คำนำหนังสือฝันร่วมมาก เรื่องราวของ INNE ทำเพื่อผู้อื่น


หนังสือ ฝันร่วมมาก เล่มนี้ สรุปกิจกรรมและคุณค่าของ เครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำสร้างสุขภาวะ (คศน.) ได้อย่างดีเยี่ยม    จากเรื่องราวในเล่ม ผมตีความว่า “ผู้นำ” ในที่นี้หมายถึงคนที่เมื่อเผชิญหรือพบเห็นปัญหาสังคมก็ไม่นิ่งดูดาย มีจิตมุ่งมั่นหาทางเข้าไปแก้ปัญหา หรือหาทางพัฒนา     แต่ปัญหาสังคมทั้งหมดเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยุ่งเหยิง     ทำคนเดียวหรือใช้ความรู้ด้านเดียวศาสตร์เดียวมักได้ผลน้อย    หรือยากที่จะสำเร็จ  

การมีโครงการ คศน. ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำสร้างสุขภาวะ    โดยตีความว่าผู้นำสร้างสุขภาวะอยู่ในคนทุกอาชีพทุกบริบทของชีวิต    โดยมีพื้นฐานอยู่ที่จริตคิดและทำเพื่อผู้อื่นเพื่อส่วนรวม    ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการ คศน. มาจากทุกอาชีพ ทุกหน้าที่การงาน    ทำงานในลักษณะ “ทวนกระแส”    คือทำเพื่อตัวเองน้อย ทำเพื่อคนอื่นมาก    โดยไม่หวังผลตอบแทน    โดยที่สมาชิกในกลุ่มเองก็บอกว่า ไม่คิดว่าจะมาเจอคนแปลกๆ หลากหลายแบบ เช่นนี้ 

กิจกรรม คศน. ได้สร้างความเป็นชุมชนขึ้นภายในกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการแต่ละรุ่น และเกิดชุมชนหรือเครือข่ายข้ามรุ่น    นำเอาคนที่มีความรู้ ความคิด และทักษะที่แตกต่างหลากหลายมาพบกัน    ภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน คือ อุดมการณ์ทำประโยชน์แก่ผู้อื่นและแก่ส่วนรวม    ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหา    โดยที่การสร้างสรรค์ทำนองนี้แทบจะเกิดไม่ได้เลยในสภาพการทำงานตามปกติ    ภายใต้รูปแบการจัดองค์กรตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  

ในเรื่อง เกมเจอนี่ : สถานการณ์จำลองของชีวิตบนการ์ดบอร์ดเกมเราได้เห็นพลังของการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างนักสร้างเกม .. ต๊อง รัตติกร วุฒิกร     ที่เมื่อได้พบเพื่อน คศน. รุ่น ๕ ด้วยกัน คือนักกิจกรรมโรงเรียนสำหรับเด็กชายขอบ  โอ๊ต - วีระ อยู่รัมย์   และนักกิจกรรมพัฒนาเด็กสลัมคลองเตย  แอ๋ม – ศิริพร พรมวงศ์  ก็ได้มีโอกาสทดลองนำเอาบอร์ดเกมไปใช้ในบริบททั้งสอง    ทำให้โรงเรียนไร่ส้มวิทยา ของวีระ อยู่รัมย์ ได้เครื่องมือเรียนรู้ชนิดใหม่ไปใช้งาน    และศิริพรก็เช่นเดียวกัน

ในเรื่อง คำประกาศของอาหารเราได้เห็นพลังเครือข่ายรณรงค์เพื่อประโยชน์ของประชาชนและเกษตรกรเหนือผลประโยชน์เชิงธุรกิจ    เริ่มจากทันตแพทย์หญิง วรางคณา อินทโลหิตแห่งจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นตัวละครคนแรก ขับเคลื่อนเรื่องอาหารปลอดสารพิษ โดยรณรงค์ให้เลิกใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีพิษร้าย ๓ ตัว        จะแฮ - สุพจน์ หลี่จา นายกสมาคมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนชาติพันธุ์ รณรงค์เรื่องความมั่นคงทางอาหารของชนชาติพันธุ์ในพื้นที่ภาคเหนือ    หมอวัฒน์ - ธีรวัฒน์ แดงกะเปา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสี่แยกสวนป่า ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช มองเรื่องอาหารปลอดภัยเชื่อมโยงกับสุขภาพ    ทัศนีย์ วีระกันต์  มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน แกนนำรณรงค์ต่อต้านร่างพระราชบัญญัติข้าว ที่มีสาระหลายส่วนลดทอนสิทธิชาวนา เพื่อประโยชน์ของธุรกิจ     งานรณรงค์เช่นนี้ ทำแยกๆ กันมีพลังน้อย    เมื่อมีการรวมตัวเป็นเครือข่าย นอกจากเป็นกำลังใจต่อกันและกันแล้ว     ยังค้นพบวิธีทำงานใหม่ๆ    

เรื่อง ดวงดาวในบ่อนํ้า : เรื่องราวการยืนหยัดบนปรักหักพังของร่างกาย   เป็นเรื่องราวของการฟื้นพลังของผู้พิการ    ที่กายพิการแต่หากใจเข้มแข็งก็สามารถมีชีวิตที่ทำประโยชน์และเลี้ยงตัวเองได้   ตัวละครในเรื่อง ได้แก่ ๔ สมาชิก คศน.  อนันต์ แสงบุญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านท่าต้นกวาว ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่    แสดงบทของผู้นำชุมชน       หมออ้อม-ผศ.ดร.พญ.ศิรินาถ ตงศิริ  อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แสดงบทนักวิชาชีพผู้สนใจการพัฒนาศักยภาพคนพิการ    อาจารย์หนึ่ง-ดร.วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร  แสดงบทนักสร้างโปรแกรม ICF ช่วยให้ฝ่ายต่างๆ มีข้อมูลที่ตรงกัน    หมอโจ้-นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ แสดงบทนักวิชาชีพและนักบริหารในพื้นที่    เปลี่ยน “ความปรักหักพัง” (ความพิการทางกาย) ให้กลายเป็น “พลัง” ที่มีคุณค่าต่อสังคม  และต่อตนเอง     ผมเข้าใจว่าในเรื่องเล่านี้ มีสถาปนิกผู้ออกแบบปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมต่อผู้พิการ เป็นตัวละครด้วย แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อ

      

เรื่อง เด็ก Drop-in  เรื่องราวของการสร้างโอกาสให้แก่เด็กด้อยโอกาส ที่เรียกว่า เด็ก drop-out    มีตัวละครคือ แอ๋ม-ศิริพร พรมวงศ์ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Music Sharing จัดห้องเรียนแก่เด็กโดยใช้ดนตรีเป็นกุศโลบาย     โอ๊ต-วีระ อยู่รัมย์  ผู้อำนวยการโรงเรียนไร่ส้มวิทยา  โรงเรียนสำหรับลูกคนงานไร่ส้มบนดอยที่เชียงใหม่    หมอนิล-มารุต เหล็กเพชร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะยาว จังหวัดพังงา แพทย์ผู้สนใจพัฒนา EF – Executive Function แก่เด็กเพื่อแก้ปัญหาตั้งครรภ์วัยรุ่น      ต๊อง-รัตติกร วุฒิกร นักออกแบบของเล่นและเกม    ปอ-ภราดล พรอำนวย นักดนตรี    นุ้ย-คำปิ่น อักษร นักข่าวพลเมือง เป็นนักผลิตสารคดี    โครงการ คศน. ช่วยให้ตัวละครเหล่านี้มาพบกัน    ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ดนตรีและศิลปะเพื่อพัฒนาเด็ก drop-out  และได้ร่วมกันทดลองใช้เกมเป็นเครื่องมือเรียนรู้ให้แก่เด็กอีกด้วย     ปัญหาสังคมที่มีเด็ก drop-out  ได้ช่วยโยงใยให้ตัวละครเหล่านี้มาเชื่อมโยงกัน    เพราะทั้งหกคนเป็นคน “คอเดียวกัน”    คือ มีจริตมุ่งช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส  

เรื่อง หมอคนชายแดนหมอความชายขอบ มีตัวละครมากที่สุดในเรื่องเล่า ๖ เรื่องของหนังสือเล่มนี้    ได้แก่ หมอตุ่ย - นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก    ที่นอกจากรักษาโรคที่เกิดจากความเจ็บป่วยแล้ว    บริบทสังคมในพื้นที่ชักนำให้ดำเนินการแก้ไขโรคไร้สถานะบุคคลด้วยยาที่ชื่อ คลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชน   โดยมีอาจารย์นักกฎหมายใหญ่ผู้ละจากการเป็นนักกฎหมายเพื่อคนรวย ผันตนเองมาเป็นนักกฎหมายเพื่อคนจน อาจารย์แหวว - รศ. ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์     ผู้ให้สมญา“สี่หมอชายแดน” (อุ้มผาง แม่ระมาด ท่าสองยาง และพบพระ) ที่ร่วมกันกับอาจารย์แหวว ดำเนินการช่วยเหลือคนชายแดนภาคเหนือเรื่องสถานะบุคคลตามกฎหมาย    หนึ่งในสี่หมอคือ หมอหนึ่ง-นพ.ธวัชชัย ยิ่งทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าสองยาง     ตัวละครที่ฟ้าประทานมาทำงานที่เป็นกุศลยิ่งนี้คือ แมว-จันทราภา จินดาทอง ผู้มีชีวิตที่สุดจะ agile     ด๋าว-ดร. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร    เหล่านี้เป็นรุ่นน้อง คศน. ของหมอตุ่ย และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น คศน. กับจันทราภา     และยังมี แจง (ฐิตินบ โกมลนิมิ) คศน.รุ่น 2 นักสื่อสารสังคม เข้ามาให้ความช่วย   รวมทั้ง  แย้-สุมิตรชัย หัตถสาร คศน. รุ่นที่ 3   นักสร้างหลักประกันความยุติธรรมแก่ประชาชน หรือนักสิทธิมนุษยชน       

เรื่อง นักเยียวยาในภาวะฉุกเฉิน อ่านแล้วบีบคั้นความรู้สึกที่สุด    เล่าเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคนทำงานภาคประชาสังคม ในสามจังหวัดชายแดนใต้โดยหลากหลายวิธี รวมทั้งการใช้ศาสตร์ ‘ละคร’ ที่นำเข้ามาโดย พฤหัส พหลกุลบุตร ผู้อำนวยการ ‘กลุ่มละครมะขามป้อม    มี นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพี่ใหญ่    น่าเสียดายที่ตัวละครสำคัญคือ ดร. เมตตา กูนิง เสียชีวิตไปแล้วจากความเจ็บป่วย    ท่านได้ตั้ง ศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.) ขึ้น ทำงานได้ผลมาก   กะด๊ะ-พาฮีส๊ะ ท้วมงาม แห่งสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนใต้    อ่านเรื่องราวของเธอแล้วจะเข้าใจว่าคนที่ทำงานเพื่อสังคมในสภาพนี้ต้องการการสนับสนุนทางใจเพียงไร     นูรดิน ตาเฮร์ และ มูฮัมหมัด เจ๊ะดาเลาะ เป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ชี้ให้เห็นว่าผู้เยียวยาต้องการเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเยียวยาให้แก่ผู้ถูกผลกระทบจากสถานการณ์ไม่สงบ   และละครเป็นเครื่องมือสื่อสารในมิติที่ลึกได้ดียิ่ง      

เรื่องเล่าทั้งหกเรื่อง สะท้อนตัวอย่างปัญหาที่ซับซ้อน อ่อนไหว และเรื้อรัง ในสังคมไทย     ที่กลไกที่เป็นทางการของบ้านเมืองดำเนินการได้ผลจำกัด  หรือในบางกรณีเป็นตัวก่อหรือซ้ำเติมปัญหาเสียเอง     ต้องการกลไกที่ไม่เป็นทางการเข้าไปช่วย    หรือในบางกรณีเข้าไปสร้างดุลยภาพ ไม่ให้การดำเนินการเอียงข้างผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป    พลังสำคัญอย่างหนึ่งของกลไกที่ไม่เป็นทางการคือ พลังด้านข้อมูลส่วนที่เป็นเหตุการณ์จริงในสังคม ที่สื่อกระแสหลักมีข้อจำกัดในการเข้าถึง    รวมทั้งพลังของการสื่อสารระหว่างมนุษย์ในมิติที่ลึก  

กลไกที่ไม่เป็นทางการเหล่านี้ จัดรูปแบบองค์กรให้เป็นที่ยอมรับ และถูกกฎหมายได้หลายแบบ เช่น เป็นสมาคม  เป็นมูลนิธิ    ที่น่าสนใจสำหรับวงการสุขภาพของไทยคือ    คนที่ทำงานในกลไกที่เป็นทางการจำนวนหนึ่ง     ใช้กลไกที่ไม่เป็นทางการช่วยเสริม เพื่อให้สามารถทำงานก่อผลตามที่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมต้องการได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น    ตัวอย่างเช่น หมอดุ่ย   หมอหนึ่ง  หมอวัฒน์  หมอนิล  อาจารย์แหวว  อาจารย์ด๋าว  เป็นต้น   

โครงการ คศน. ได้ช่วยเป็นกลไกให้คนที่มีจริต “ทำเพื่อสังคม” เหล่านี้ได้มาพบกัน และรวมพลังกัน ภายใต้การจัดองค์กร (organization) แบบ INNE (Individual, Node, Network, Environment)    โดยผมขอเพิ่มการจัดองค์กรแบบ เคออร์ดิค (https://www.gotoknow.org/posts/616995;  https://www.gotoknow.org/posts/tags/เคออร์ดิค)   ด้วย 

ท่านผู้อ่านจะได้สัมผัสความเป็น INNE   และความ chaordic ของเรื่องราวในหนังสือ ฝันร่วมมาก เล่มนี้    

ผมขอแสดงคารวะต่อตัวละครผู้มี “จิตใหญ่”  จิตมุ่งทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนในหนังสือ ฝันร่วมมาก  และที่ไม่ได้อยู่ในหนังสือ    รวมทั้งขอแสดงความขอบคุณโครงการ คศน. ที่มี รศ. ดร. ทพ. ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล เป็นผู้จัดการโครงการ    ที่จัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือที่สะท้อนความเป็นผู้นำทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เล่มนี้    

วิจารณ์ พานิช

๒๐ กันยายน ๒๕๖๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)