ปีนี้ผมไปลอนดอนสองครั้ง ห่างกันหนึ่งเดือน ครั้งแรกไปประชุมงานด้านการศึกษา ครั้งหลังไปงานของ PMAC หรือเรื่องของระบบสุขภาพ
คราวนี้ออกเดินทางตีหนึ่งของวันที่ ๒๒ ตุลาคม กลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ บ่ายสามโมงวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ มีการประชุมวันที่ ๒๒ และ ๒๓ - ๒๕ ตุลาคม ประชุมเสร็จบ่ายวันที่ ๒๕ เดินทางกลับเลยในคืนนั้น
เดินทางไปกลับด้วยการบินไทยเที่ยวบินเหมือนกับคราวที่แล้ว แต่เครื่องบินขาไปต่างออกไปคือเป็น Airbus A-380 ผมนั่งที่นั่ง (นอน) 12A ติดหน้าต่าง เป็นที่นั่งหน้าสุดของชั้นธุรกิจ สุขสบายมาก ผมกินเนื้อสะโพก กับไวน์แดง ตามด้วยคอนยัค เหมือนเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน แล้วนอน หลับๆ ตื่นๆ สลับกับเข้าห้องน้ำ น่าจะนอนหลับได้สัก ๔ ชั่วโมง พอตีสาม (เวลาอังกฤษ) ก็ตื่นขึ้นมาอ่านต้นฉบับหนังสือ Best Buys, Wasted Buys and Contested Buys เพื่อเตรียมเขียนคำนำ รวมทั้งเขียน บล็อก
ขากลับ วันที่ ๒๕ เรานัดรถตู้มารับที่โรงแรม The Cavendish เวลา ๑๗.๓๐ น. กลับพร้อมกัน ๗ คน รถคันเดียวกับที่รับเราขามา ๗ คนนั่งได้พอดี และขนกระเป๋าใบโตๆ ได้ครบ ใช้เวลาชั่วโมงเดียว ทั้งๆ ที่ในเมืองรถติด ค่ารถรวมพียง ๙๐ ปอนด์ แพงกว่าแท็กซี่ที่ผมใช้เมื่อเดือนก่อนนิดเดียว คือคราวที่แล้วใช้รถแท็กซี่ ค่าโดยสารเป็นเงิน ๗๕ ปอนด์ เราให้ไป ๘๐ เดินทางหลายๆ คนใช้รถตู้ประหยัดกว่า
หลังเช็กอิน เราไปนั่งที่ห้องรับรองสายการบิน เพื่อกินอาหารเย็นและจองห้องอาบน้ำ ต้อง ย้ายห้องจากลุฟท์ฮันซ่า ที่ไม่มีห้องอาบน้ำ ไปสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่คิวยาว เราจึงย้ายไปอีกสายการบินหนึ่งที่อยู่ติดกัน แต่คิวก็ยาวอีก และเขามีห้องอาบน้ำเพียง ๒ ห้อง ลงท้ายผมไม่ได้อาบ
เครื่องบินออกจากประตู B47 เครื่องบินเป็น Boeing 777-300ER ผมได้ที่นั่ง 14B ซึ่งสะดวกกว่าที่นั่ง A กินอาหารค่ำสูตรเดียวกับขาไป แล้วนอน คราวนี้ผมหลับได้รวมแล้วน่าจะถึง ๗ ชั่วโมง โดยลุกไปเข้าห้องน้ำสองสามครั้ง เป็นผลจากการดื่มแอลกอฮอล์
บ่ายวันที่ ๒๖ ตุลาคม เวลาราวๆ ๑๗ น. ผลกลับถึงบ้าน เดินทางคราวนี้ผมไม่ได้ใช้เงินเลยแม้แต่บาทเดียว ยกเว้นค่าแท็กซี่ที่เมืองไทย
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ต.ค. ๒๕๖๒