๑๐ กว่าปีที่ผ่านมายังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ วันนั้น..วันที่เริ่มต้นจากครู ๓ คนและนักเรียนไม่ถึง ๕๐ คน บนอาคารเรียนหลังเก่าที่มี ๔ ห้องเรียน แต่ต้องสอนแบบคละชั้นถึง ๘ ชั้น แหล่งเรียนรู้ไม่มี พื้นที่รายล้อมด้วยถนนลูกรัง ต้นไม้ใบหญ้าดูแห้งแล้งเหลือเกิน
ทอดถอนใจอยู่พักใหญ่ ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนจะผนึกลมปราณให้กล้าแกร่ง ตั้งหลักเพื่อที่จะก้าวเดิน ลืมความท้อเพราะผมเป็นผู้เลือกมาเอง..
ผมถามตัวเองว่า..จะเริ่มทำอะไรก่อน..ดูเหมือนมีงานให้ต้องพัฒนาอย่างมากมาย เมื่อความรู้และประสบการณ์มีไม่มาก ผมจึงตัดสินใจฝากชีวิตไว้อย่างใกล้ชิดแนบสนิทกับ”ศาสตร์พระราชา” ศึกษาเรียนรู้คู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
เพื่อการเข้าถึงศาสตร์อย่างแท้จริง แล้วผมก็เข้าใจ จึงได้หลอมรวมเป็นแนวทางที่เปรียบประดุจ “ประทีปแห่งการศึกษา” ที่จะช่วยนำพาโรงเรียนขนาดเล็กให้อยู่รอด
คำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่บอกพวกเราทุกคนให้ศึกษาข้อมูลบริบทของชุมชน พ่อสอนให้ตั้งใจและจริงจังต่องาน เริ่มจากงานเล็กๆ พ่อสอนให้ซื่อสัตย์และพอเพียง ตลอดจนมีความขยันหมั่นเพียรด้วยความมุ่งมั่นอดทน..
พระบรมราโชวาทของพ่อ..ทำให้ผมเข้าใจบทบาทหน้าที่ มีอุดมการณ์ในการทำงาน พ่อบอกว่า..”การศึกษา เป็นปัจจัยในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติและคุณธรรมของบุคคล....”
“สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนพอเหมาะกับทุกๆด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้ตลอด...”
ตลอด ๖๐ ปีของการครองสิริราชสมบัติของพ่อหลวง การศึกษาของชนในชาตินับว่าเป็นพระราชภาระหลักอีกประการหนึ่ง ที่พระองค์มีพระราชหฤทัยใส่และทรงติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้พระราทานแนวทางการปฏิบัติเพื่อพัฒนาการศึกษาอยู่สม่ำเสมอ..
ผมจึงไม่เคยที่จะเสียดายเวลาที่ผ่านมา กับการทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อโรงเรียนหลังเล็กแห่งนี้ ในเมื่อพ่อหลวงของพวกเรา ท่านทรงเหนื่อยมาทั้งชีวิต และเราซึ่งเป็นพสกนิกรของพระองค์ที่บอกว่ารักพ่อเทิดทูนพ่อ จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไม่สานต่อคำพ่อสอน..
แม้จะต้องลำบากตรากตรำกรำงานหนัก บางครั้งหวั่นไหวใบหน้าและผิวหนังเกรียมไหม้เพราะเปลวแดด ก็ต้องทน ล้มป่วยก็ต้องหาย หยัดยืนให้ได้เพื่อโรงเรียนที่มีครูอยู่ด้วยกันไม่กี่คน
วันนี้..ก้าวพ้นจุดนั้นมาแล้ว และกำลังเดินทางไปสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน ผมพลิกฟื้นโรงเรียนด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ ก้าวมาอย่างช้าๆแต่มั่นคงนัก ด้วยความรักและน้อมนำคำสอนของพ่อไว้ในหัวใจ จนรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ผมเป็นที่ยอมรับของชุมชนผู้ปกครองในระดับหนึ่งแล้ว ทั้งงานวิชาการและทักษะชีวิตที่มีกิจกรรมหลากหลาย สิ่งแวดล้อมร่มรื่นด้วยต้นไม้เป็นเอกลักษณ์ที่หลายคนชื่นชม
ผมบ่มเพาะนักเรียนด้วยคุณธรรมและจริยธรรม น้อมนำพระบรมราโชวาทของพ่อหลวงมาปฏิบัติผ่านกิจกรรมที่นักเรียนต้องทำในชีวิตประจำวัน ฝึกนักเรียนให้ขยันพากเพียร ประพฤติเรียบร้อย มีเมตตากรุณา และรู้จักความสะอาด
ฝึกหัดมัธยัสถ์อดออม มีความโอบอ้อมอารี สามารถพึ่งพาตนเองได้ และรู้รักสามัคคี อยู่ร่วมกันด้วยสันติสุข...
จากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีครู พ่อหลวงพระราชทานดวงประทีปส่องทาง สร้างไอซีทีที่เป็นการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม(DLTV) มีครูประจำวิชาหลักๆสอนถึงโรงเรียน เพื่อทดแทนการขาดแคลนครู จนถึงปัจจุบันที่จัดการสอนที่โรงเรียนมาแล้ว ๑๒ ปี
เพราะพ่อหลวง..จึงทำให้มีวันนี้..วันที่โรงเรียนก้าวไปได้ด้วยดีในทุกๆด้าน ผมจึงคัดค้านนโยบายการยุบควบรวมมาโดยตลอด...
แล้วถ้าเขาไม่ฟังเหตุและผลของผม ก็จนปัญญา และคิดว่าทุกๆอย่างทุกๆเรื่องเท่าที่ผ่านมา ผมได้ทำดีที่สุดแล้ว...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑ ตุลาคม ๒๕๖๒