แน่นอนที่สุด “ความรัก” ต้องมีหัวใจ และหัวใจของความรักนั้น ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการประคองคู่..ผมไม่ได้หมายถึงแต่คนสองคนเท่านั้น..คนกับงานก็เช่นเดียวกัน

        ค่ำวันนี้..มีโอกาสได้ดูหนังย้อนยุคไปในปี ๒๐๐๘ ที่มีพระเอกเจ้าบทบาทอย่างริชาร์ด เกียร์ ส่วนนางเอกจำไม่ได้ แต่รู้สึกคุ้นๆถึงบทบาทเก่าๆของเธอที่แสดงได้ดีมากๆ

    เนื้อหาของหนังเป็นเรื่องของคนสองคน ที่ไม่เคยรักกันมาก่อน ต่างฝ่ายต่างก็มีปัญหาครอบครัว พอมาเจอกันแล้วก็รักกัน สุดท้ายแยกกันด้วยความตายมาพราก..

        เป็นหนังดราม่าแต่ว่าให้ข้อคิด ของชีวิตรักที่ไม่ได้เป็นแบบหนุ่มสาว เริ่มจากหนุ่มใหญ่ที่เป็นหมอ ขัดแย้งกับลูกและจิตใจของตัวเอง

        อันเนื่องมาจากการรักษาคนไข้ที่ผิดพลาด ผ่าตัดแล้วทำให้คนไข้เสียชีวิต ทำให้ว้าวุ่นใจไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต..

        ส่วนสาวใหญ่..เลิกกับสามีเพราะสามีนอกใจ ตัดสินใจที่จะอยู่เพื่อลูก เลี้ยงลูกด้วยความรัก ไม่เคยคิดที่จะเริ่มต้นใหม่กับใครได้อีกแม้แต่สามีเก่าของตัวเอง..

        แล้วเมื่อทั้งคู่มาเจอกัน ณ บ้านพักตากอากาศริมทะเล ทำให้ฝ่ายหญิงมีโอกาสรู้เรื่องราวของฝ่ายชายที่เป็นหมอ ซึ่งมีนิสัยแบบเชื่อมั่นในตัวเองจนบางครั้งก็ดูจะแข็งๆ

        นางเอกก็เลยต้องทำหน้าที่ให้กำลังใจ และที่สำคัญก็ได้ให้แนวคิดเพื่อให้พระเอกลดความคิดที่เป็นปฏิปักษ์แก่ตนเอง ต้องเข้าถึงความรู้สึกของผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักคำว่าขอโทษ และต้องไม่ลืมที่จะรักคนอื่นด้วย...

        เท่านี้เอง..ที่เป็นหัวใจของความรัก..ทำให้พระเอกกล้าที่เดินไปข้างหน้า กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง..ด้วยการเข้าไปหาญาติคนไข้เพื่อขอโทษ แล้วเดินทางไปหาลูกชายที่เป็นหมออาสาสมัครในป่า ในประเทศด้อยพัฒนา ด้วยหัวใจของพ่อและของหมอที่อ่อนโยน..มากขึ้น

        ความรักจึงไม่เพียงแต่มีอานุภาพต่อคน แต่มีความยิ่งใหญ่ให้ประโยชน์ต่องานทุกอย่าง เขาจึงบอกว่าความรักช่วยสร้างงานและสร้างโลกให้สวยงามเสมอ..

        และแน่นอนที่สุด “ความรัก” ต้องมีหัวใจ และหัวใจของความรักนั้น ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการประคองคู่..ผมไม่ได้หมายถึงแต่คนสองคนเท่านั้น..คนกับงานก็เช่นเดียวกัน

        ความรักของบุคคล ส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ทั้งงานส่วนตัวและงานส่วนรวม หากมีความรักในงาน โดยมีงานเป็นศูนย์กลางของชีวิต งานสำเร็จจะส่งผลให้เกิดความรักต่อผู้คนต่อไป

        หัวใจของความรัก มีหลักที่สำคัญสามคำ คือ

๑.  ...ต้อง “อดทน” คือการรู้จักที่จะเรียนรู้ ในความเป็นเขาเป็นเรา หากเป็นงานก็ต้องเรียนรู้งาน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไป ทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ มิใช่เพื่อจะเข้าไปแก้ไข แต่ต้องอยู่ด้วยกัน เพื่อผ่านไปให้ได้ทั้งชีวิต งาน และความรัก

๒. ...ต้อง..”เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน” ด้วยความรู้สึกที่เอื้ออาทรสัมผัสได้ ทั้งคนและงานต้องการความเอาใจใส่ ความจริงใจที่ละเอียดละออ อย่าล้อเล่นหรือเพิกเฉยกับความรู้สึก..เพื่อการเรียนรู้ที่จะเติมเต็มความรัก ให้บริบูรณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้ความรักพร่องไปจากใจที่มีต่อคนรักและการงาน

๓. ....ต้องรู้ “อภัย” คือการเรียนรู้ “การให้ที่ไม่มีเงื่อนไข”ใดๆต่อกัน ไม่คาดหวังซึ่งกันและกัน..ไม่หวังกำไร ให้ความรักความเข้าใจอย่างไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝง เพื่อการใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีความสุข

        หัวใจของความรัก..มีเพียงเท่านี้เอง กับคนที่เรารัก กับงานที่รออยู่ ลองนำไปใช้ดูจึงจะรู้และเข้าใจว่ารักที่แท้จริงนั้น คือสิ่งมีคุณค่าและมีความหมายยิ่งนัก

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๕  มกราคม  ๒๕๖๓