เหตุผลที่เราต้องเข้าใจวิถีชีวิตของคนในชุมชนเพราะ ทุกอย่างรอบตัวคนไข้ถือว่าเป็นปัจจัยที่กระทบต่อสุขภาพของบุคคลนั้น เช่น อายุ เพศ ครอบครัว อาชีพ สภาพแวดล้อมที่บ้านและที่ทำงานล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นักกิจกรรมบำบัดต้องสอบถามสัมภาษณ์คนไข้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ให้การบริการ เพื่อนำมาพิจารณาในการให้บริการทางกิจกรรมบำบัดที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคน ทำให้กิจกรรมบำบัดสำหรับคนไข้แต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป แม้ว่าขะมีพยาธิสภาพเดียวกัน เช่น หากผู้รับบริการทำอาชีพเกษตรกรที่ต้องเดินและก้มหลังบ่อยครั้ง บางท่าบริหารอาจจะไม่เหมาะสมต่อบริบทของผู้รับบริการ

รวมทั้งคนในชุมชนมักเป็นชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ที่ไม่มากหรือไม่ถูกต้องนัก รวมทั้งมีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากสังคมเมือง เมื่อนักกิจกรรมบำบัดให้การบริการไป อาจจะทำให้ผู้รับบริการในชุมชนมีความเข้าใจที่ผิดและปฎิบัติอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ตัวอย่างที่พี่นักกิจกรรมบำบัด ณ โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น จังหวัดนครปฐมได้กล่าวถึง คือนักกิจกรรมบำบัดได้ให้โปรแกรมท่าบริหารเป็นท่ายกไหล่ไป ฝึกทำที่บ้านทุกๆวัน(home program) แต่เมื่อถึงนัดครั้งต่อไป และทำการสอบถามความคืบหน้า ผลปรากฎว่าผู้รับบริการไม่ได้นำท่าบริหารที่นักกิจกรรมบำบัดให้ไปทำอย่างต่อเนื่อง เพราะตอนที่นักกิจกรรมบำบัดให้ท่าบริหาร ไม่ได้ชี้แจงให้ชัดว่าท่าบริหารนี้มีประโยชน์อย่างไรและสำคัญอย่างไร ทำให้ผู้รับบริการไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำทุกวัน และไม่เห็นความสำคัญของท่าบริหารดังกล่าว จากกรณึศึกษาข้างต้น ทำให้เห็นว่าการให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก รวมทั้งเข้าใจบริบทและการใช้ชีวิตของคนในชุมชนซึ่งแตกต่างจากสังคมเมือง  

ดิฉันมีความเข้าใจระบบสุขภาพชุมชนเพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้ไปเรียนรู้ในคาบเรียน วันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2563 ว่า การให้บริการทางกิจกรรมบำบัดในชุมชนนั้น สิ่งที่สำคัญคือการเข้าใจบริบทและสภาพแวดล้อมของชุมชนและนักกิจกรรมบำบัดจำเป็นต้องอธิบายความสำคัญและประโยชน์ของกิจกรรมบำบัดแต่ละอย่างที่ให้ผู้รับบริการไป และคำนึงถึงสภาพแวดล้อมว่าสภาพแวดล้อมที่คนไข้อยู่นั้น เหมาะสมกับ home program แบบใด ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหรือต้องปรับสภาพแวดล้อมก่อนหรือไม่เพื่อให้ผลทางการบำบัดมีประสิทธิภาพตามที่ควร รวมทั้งสิ่งที่สำคัญในระบบโรงพยาบาลชุมชนคือ การประสานงานระหว่างวิชาชีพ แต่ละวิชาชีพในโรงพยาบาลจำเป็นต้องประสานงานเพื่อส่งต่อข้อมูลคนไข้ให้ดี เพราะหากประสานงานได้ไม่ดี ไม่มีการส่งต่อข้อมูลกันจะทำให้ผลการรักษาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ตัวอย่าง จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน จังหวัดนครปฐม การให้บริการแต่ละครั้ง แต่ละวิชาชีพต้องบันทึกลงแฟ้ม เพื่อให้วิชาชีพที่ให้บริการแก่คนไข้ต่อไป เข้าใจว่าอาการตอนนี้ของคนไข้เป็นอย่างไร และควรจะทำอย่างไรต่อ ทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น