“..ควรจะเสียใจ ถ้าที่ผ่านมามิได้ทำอะไรเลย แล้วอยากจะทำแต่เขาไม่เปิดโอกาสให้ทำแล้ว..อันนั้นล่ะที่ควรจะเสียใจ..อย่าไปคาดหวังในสิ่งที่เราไม่มีหน้าที่ไม่มีอำนาจ เพราะเราไม่สามารถไปควบคุมอะไรเขาได้เลย..คิดให้ดี”

         เรามักจะได้ยินคำเตือนและเคยได้ใช้คำนี้อยู่เสมอ ครูใช้กับศิษย์ พ่อแม่ใช้กับลูกหลาน เพื่อนเตือนเพื่อน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถ้อยคำที่แสดงความหวังดี

    ใครก็ตามเมื่อได้ยินคำนี้ ก็ต้องยับยั้งชั่งใจและรับฟังเหตุผลประกอบ ยกเว้นจะเป็นคนหัวร้อนและเชื่อมั่นในตนเอง จนไม่อาจคิดหน้าคิดหลังใดๆทั้งสิ้น..

        ปิดภาคเรียน..ผมมีโอกาส “คิดให้ดี”หลายครั้ง มีเพียงครั้งเดียวที่ได้ยินได้ฟังมา นอกนั้นผมคิดเอง บางวันก็คิดดังๆ เพื่อบอกตนเองว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว จะทำอะไรก็ขอให้คิดให้ดีๆ

        แต่กว่าจะคิดเองได้..ผมต้องรอให้เพื่อนรักของผม ที่เรียนด้วยกันมาสมัยมัธยมมาแนะนำ ถึงวิธีทำและวิธีคิด เพราะวันนั้นผมคิดมากและสับสนอยู่ไม่ใช่น้อย

        ผมโหวกเหวกโวยวายผ่านสื่ออยู่พอสมควร ในเรื่องราวของการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ถึงกับเครียดแต่ก็ไม่มีความสุข เมื่อผมคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควร..

        ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงใยนักเรียนและผู้ปกครอง จะประสบความยากลำบาก จากการบริหารจัดการศึกษาแบบนี้ และเมื่อมองไกลออกไป ยังมีโรงเรียนที่เล็กกว่าแต่มีความพร้อมในทุกด้าน..แล้วต้นสังกัดจะไปควบรวมเขาทำไม?

        ผมคิดและพูดประมาณนี้..และตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมด้วยว่า..การควบรวม..เป็นการเพิ่มปัญหาให้สะสมมากกว่าเดิม เพราะความไม่พร้อมของ “โรงเรียนหลัก” นั่นเอง..

        โรงเรียนหลักบางโรง ที่โรงเรียนเล็กจะไปรวมนั้น ยังมีปัญหามากมายที่รอการแก้ไข ทั้งจำนวนครูและการบริหารคุณภาพ “ผลสัมฤทธิ์” แล้วทำไมเราไม่คิดวิธีการอื่น หรือทำวิจัยให้ได้ข้อมูลอย่างแท้จริง..แต่ผมไม่ได้พูดคำว่า..คิดให้ดี..เพราะผมคิดไม่ทัน..

        เพื่อนถามผมว่า..”ควบรวมแล้วไง?..มีอำนาจมากมายไปยับยั้งพวกเขาได้ใช่ไหม? ทำไมไม่เอาเวลาไปพัฒนางาน..ปิดภาคเรียน..มีเวลาให้ทำอะไรตั้งเยอะแยะ..คิดให้ดี..”

        ผมตั้งสติ..เริ่มรู้เนื้อรู้ตัวแล้วว่า ยังคิดได้ไม่ดีพอ เพราะก่อนหน้านั้นผมได้ยกโรงเรียนให้ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษา ร่วมกันคิดและร่วมกันรับผิดชอบ ตลอดจนหาวิธีการทำให้โรงเรียนมั่นคงแข็งแรง..ไม่ให้ใครมาย่ำยี

        แล้วผมจะต้องมาทุกข์ทรมาน เดือดเนื้อร้อนใจทำไม? จะกลายเป็นหลงประเด็นเต้นไม่เลิกจนเกิดอาการเสียศูนย์ และไม่อาจเป็นหลักให้ชุมชนได้เลย..

        เพื่อนถามผมว่า..ถ้าชาวบ้านชุมนุมประท้วง..จะเกิดผลดีต่อผอ.และโรงเรียนใช่ไหม? แล้วถ้าสื่อมวลชนประโคมข่าวออกไปจะเป็นอย่างไร?...คิดให้ดี..

        เพื่อนยังได้ย้ำอีกว่า”..สู้อุตส่าห์สร้างสรรค์ความดีมาด้วยความเหนื่อยยาก จะมาเสียซะง่ายๆ ครูก็มีครบอาคารเรียนก็มีแล้ว โรงเรียนก็สะอาดร่มรื่น..ยังต้องการอะไรอีก”

        ผมมีสีหน้างุนงง เพื่อนก็เลยขยายความ..”กว่าจะมีวันนี้ คงไม่ใช่ง่าย ทำมาตั้งมากมาย แต่เขาก็ยังกล้ายุบ คงไม่ต้องมานั่งเสียใจ เพราะถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว...”

        “..ควรจะเสียใจ ถ้าที่ผ่านมามิได้ทำอะไรเลย แล้วอยากจะทำแต่เขาไม่เปิดโอกาสให้ทำแล้ว..อันนั้นล่ะที่ควรจะเสียใจ..อย่าไปคาดหวังในสิ่งที่เราไม่มีหน้าที่ไม่มีอำนาจ เพราะเราไม่สามารถไปควบคุมอะไรเขาได้เลย..คิดให้ดี”

        ก่อนลากลับ..เพื่อนได้ให้กำลังใจผมและบอกว่า...จงทำปัจจุบันให้ดี..วันนี้..สำคัญที่สุด..ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง จงอย่าไปกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น...

        วันนี้..ผมทาสีรั้วและขอบปูนหน้าอาคารเรียน ถ้อยคำของเพื่อนดังแว่วเข้ามาตลอด เพราะคำว่า “คิดให้ดี”นี่เอง ที่ทำให้ตลอดปิดเทอมของผมได้ทำงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนได้อย่างมีความสุขทุกวัน..

        ผลงานอาจจะไม่สร้างสรรค์..แต่รับรองได้ว่าสวยสะดุดตามากกว่าภาคเรียนที่แล้วอย่างแน่นอน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๖  ตุลาคม  ๒๕๖๒