เรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมากนัก แต่ผมอยากพูดแม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องหมูๆก็ตาม เพราะลำพังเรื่องอาหารกลางวันเพียงอย่างเดียว ก็ต้องเคร่งเครียดและอ่อนเพลียกันไปทุกหย่อมหญ้า
ลึกๆก็ยังเชื่อมั่นว่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้โดยง่ายดาย กลายเป็นเรื่องหมูๆขึ้นมาทันที เพราะผมมีเพื่อนชื่อ “คุณหมู...”
ผมเคยเขียนถึงคุณหมูมาแล้วสองครั้ง และครั้งหลังสุดผมพูดถึงเพื่อนคนนี้ที่ได้มาเยือนถึงโรงเรียน.. เราเจอกันครั้งหลังสุดเมื่องานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ คุณหมูปลูกบ้านให้ภรรยาที่ อ.เสนา จ.อยุธยาฯ
ตัวคุณหมูกับครอบครัวทำธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกง ข่าวว่ารายได้ดีมาก ลักษณะของงานประมาณว่ารับเหมา “ทุบตึก”ทุบอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องก่อสร้างใหม่..
๒ ปีเห็นจะได้ ที่คุณหมูส่งเงินมาช่วยโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกเดือน..เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ผมยังไม่เคยตอบแทนน้ำใจของเพื่อนคนนี้เลย นอกจากคำ “ขอบคุณ” ทุกๆต้นเดือน..ตลอดมา
ระยะหลังๆ ผมเริ่มเป็นห่วงและคิดถึง “คุณหมู” ไม่ใช่เพราะกลัวเพื่อนจะไม่ส่งเงินมาให้ แต่ข่าวจลาจลที่ฮ่องกงติดต่อกัน ผมหวั่นใจว่าเพื่อนจะมีความเป็นอยู่อย่างไร? จะมีความสุขเหมือนคนที่อยู่เมืองไทยหรือไม่?
ผมสอนหนังสือ ทำเกษตรพอเพียงและทำนา..กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผมกับนักเรียน ผมจะส่งภาพถ่ายไปให้เพื่อนดูเป็นประจำ เผื่อว่าจะทำให้เพื่อนคิดถึงท้องไร่ท้องนาป่าเขาลำเนาไพร ไม่ต้องไปอุดอู้อยู่บนเกาะเล็กๆ..
แต่เพราะเกาะเล็กๆนี่เอง..ที่ทำให้เด็กนักเรียนบ้านหนองผือได้ทานของหวานและผลไม้เป็นกรณีพิเศษเสมอ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว..จากเงินสนับสนุนที่คุณหมูส่งมาให้...
ผมใช้จ่ายอย่างประหยัดอยู่ประมาณ ๑ ปี ต่อมาเงินที่คุณหมูส่งให้ผมนำเก็บไว้ในบัญชีเงินกองทุนของโรงเรียน ในรูปของคณะกรรมการฯเพื่อดูแลเบิกจ่ายอย่างถูกต้อง
การที่โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน..โดยงบประมาณที่ส่งผ่านมาทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้นักเรียน ๒๐ บาท ต่อหัวต่อคน ถูกนิเทศติดตามอย่างหนักทั้งปริมาณและคุณภาพอาหาร ทั้งเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างละเอียดยิบ...
โรงเรียน...ทำเต็มที่อย่างครบถ้วน เพียงพอ ถูกต้องและเป็นระบบ ตรวจสอบได้เพราะแม่ครัวเป็นกรรมการโรงเรียนและเป็นผู้นำชุมชน เด็กจึงอิ่มหนำสำราญและเติบโตเร็วมาก..
เงินงบประมาณของรัฐ เมื่อทำอาหารอย่างเต็มที่ จึงไม่มีเหลืออย่างแน่นอน แต่ถ้ามีงบประมาณเหลือจ่ายจะต้องส่งคืน..จึงเป็นที่มาของความพอดีและพอเพียง ทำให้เงินคุณหมูเพื่อนของผมคงเหลือค้างไว้ในบัญชีอย่างมากมาย
หลังจากที่ผมถ่ายเอกสารบัญชีเงินกองทุนไปให้เพื่อนดูเป็นที่เรียบร้อย ผมก็ปรึกษาหารือแม่ครัวและเพื่อนครูในทันทีว่า ภาคเรียนที่ ๒ โรงเรียนจะเปิด ๑ พฤศจิกายน..เราน่าจะประกอบอาหารเช้าให้นักเรียนรับประทาน...โดยใช้เงินคุณหมู..ที่อยู่ในกองทุนฯ
เพราะจากการสำรวจแล้วพบว่า..เด็กมาโรงเรียนแต่เช้า ทานข้าวมานิดเดียว จะออกอาการหิวโหยในช่วงสายๆ และถ้าอยู่กับย่ายายก็แทบจะไม่ได้กินอะไรมาเลย อันเนื่องมาจากฐานะครอบครัวมีความยากลำบาก..
อย่ากระนั้นเลย...รีบตัดสินใจดีกว่า ให้โครงการอาหารเช้าเป็นเครื่องมือพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน..บ้านหนองผือ..
ผมขอขอบคุณ “คุณหมู”มา ณ โอกาสนี้ ที่ช่วยผมจุดประกายความคิด และมีจิตสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง ช่วยสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำกิจกรรมเพื่อเด็กที่ด้อยโอกาส..
คุณหมู..ไม่เคยถามเลยสักคำว่าผมใช้เงินอย่างไร? ไม่เคยขอใบอนุโมทนาบัตร ได้แต่จัดส่งเงินตรงเวลา ผมเกิดมาแม้ชีวิตจะไม่ลำบากมากมายนัก แต่การรับราชการครูในยุคนี้ก็ไม่ง่ายเลย ต้องเหนื่อยหนักแต่ก็ต้องสู้ทน ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เพื่อนดี ได้คนดีคอยสนับสนุนช่วยเหลืออยู่เสมอ..
นี่คือ..เส้นทางเริ่มต้นของอาหารเช้า..ที่ใกล้จะเป็นจริงแล้ว..เมนูแรก..ขอเป็น “ข้าวต้มหมู”ได้ไหมเพื่อน...?
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๓ ตุลาคม ๒๕๖๒