"นั่งกระเช้าทะลุเมฆ" พิชิตยอดเขาฟานซิปัน ซาปา


20-23 มกราคม 2563 เราไปเที่ยว....>>ซาปา ฟานซิปัน ฮานอย นิงห์บิงห์ ฮาลอง
>>…ชมความงดงามของ “ซาปา” เมืองหลังคาโลกแห่งอินโดจีน
>>…นั่งรถราง+นั่งกระเช้าพิชิตเทือกเขาฟานซิปัน หลังคาโลกแห่งอินโดจีน
>>…ล่องเรือชมมรดกโลกอ่าว “ฮาลองเบย์”
>>…นั่งเรือกระจาดชม ถ้ำตามก๊ก อ้อมกอดของสายน้ำ และขุนเขา
>>…ช็อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองหลากหลายชนิด ถนน 36 สาย
>>…ชมความงดงาม ถ้ำนางฟ้า , ทะเลสาบคืนดาบ
>>…พิเศษ !! อาหารพื้นเมืองเวียดนาม, ซีฟู้ด รสเลิศ
การไปเที่ยวในครั้งนี้เราสองคนซื้อแพคเกจของบริษัท ริโอไทย ทราาเวล จำกัด ทัวร์คณะนี้มี 35 คน 80% เป็นข้าราชการครูบำนาญ หัวหน้าทัวร์ คุณอภิรดี (คุณปอ)
วันอังคารที่ 21 มกราคม 2563
วันนี้เป็นวันที่สองที่ซาปา เมืองแห่งอ้อมกอดของขุนเขาและทะเลหมอก พวกเราอยากจะมาเที่ยวซาปาในฤดูหนาว ระหว่าง ธันวาคม - กุมภาพันธ์ เพื่อสัมผัสไอหนาวค่ะ

ประมาณ 09.00 น. ขั้นตอนที่ 2 เดินเข้าไปสู่ตัวอาคาร Fansipan Legend มองออกไปไกลๆในเมืองซาปา เราจะเห็น สายหมอกมาทักทายเรา รู้สึกเย็นตาสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เราก็เก็บภาพท่ามกลางสายหมอกอุณหภูมิ อยู่ระหว่าง 1 - 5 องศาเซนเซียส

พอเข้าไปในตัวอาคารจะพบกับช่องขายตั๋ว ซึ่งเราไม่ต้องซื้อเอง เพราะมัคคุเทศก์ท้องถิ่นจากทัวร์ จัดการให้เรียบร้อย ราคาตั๋วไป-กลับ 600,000 ดอง หรือ 1,000 บาท เก็บบัตรไว้ให้ดีๆ เพราะต้องใช้ทั้งขาไปและขากลับ ถ้าทำบัตรหาย คุณต้องซื้อใหม่ในราคาเต็มนะค่ะ ก่อนไปขึ้นการเช้าเจอศิลปะสวย ๆ จากข้าวโพดขอเก็บภาพสักนิดค่ะ

คณะของเราเดินไปจนถึงจุดตรวจบัตร “Ga Sapa” ซึ่ง Ga ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า สถานี แต่ละกระเช้ารองรับคนได้ราวๆ 20 คน ใช้เวลาเดินทางไปจนถึงสถานีฟานซิปัง ประมาณ 15 - 20 นาที ซึ่งกระเช้าที่จะพาเราขึ้นไปนั้นดูดีเลยละ รู้สึกได้ว่าปลอดภัย เป็นกระเช้าแบบสามสายแบบไม่หยุดพัก ที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 6,292 เมตร หรือประมาณ 6 กิโลเมตร 

กระเช้าพาเราออกเดินทางไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ความรู้สึกแรกคือ ตื่นเต้นมาก เพราะกระเช้าเป็นกระจกโดยรอบ เราสามารถมองเห็นวิวเมืองซาปาได้ทั่วแบบ 360 องศา เรามองออกไปทางด้านซ้ายมือจะเห็นหมู่บ้านกัตกัตและนาขั้นบันได แต่ไม่ค่อยชัดเจนเพราะเรามาฤดูหนาวหมอกปกคลุมหนามากค่ะ  โดยมีภูเขาและม่านหมอกเป็นฉากหลังอยู่ไกลๆ เป็นมุมมองที่หาจากที่ไหนไม่ได้นอกจากกระเช้าฟานซิปัน นอกจากนี้ กระเช้านี้พาเราพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเขาและพาเราขึ้นไปหายไปกับหมอกที่ขาวที่เรามองจากด้านล่างไกลๆ ขณะนี้เราได้มาอยู่กลางหมอกเป็นที่เรียบร้อย ใครกลัวความสูงมันก็จะเสียวหน่อยๆ แต่ก็สนุกตื่นเต้นไปอีกแบบ… ยิ่งสูงหมอกยิ่งหนา กระเช้ายาว 6.2 กม. ยาวที่สุดในโลก...เราเก็บเกี่ยวความสวยงามของธรรมชาติและเก็บภาพในกระเช้ากันอย่างสนุกสนาน จนถึงสถานีฟานซิปัน

ถึงแล้วสถานีฟานซิปัน ในสถานีฟานซิปัง ประกอบด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านของฝาก(ซื้อได้ตอนขากลับ) จากจุดนี้เราต้องเดินขึ้นไปต่อถึงจะถึงสุดสูงสุด ด้วยสภาพอากาศที่มีหมอกลงจัด ทำให้มีละอองหมอกเปียกชื้นอยู่เบาๆ   เดินออกจากอาคารขึ้นไปทางด้านบน สิ่งแรกที่เราเห็นคือ “หมอก” ทุกที่เป็นหมอกหนา มองออกไปไกลๆไม่เห็นอะไรเลย สิ่งแรกที่รู้สึกคือ “เรามายืนในเมฆหมอก จุดที่เรามองจากข้างล่างไกลๆ” เป็นความรู้สึกประทับใจมากๆ อุณหภูมิบนนี้เพียง 1 - 5 องศาเซนเซียสเท่านั้น!เราต้องเดินขึ้นบันไดเบาๆ แค่ไม่กี่ร้อยขั้นเอง 400 ขั้น ค่ะ จากนั้นเราก็เดินผ่าน Tam Quan Gate เป็นประตูทรงจีนใหญ่ๆ ดูมีเสน่ห์มากๆเมื่ออยู่ในหมอก ถัดไปถึงศาลเจ้า Bich Van หลายคนจะหยุดกันบริเวณนี้ เพราะเดินไปต่อสภาพอากาศไม่ค่อยดี ลมแรงมาก หมอกหนาทึบมองอะไรไม่เห็นค่ะ


ไปต่อไม่ได้มืดหมอกทึบ ลมแรงหนาวมาก รถรางไม่มีเขาหยุดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน แต่เราขึ้นมาถึงบริเวณนี้ก็ประมาณ 3,000 เมตร เหลืออีกไม่ไกล แต่หลาย ๆ คน ไม่กล้าเสี่ยงที่จะขึ้นไปเพราะสังขารไม่ให้  ไม่คุ้มกับการเสี่ยงค่ะ มันหนาวจนสะท้านและมืดมากๆค่ะ แต่ก็มีคนเดินขึ้นไป 6 คน ค่ะ  สภาพอากาศด้านบนไม่เอื้ออำนวย กับอุปกรณ์กล้องมือถือ เลยไม่มีรูปมาฝากค่ะ ลงไปเก็บภาพจาก Fansipan Legand มาให้ชมนะคะ ดอกไม้สวยๆ บริเวณสถานีกระเช้าไฟฟ้าและธรรมชาติจากมุมสูงค่ะ

คณะเราต้องรอเพื่อนร่วมทีมที่ได้ขึ้นไปสู่ยอดเขาฟานซิปัน  กลับลงมาก่อนจึงจะเดินทางลงจากที่นี่  ระหว่างรอ  ออกมานอกอาคารเก็บภาพดอกทิวลิปสวย ๆ ดอกไม้เมืองหนาว  หลากสีสวยมากค่ะ

เดินออกมาอีกจะเจอ ศาลเจ้า Bao An มีเจ้าแม่กวนอิมให้สักการะ และ และเก็บภาพสวย ๆ ที่ Sun World Fansipan Legend มีซากุระบานสวยงาม

เมื่อสมาชิกมาครบแล้ว  พวกเรานั่งกระเช้าลงจากฟานซิปัน ขึ้นรถบัสที่มารอรับพวกเราอยู่ เพื่อไปทานข้าวกลางวันและเดินทางสู่กรุงฮานอย  ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ

สรุปสุดท้าย เรามีความรู้สึกทึ่งกับความคิดของรัฐบาลเวียดนาม ที่อยากให้ทุกคนมีโอกาสได้ขึ้นมาถึง “ฟานซิปัน” จุดสูงสุดของเวียดนามและอินโอจีน เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งใหม่ของเมืองซาปา โดยลักษณะอาคารและที่จอดรับ สร้างไว้อย่างยิ่งใหญ่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้มากมาย ฉะนั้นใครที่กำลังตัดสินใจมาเที่ยวเมืองซาปา การมาเยือน Fansipan Legend เพื่อขึ้นไปพิชิตหลังคาอินโดจีนแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลดีๆที่คุณควรมาเยือน

หมายเลขบันทึก: 674796เขียนเมื่อ 29 มกราคม 2020 18:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 29 มกราคม 2020 20:39 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี