ทำความดีอย่างไรใจจึงจะเป็นสุข ?


ทำความดีอย่างไรใจจึงจะเป็นสุข ?

ทำความดีอย่างไรใจจึงจะเป็นสุข ?

ดร. ถวิล  อรัญเวศ

  การทำความดี เป็นสิ่งที่ทำได้โดยยาก ตรงกับการทำความชั่ว บ่อมทำได้โดยง่าย

          ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาแม้จะมีมากถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ก็จริง แต่ถ้าสรุปโดยย่อก็มีเพียง 3 ประการ คือ ละชั่ว ทำดี และทำใจให้ผ่องใส  เท่านั้น

          ในการทำความดี  ถ้าเราทำดีเพื่อความดีจริง ๆ ก็จะพบแต่ความสุขใจ แต่ถ้าเราคิดจะทำความดี เพราะมีเงื่อนไขหรือเหตุปัจจัยอะไรที่แอบแฝงอยู่จากการกระทำนั้น บางครั้งก็อาจจะทำให้เราต้องเกิด

ความทุกข์ใจได้ หรืออาจจะทำให้การทำความดีสะดุดได้ ดังนั้นจึงไม่ควรทำความดีเพราะเหตุดังต่อไปนี้

1. ทำดีเพราะหิวโหยอยากให้คนเขาว่าเราดี 

   ความหิวโหยนี้ ท่านเปรียบดังกับเปรต หรืออสุรกายที่กำลังหิวโหยอยากได้ส่วนบุญที่คนหรือญาติกำลังจะอุทิศไปให้ เมื่อถึงวันพระต้องมารอคอยรอรับส่วนบุญส่วนกุศล แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทุกข์ทรมานหรือไม่ก็เที่ยวหลอกหลอนคนให้หวาดกลัวก็มี

2. ทำดีเพื่ออยากได้รางวัล

   ท่านเปรียบเหมือนเด็กน้อย ต้องคอยให้รางวัล ให้ดาวหรือสิ่งของเพื่ออยากให้เขาทำดีต่อ ๆ ไป ถ้าไม่ได้

รางวัล ก็ไม่อยากทำความดีนั้น

3. ทำดีเพราะอยากได้ความรักจากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ)

   ท่านเปรียบกับชายหนุ่มที่เห็นสาวสวยอยากได้ความรักจากเธอ ก็แสร้งทำความดีต่อหน้าก็มี แต่ถ้าเผลอ

หรือลับหลังก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากน้ำใสใจจริง หรือไม่เสมอต้นเสมอปลาย ต่อหน้าเป็นอีกอย่าง

พอลับหลังเธอ ก็เป็นอีกอย่าง อย่างนี้ต้องระวังให้มากนะครับ คนเราจะเป็นคู่รักกันจริง ๆ ต้องทำความดี

เสมอต้นเสมอปลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลังจึงจะยั่งยืน มั่นคงดังเสาหิน หรือดังวิสัยทัศน์ที่ว่า

“มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

4. ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ ตำแหน่งในทางทุจริต

   ท่านเปรียบกับคนที่อยากได้ยศ ตำแหน่งสูงขึ้น แต่ใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยมนต์

ไม่ได้ด้วยมนต์ ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็ต้องเอาด้วยคาถา หรือเสน่ห์ เช่น ต้องให้สินจ้าง รางวัล สินบนหรือวัตถุอย่างอื่น ๆ  ไม่ได้เกิดจากผลงานของตนเองแต่ประการใด  ข้อนี้ ต้องช่วยกันต่อต้าน ถ้าอยากให้คนดีจริง ๆ มีที่ยืน อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เพราะคนไม่ดีมาครองบ้านครองเมือง ท่านว่าจะเป็นอันตรายอย่าง

ใหญ่หลวงต่อชาติบ้านเมือง

5. ทำดีตามกระแส

    ท่านเปรียบกับคนทำดีตามแฟชั่น หรือทำดีเอาหน้า อยากให้คนเห็นว่าเรารวย ไปกู้เงินหรือสร้างหนี้สินเพื่อทำบุญเอาหน้า ทำเอิกเกริกใหญ่โต ไม่คุ้มค่า แถมทุกข์ตามมา ไม่ควรทำ แต่ควรทำแบพอเพียง ตามฐานานุรูป

จะสุขใจ ไม่ควรคิดทำบุญเอาหน้า หรือคิดว่าตนเองมีเกียรติศักดิ์ศรีสูงส่ง ต้องไม่เป็นรองใคร พึงทำความดีโดยไม่ต้องคิดว่าเราจะได้อะไร  ทำความดีโดยไม่หวังว่าจะได้อะไรนั้นแหละ ท่านจะได้อะไร…..

        หลายอย่างที่เป็นคุณงามความดีในชีวิตเรา ต้องสร้างสมเอง เพราะบุญๆ นี้ไม่มีการปันแจก แหกไม่ได้ดังไม้ผ่ากลาง  อยากได้ต้องทำเอง

       มีข้อคิดการทำความดี หลวงวิจิตรวาทการ ได้ประพันธ์ไว้ว่า 

"อันที่จริง คนเขา อยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่น ขึ้นทุกที เขาหมั่นไส้
จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใคร อยากเห็นเรา เด่นเกิน"

      ท่านเพียงให้ข้อคิดว่า การทำความดีบางครั้ง ต้องระมัดระวัง อย่าเด่นหรือทำเกินหน้าเกินตา

ทำอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร ไม่ยกตนข่มท่าน

      ขอฝากแนวทางการทำความดี

อย่าริหัด ผัดวัน ประกันพรุ่ง

   ว่าเริ่มรุ่ง เราจะสู้ มิรู้ถอย

      ผลวันหน้า อย่าเฝ้าหวัง เพียงแต่คอย

        อย่าปล่อย วันเวลา ล่วงไปฟรี

           จงรีบหมั่น ขยันไว้ ในวันนี้

               เพื่อโชคดี มีชัย ในวันหน้า

                 วันนี้เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อย กายา

                   วันข้างหน้า เราคงพบโชค ประสบชัย

        ครับ การทำความดีบางครั้ง ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าเด่นมาก ถ่อมตน คนรัก

อวดนัก คนชัง อย่าอยากเด่นดังจนเกินตัว

       ขอให้มีสุขสวัสดิ์ สุขกาย สุขใจ ไร้โรคา สมหวังในสิ่งพึงปรารถนา ทุกประการ

นะครับ

----------------------




หมายเลขบันทึก: 672434เขียนเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2019 00:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2019 00:06 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี