• กรณีศึกษา ด.ช. ที (นามสมมติ) อายุ 5 ปี 4 เดือน Dx. ASD
  • การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ :  พบแแพทย์ครั้งแรก ตอน 2 ปี 6 เดือน ที่ร.พ รามาธิบดี ด้วยพัฒนาการทางภาษาล่าช้ากว่าวัย และไม่สื่อสาร จากนั้นพบแพทย์ที่ ร.พ วชิระ ได้รับการวินิจฉัยเป็น Aitism spectum disorder (F84.0, ICD 10)
  • การให้เหตุผลทางงวิทยาศาสตร์ด้านการวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด

                     Occupational Deprivation : อาการของโรคส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น  การดูแลตนเอง การเรียนและการเข้าสังคมของผู้รับบริการ


  1. การให้เหตุผลทางวิทยาศาตร์กับการแปลความทางกิจกรรมบำบัด Scienticfic Narrative Reasoning  ประกอบด้วย

1.1 การให้เหตุผลวิธีการเมื่อค้นหาปัญหาที่ชัดเจนกับวิธีการเลือกสื่อกิจกรรมบำบัด Procedural Reasoning

  1. ประเมินทักษะทางสังคม โดยการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง และสังเกตพฤติกรรมของผู้รับบริการ พบว่า ผู้รับบริการไม่มองหน้าสบตาและไม่หันเมื่อเรียกชื่อ  แก้ไขโดยการให้กิจกรรมที่กระตุ้นการมองวัถตุ มีสีสันเพื่อดึงดูดความสนใจ พร้อมกับผู้บำบัดพูดกระตุ้นให้เด็กสบตา และลดสิ่งเร้ารอบข้างขณะทำกิจกรรม เช่น เสียง
  2. ประเมินด้านการบูรณาการประสาทความรู้สึก โดยการให้ผู้ปกครองทำ Sensory Profile 2 และ ผู้บำบัดสังเกตพฤติกรรม พบว่า ผู้รับบริการมีแสวงหาการรับรู้ข้อต่อ การทรงตัว และชอบมองของหมุนๆ/น้ำวนในชักโครก มีภาวะอยู่ไม่นิ่ง สมาธิการในทำกิจกรรมสั้น แก้ไขโดยการให้กิจกรรมที่ออกแรงเยอะเพื่อลดภาวะอยู่ไม่นิ่ง เช่น กิจกรรมที่มีการผลัก ดึง ดัน
  3. ประเมินด้านภาษา โดยการสังเกตขณะทำกิจกรรม พบว่า ผู้รับบริการทำตามคำสั่งได้ 2 ขั้นตอน, พูดได้เป็นวลี และไม่สามารถพูดให้ผู้อื่นให้เข้าใจได้ทั้งหมด แก้ไขโดยการให้การสอนให้ผู้รับบริการบอกความต้องการง่ายๆ ได้ เช่น การขอ
  4. ประเมินด้านการเล่น โดยการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง และสังเกตการเล่นแบบ free play  พบว่า ผู้รับบริการเล่นแบบSensorimotor play และFunctional play ซึ่งพัฒนาการล่าช้ากว่าวัย แก้ไขโดยการให้กิจกรรมการเล่นแบบ constuctional play เพื่อส่งเสริมให้มีพัฒนาการเล่น โดยเริ่มจากการให้เห็นของจริงก่อน แล้วทำตามตัวอย่างพร้อมบอกชื่อของสิงที่สร้างขึ้นมา จากนั้นค่อยให้ผู้รับบริการลองทำเอง เช่น กิจกรรมต่อBlockเป็นรูปแบบต่างๆ
  5. ประเมินทักษะการดูแลตนเอง โดยทดสอบการถอด-ใส่เสื้อ พบว่า ผู้รับบริการสามารถถอดเสื้อ(independence) ส่วนการใส่เสื้อ(Minimal assistance)ได้เมื่อมีผู้อื่นจัดวางเสื้อผ้าให้ ไม่สามารถกลับเสื้อและแยกหน้า-หลังของเสื้อผ้าได้ ซึ่งล่าช้ากว่าพัฒนาการที่ควรถอด-ใส่เสื้อผ้าได้เองทุกขั้นตอน จากการสัมภาษณ์ พบว่า Bathing(Maximal assistance), Toileting and toiet hygiene :การปัสสาวะ(Supervision) และ การขับถ่าย (Moderate  assistance) , การแปรงฟัน(Moderate assistance) และ Eating(Independence )

1.2 การให้เหตุผลปฏิสัมพันธ์เพื่อพบหน้ากรณีกรศึกษา Interactive Reasoning ใช้ 

  • Therapeutic  use of self  : ผู้บำบัดเข้าไปทักทาย สายตาอยู่ในระดับเดียวกับผู้รับบริการ พร้อมกับการใช้น้ำเสียง การสัมผัสและของที่มีสีสัน เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้มองหน้าสบตา
  • Environment modification : การจำกัดสิ่งเร้าโดยปรับสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ ไม่มีสิ่งรบกวน เพื่อให้ผู้รับบริการคงความสนใจอยู่กับกิจกรรม 

1.3 การให้เหตุผลเงื่อนไขเมื่อตัดสินด้วยเหตุผล จินตนาการ และหยั่งรู้ตนเอง เพื่อกำหนดบริบทปัจจุบัน-อนาคตที่เหมาะสมกับสถานการณ์ชีวิตจริงของกรณีศึกษา Conditional Reasoning ใช้กรอบอ้างอิง Developmental + SI + Behavioral ควรเพิ่มเติม PEOP 


2.  การให้เหตุผลแบบปฏิบัติดี Pragmatic Reasoning

2.1 การให้เหตุผลวิธีการเพื่อแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดคิดถึงความสามารถที่เป็นปัญหาแท้จริง Procedural reasoning ปัญหาอยู่ที่ขาด การสัมภาษณ์เก็บข้อมูลให้ครบถ้วน และการมองว่าในแต่ละกิจกรรมจำเป็นต้องใช้อะไรบ้าง แล้วอะไรคือสิ่งที่ส่งผลกระทบทำให้ผู้รับบริการไม่สามารถทำกิจกรรมได้ในอนาคต 

2.2 การให้เหตุผลปฏิสัมพันธ์เพื่อแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดเข้าใจความเป็นมนุษย์ของกรณีศึกษา Interactive Reasoning ปัญหาอยู่ที่ Playfulness and Mindfulness และ narrative reasoningกับผู้ปกครอง

2.3 การให้เหตุผลเงื่อนไขเพื่อแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดตั้งเป้าหมายในทักษะที่ควรจะเป็นตลอดชีวิตของกรณีศึกษา Conditional Reasoning มองถึงสิ่งที่ผู้รับบริการขาด และผลกระทบในชีวิตของผู้รับบริการ เช่น การเรียน การมีเข้าสังคม


3. บทสรุปคาวมก้าวหน้าของกรณีศึกษานี้

ครั้งแรก : 24/04/62

S : เด็กผู้ชาย ผมสั้น ผิวขาว  อยู่ไม่นิ่ง มองไปรอบๆห้อง เข้ามาพร้อมกับคุณตา

O : Behavior : ยิ้มเมื่อกระโดดแทมโพลีน ไม่สบตาขณะพูดคุยด้วย

      Communication : ทำตามคำสั่งง่ายๆได้ 2 ขั้นตอน เช่น หยิบ-ใส่ บอกชื่อสี และนับตัวเลขได้ 

      Attention : หันเหความสนใจได้ง่ายเมื่อไได้ยินเสียงหรือเห็นผู้รับบริการคนอื่น

      การถอด-ใส่เสื้อผ้า : สามารถถอดเสื้อได้เอง แต่ไม่สามารถกลับด้านและใส่เสื้อได้ถูกต้อง

A:  Poor eye-contact, Hyperactivity, Distract by visual and auditory stimuli, Hyporesponsiveness to proprioceptive and vestibular sense,  2 step follow command, Delay language, Short attention span และDressing : การถอดเสื้อ (independence), การใส่เสื้อผ้า (Minimal assistance )

P: - การให้กิจกรรมประเภทผลัก ดึงดัน เพื่อลดระดับการตื่นตัวและเพิ่มระยะเวลาจากเดิม 15

    - การสัมภาษณ์ผู้ปกครองเรื่อง ADL, Play และEducation  
    - การให้ผู้ปกครองทำแบบประเมิน Sensory Profile 2

ครั้งสุดท้าย : 22/05/62

S : เด็กผู้ชายสีหน้ายิ้มแย้ม อยู่ไม่นิ่ง สนใจของเล่นมีเสียงและหมุนๆ สบตาผู้บำบัดบางครั้ง

O : Behavior : ผู้รับบริการมีการลงน้ำหนักแรง, ยิ้มเมื่อนั่งชิงช้าขณะหมุนและเล่นเสียง

     Communication : พูดตามได้ บอกชื่อรูปทรงและพูดสื่อสารได้เป็นคำๆ เช่น ห้องน้ำ

      Attention : เหม่อลอยขณะทำกิจกรรม หันเหความสนใจได้ง่าย

A : Poor eye-contact, Hyperactivity, Distract by visual and auditory stimuli, Hyporesponsiveness to proprioceptive and vestibular sense, Short attention span และ Delay language 

P : - ให้กิจกรรมประเภทผลัก ดึงดัน เพื่อลดระดับการตื่นตัวและเพิ่มระยะเวลาจากเดิม 15 เป็น 20 นาที ,

     - ให้กิจกรรมการทำของเลียนแบบ เพื่อฝึกself-monitoring

     - ให้Home programกับผู้ปกครองคือ การจัดสิ่งแวดล้อมบนโต๊ะอาหาร โดยให้บนโต๊ะมีแต่อุปกรณ์การกินข้าว และฝึกขั้นตอนการทำกิจกรรมเริ่มง่ายๆก่อนโดยเริ่มแรกมีการจับมือและพูดอธิบายในการทำกิจกรรม เมื่อเด็กเริ่มทำได้แล้วจึงคอยลดความช่วยเหลือ


4. เรื่องเล่าความสุขความสามารถที่ดีขึ้นภายในตัวเรากับตัวผู้รับบริการเป็นอย่างไรบ้าง

            ขณะการฝึกปฏิบัติงานความท้าทายที่เกิดขึ้นคือ การนำความรู้ในห้องเรียนมาประยุกต์เข้าใช้กับการปฏิบัติในคลินิก เริ่มตั้งแต่การสังเกตน้องขณะทำกิจกรรม การคิดกิจกรรมการประเมินน้องและให้รักษาน้อง ไปถึงการนำหลักการเรื่องSensory integration, Developmental และBehavioralมาใช้ โดยเราต้องคอยสังเกตและจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อให้น้องได้เกิดการเรียนรู้มากที่สุด ดังนั้นความท้าทายในในการทำกิจกรรมกับน้องคือ ช่วงเวลาที่น้องจะให้ความสนใจและมีสมาธิจดจ่อในการทำกิจกรรม ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น 

           ในการกิจกรรมร่วมกับน้องตลอดการฝึกนั้นมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำ เพราะเหมือนเราได้ไปเล่น ทำให้น้องมีความสุขพร้อมการสอนให้น้องได้เรียนรู้จากกิจกรรมที่ทำ อีกทั้งคุณตาคุณยายของน้องมีอัธยาศัยดี มีเมตตาในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับน้อง และความรักความเอาใจใส่ในการทำHome program   เพื่อให้น้องได้เกิดการพัฒนามากยิ่งขึ้น

           จากการไปฝึกงานครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นว่าเรายังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาอีกมาก ทั้งความรู้และการเพิ่มพูนประสบการณ์ เพื่อให้น้องหรือผู้รับบริการคนอื่นได้รับการรักษาที่ดีในแต่ละครั้งที่มาพบเรา หากย้อนเวลากลับไปตอนนั้นได้ สิ่งที่อยากทำคือ การให้กิจกรรมการรักษากับน้องมากกว่านี้ ไม่ควรมุ่งเน้นที่การประเมินมาเกินไปจนละเลยสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับตัวน้อง


5. Ethical Reasoning มาตรฐานการปฏิบัติการทางกิจกรรมบำบัด

รายการตรวจสอบ

ดัชนี/เครื่องบ่งชี้

                  ผลการประเมิน

มี

ไม่มี

มาตรฐานการปฏิบัติงานที่ 2 ทักษะการสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ

1.ทักษะการสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพกับผู้รับบริการ

1.1 มีการสร้างสัมพันธภาพให้ผู้รับบริการมีกำลังใจ ไว้วางใจและตระหนักถึงความสำคัญของการรับบริการทางกิจกรรมบำบัด

/

1.2 มีการฟังอย่างตั้งใจเพื่อค้นหาปัญหา ความเข้าใจ ความรู้สึก และอารมณ์ของผู้รับบริการ

/

1.3 มีการใช้ภาษาพูดที่ทำให้ผู้รับบริการรู้ เข้าใจและมั่นใจในการปฏิบัติงานของนักกิจกรรมบำบัด

/

1.4 มีการสัมภาษณ์ประวัติและข้อมูลทางการแพทย์ของผู้รับบริการที่มีความจำเป็นต่อการปฏิบัติงานทางกิจกรรมบำบัด

/

1.5 มีการให้ความรู้ คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ผู้รับบริการและผู้ที่ให้การช่วยเหลือดูแลผู้รับบริการ

/

2. ทักษะการสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพกับผู้ร่วมงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

2.1 มีการสร้างสัมพันธภาพให้ผู้ร่วมงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องเกิดความเข้าใจและปฏิบัติงานร่วมกับนักกิจกรรมบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพ

/

2.2 มีการบันทึกข้อมูลทางกิจกรรมบำบัด เวชระเบียบ ใบส่งต่อ แบบประเมินและบันทึกผลความก้าวหน้าของผู้รับบริการ ใบรับรองการตรวจประเมินทางกิจกรรมบำบัดและแผนการจัดการบริการทางกิจกรรมบำบัดในหน่วยงานต่างๆอย่างถูกต้อง ชัดเจน

/

2.3 มีการนำเสนอรายงานการให้บริการทางกิจกรรมบำบัดและหลักฐานการร่วมอภิปรายในที่ประชุม

/

2.4 มีการอภิปรายร่วมกับผู้ร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้องถึงข้อมูลเฉพาะเรื่องของผู้รับบริการ ได้แก่ ภาษา วัฒนธรรม ทัศนคติต่อสุขภาพ พฤตินิสัย แรงจูงใจ ความสนใจ ความสามารถ ความเชื่อ เศรษฐานะ สภาพครอบครัว บ้าน และสิ่งแวดล้อม

/

มาตรฐานการปฏิบัติงานที่5

ทักษะการปฏิบัติงานทางคลินิก

1.มีทักษะการสร้างกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด

1.1 มีการสังเกตสภาวะด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคมของผู้รับบริการ

/

1.2 มีการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ประวัติ และการค้นข้อมูลเชิงคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับบันทึกเวชระเบียนทางการแพทย์ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาและระดับความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต

/

1.3 มีการเลือกวิธีการหรือเครื่องมือการตรวจประเมินที่สามารถสังเกตและวัดผลได้อย่างน่าเชื่อถือและพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์

/

1.4 มีการวางแผนการบำบัดโดยบูรณาการความรู้พื้นฐานและหลักฐานข้อมูลต่างๆ จาก ข้อ 1.1 - 1.3

/

1.5 มีการบำบัดที่เหมาะสมกับปัญหา ความต้องการและระดับความสามารถของผู้รับบริการ โดยคำนึงถึงการมอบผู้รับบริการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตองค์รวม ผ่านการทำงานของร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม

/


นศ.กบ. พัทธ์ธีรา ดุลพาห ไทยอ่อน