คนบางคนสมหวังโดยไม่ได้รัก คนบางคนมีรักแต่ไม่สมหวัง"

" นึกถึงทฤษฎีสัมพันธภาพ ทฤษฎีการเดินทางของจิต และทฤษฎีจินตนาการ จึงไม่รู้ว่าชาตินี้ของเราเป็น ชาติก่อนของอนาคตอีกร้อยปีข้างหน้า หรือเป็นชาติหน้าของอดีตเมื่อสองสามร้อยปีก่อนกันแน่"

"ชีวิตมีการเวียนว่ายตายเกิด ทำดีก็เกิดไปสู่ภพดี ทำชั่วก็ไปสู่ภพไม่ดี พจน์ โชคดีกว่าใคร ที่ได้ย้อนไปสู่ภพเก่าได้พบเห็นผู้คนเก่าๆและได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่เมื่อ 300 กว่าปีมาแล้ว ซึ่งพจน์เคยมีชีวิตอยู่จริง เหมือนดูหนัง เปิดเทปหรือดูอัลบั้มรูปถ่ายเก่าๆ การข้ามมหาสมุทรไปกลับจากสยามถึงฝรั่งเศสสมัยนี้อาจง่ายใช้เวลาเพียงนิดเดียว แต่สมัยก่อนไป 6 เดือนมา 6 เดือน ยังมีอันตรายจากพายุ โจรสลัด โรคภัยไข้เจ็บ การได้ข้ามมหาสมุทรอย่างนั้นก็เหมือนกับการข้ามภพข้ามชาติระหว่างวันนี้กับเมื่อ 300 ปีก่อนนั่นเอง"

" คนที่เวลานี้เป็นศัตรูกับเรา อาจเคยเป็นพ่อแม่เรามาในภพก่อน คนที่เป็นพี่น้องหรือสามีภรรยาสุดที่รักของเราในวันนี้ อาจเคยเป็นศัตรูกับเราเมื่อ 200-300 ปีก่อน ถ้าคิดได้อย่างนี้คนเราคงจะมีความรักในเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากขึ้น และคงรู้จักให้อภัยกันมากขึ้นเพราะว่าไปแล้วเรื่องนี้เป็นอย่างที่มหาตมะ คานธีเคยว่าไว้นั้นเองคือ โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน"

" ในโลกสันนิวาสนี้ไม่เคยมีใครที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน เป็นญาติพี่น้องกันหรือเป็นคนรักกันมาก่อน ในสังสารวัฏอันยาวนานนี้ล้วนมีแต่ญาติโกโหติกา หรือเคยเป็นมิตรกันมาก่อน จึงไม่ควรเบียดเบียนกันและควรเกื้อกูลกัน"

" ชีวิตคนเราไม่ว่าภพใดชาติใด เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องดิ้นรนต่อสู้เหมือนกับการข้ามสมุทรนั่นแหละ ต้องเสี่ยง ต้องผจญภัยอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่อดทน อดกลั้นรู้จักเอาตัวรอด สำเภาแห่งชีวิตก็อับปางลงง่ายๆ อยู่ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะรู้จักบังคับสำเภาชีวิตให้ได้เท่านั้น ด้วยอำนาจแห่งกรรมดีเท่านั้นที่จะช่วยบังคับสำเภาในชีวิตให้ข้ามมหาสมุทรอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ และฝ่าฟันคลื่นลมในมหานทีที่ถมทับเข้ามาได้"

" ร่างกายคนเป็นเหมือนเรือ กิเลส ตัณหา ราคะ เป็นเหมือนน้ำ คลื่นลมแรงเป็นเหมือนอุปสรรค เรือต้องข้ามน้ำข้ามสมุทรไปให้ได้ พระท่านจึงบอกว่า อิมัง นาวัง สีละจัตถะ เมสสติ แปลว่า เธอทั้งหลายจงวิดน้ำออกจากเรือเถิด มิฉะนั้นเรือจะจมและเธอจะข้ามมหาสมุทรนี้ไปไม่พ้น"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด



ความเห็น (0)