“ผมถูกตั้งคำถามว่า “เรายังให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนตัวเล็กตัวน้อยในการทำงานคุณภาพอยู่หรือไม่”
บรรยากาศที่ผู้แทนของหน่วยโภชนาการรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เข้ามานำเสนอผลงานในห้องประชุมของโรงพยาบาล จากที่แต่เดิมเป็นเพียงผู้คอยจัดอาหารให้ผู้เข้าประชุม
เรื่องเล่าอันภาคภูมิใจของพนักงานสวนที่แก้ปัญหาใบไม้ทะยอยปลิวร่วงทั้งวัน ด้วยการเขย่าต้นไม้เสียก่อนที่จะกวาดใบไม้
เรื่องของพนักงานขับรถที่เดินเลาะคันนาไปอุ้มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจมาจากบ้านกลางดึก ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถรอดชีวิตเดินกลับบ้านได้
เรายังมีเรื่องเล่าขานเหล่านี้กันอยู่หรือไม่
เรายังรับรู้ ยกย่อง ผู้คนและเรื่องราวเหล่านี้กันอยู่หรือไม่”
[นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ใน https://www.facebook.com/1613122286/posts/10218478103616538/]
และอาจารย์หมออนุวัฒน์นำมาเล่าต่อถึงแนวคิดที่ท่าน อ.หมอวิจารย์ได้กล่าวไว้
joy in work ที่ท้าทายคือการ joy ความยากและฝ่าฟันไปสู่ความสำเร็จ แม้ไม่มั่นใจว่าจะสำเร็จแต่ก็สู้ โดยมีระบบและผู้สนับสนุนที่ดี จะเกิด very happy worklife (Cr ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ IHPP 23 ธันวาคม 2562)
จากถ้อยความดังกล่าวทำให้ฉันนึกถึงเรื่องราวภายในองค์กร
ที่งานบริหารนำแนวคิดและหลักการ KM มาใช้ร่วมกับการบริหารจัดการเพื่อให้งานสนับสนุนของคนตัวเล็กตัวน้อย ได้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งดูเหมือนจะไม่แตกต่างไปจากงานทางด้านสุขภาพ
ช่วงเช้าจะมีการทำ Morning talk ทั้งงานสนาม หน่วยยานพาหนะ และตามส่วนงานต่างๆ เพื่อเป็นการทบทวนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก่อนส่งมอบงานกันต่อระหว่างเวร นำปัญหาและอุปสรรคมาเป็นบทเรียนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
จากกระบวนการดังกล่าวทำให้มีการรับฟังและการเรียนรู้ร่วมกัน แบบไม่ใช่การสั่งการแต่ฝ่ายเดียว ทุกคนต่างเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของงานร่วมกัน และนำมาสู่ความยึดมั่นผูกพันในงานและองค์กร
การให้คุณค่าคนตัวเล็กตัวน้อยของหัวหน้ากลุ่มงานบริหาร และทีม สะท้อนถึงการมองเห็นว่าคุณภาพทุกส่วนขององค์กร คนทำงานตัวเล็กๆ เป็นฟันเฟืองที่สำคัญ รวมถึงการดึงศักยภาพที่มีอยู่ของบุคลากร นำมาสู่การลดต้นทุนในหลายเรื่อง ผลลัพธ์ของงานออกมาดีเกินความคาดหมาย อาทิเช่น ในส่วนของงานสนามที่มาร่วมกันดูแลอาคารและสถานที่ ร่วมกันจัดงานและตกแต่งห้องประชุมและสิ่งแวดล้อมรอบๆ เป็นการลดต้นทุนของการว่าจ้างและจัดซื้อให้กับองค์กรลงได้เยอะ
ในฐานะที่ฉันเป็นคนนอกที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมไปด้วย รู้สึกชื่นชมและสัมผัสถึงคุณค่าเหล่านี้ได้อย่างดียิ่ง เพราะทางทีมนำเรื่องราวมาบอกเล่าให้คนในองค์กรหน่วยอื่นได้ร่วมรับรู้และเรียนรู้ไปด้วย







Yes. If we think of any organization as a zoo where everybody is ‘caged’ (compartmentalized) to prevent undesigned for social interactions, then we get ‘artificial control’.
Why not aim for an ‘organization as forest’ model (think of one and follow it trough) ;-)