ศานิตโผล่ชิงเก้าอี้อธิบดีสรรพากร ตีคู่ วิสุทธิ์ ด้าน ศิโรตม์และพรรคพวกหมดสิทธิ์เลี่ยง ต้องไล่ออกสถานเดียว เนื่องจากถูกกล่าวโทษผิดรุนแรงถึง 2 มาตรา นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะสามารถพิจารณาสรุปตัดสิน   คนที่มาเป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ได้กลางสัปดาห์หน้า ซึ่งตอนนี้ยังต้องพิจารณาให้ได้คนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีคนที่มีความเหมาะสมอยู่หลายคน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายสมหมาย ช่วยดูสรรหาคนที่จะมาเป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ แทนนายศิโรตม์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวโทษ ซึ่งอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่ต้องเป็นคนที่มีความเข้าใจข้าราชการกรมสรรพากรให้มีขวัญกำลังใจกลับมาเหมือนเดิม และเป็นคนที่รู้เรื่อง แต่จะไม่มีการนำคนนอกเข้ามา ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาโทษทางวินัยของนายศิโรตม์ ขณะนี้รอสำนวนจากทาง ป.ป.ช. และจะให้มีการประชุมอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) เพื่อชี้ขาดอีกครั้ง ส่วนการเก็บภาษีของกรมสรรพากรในเดือนพฤศจิกายน 2549 ที่ต่ำกว่าเป้า 410 ล้านบาท ถือว่าต่ำเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดรวมการจัดเก็บรายได้โดยรวมของประเทศ แหล่งข่าวกระทรวงการคลังกล่าวว่า ขณะนี้คนที่มีความเหมาะสมเป็นอธิบดีกรมสรรพากรมีอยู่ 2 คน คือ นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพสามิต  และนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมธนารักษ์  ซึ่งในส่วนของนายศานิตค่อนข้างจะได้เปรียบกว่า เพราะผ่านงานกรมสรรพากรมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 คน ถือว่าเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังที่ไม่มีปัญหาถูกโจมตีในช่วงที่ผ่านมา โดยคนที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งนายศานิต และนายวิสุทธิ์ หากได้โยกเป็นอธิบดีกรมสรรพากร คือ นางพันธุทิพย์ สุรทิณฑ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง     ทั้งนี้ เมื่อสอบถามนายศานิต และนายวิสุทธิ์ ทั้งคู่กล่าวเหมือนกันว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารกระทรวงการคลังให้ไปเป็นอธิบดีกรมสรรพากรคนใหม่แต่อย่างไร เช่นเดียวกับ นาย สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ไม่ได้รับการติดต่อให้ไปเป็นอธิบดีกรมสรรพากร แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่านายศานิต มีความพร้อมมากที่สุด       เพราะรู้งานดี ครบเครื่อง สามารถทำงานได้ทันที สำหรับการพิจารณาโทษทางวินัยของนาย ศิโรตม์ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงซึ่งเป็นหนึ่งใน อ.ก.พ. กล่าวว่า ป.ป.ช. กล่าวโทษนายศิโรตม์ รุนแรงมากถึง 2 มาตรา คือ 154 และ 157 ซึ่ง ในส่วนของความผิดตามมาตรา 154 มีโทษจำคุกถึง 5 ปี หรือตลอดชีวิต ทำให้ อ.ก.พ.ไม่มีทางเลือกต้องไล่ออกนายศิโรตม์และข้าราชการสถานเดียวเท่านั้น หากเราลงโทษเบากว่านั้นอาจจะมีคนฟ้องร้องตามมาทีหลังได้ ยิ่งไปเทียบกรณีของ นายมานิตย์ สุธาพร ถูก อ.ก.พ.กระทรวงยุติธรรม มีมติให้ไล่ออกก็ยิ่งเลี่ยงไม่พ้นโพสต์ทูเดย์