พัฒนา..คือเส้นทางของหัวใจมุ่งสู่ชัยชนะ ในที่นี้ก็คือชนะใจตนเอง ที่ทำตามฝันสำเร็จ และชนะใจผู้ปกครอง..ที่มองเห็นและเข้าใจว่าเราพัฒนาอย่างจริงจังตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา

        ต่อไปนี้..ถ้ามีใครมาเยี่ยมชมโรงเรียน มาศึกษาดูงานที่โรงเรียน แล้วถามผมว่าบริหารจัดการโรงเรียนอย่างไร..ใช้หลักการใด?จึงก้าวมาได้ถึงวันนี้..

    จากวันที่จะถูกยุบควบรวม ผ่านร้อนผ่านหนาว จนมาถึงวันที่จะถูกควบรวมอีกครั้ง..เมื่อโรงเรียนและความคิดเติบโตขึ้น จึงไม่เคยกลัวนโยบายที่สวนทางกับความเป็นจริงเชิงประจักษ์..

        ผมเคยตอบคำถามนี้หลายครั้ง..และบอกว่าใช้”ชยันโตโมเดล”เป็นสูตรสำเร็จส่วนตัว แต่ต่อไปนี้ผมจะเพิ่มแนวคิดคู่ขนาน ที่ปฏิบัติร่วมกันได้ นั่นคือ..อริยสูตรสี่..

        มาจากอริยสัจสี่..ที่เป็นพระธรรมคำสอนที่เป็นอมตะ อันเป็นที่รู้จักกันดีของชาวพุทธ นั่นคือ..

        ทุกข์..อันได้แก่..ความไม่สบายกายไม่สบายใจ  สมุทัย..ได้แก่..เหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ นิโรธ..ได้แก่..ความดับทุกข์หรือดับปัญหาต่างๆ  มรรค.. คือ ข้อปฏิบัติที่ทำให้พ้นจากความทุกข์หรือปัญหาต่างๆ

          ผู้บริหารเป็นจำนวนมาก ใช้หลักการเชิงพุทธในการบริหาร และใช้หลักอริยสัจสี่เป็นแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษาและพัฒนาตนเอง

        ผมเองก็ใช้ในแบบของการประยุกต์ เพื่อให้นำไปปฏิบัติได้ง่าย ทำความเข้าใจตนเองและคนรอบข้างได้ในชีวิตประจำวัน

        อริยสูตรสี่ของผมได้แก่..พร้อม(ทุกข์)..พอ(สมุทัย)..เพียร(นิโรธ).และพัฒนา(มรรค)

        ๑.  พร้อม..ทำตัวเองให้พร้อมเสมอสำหรับงานบริหาร พร้อมทั้งกายและใจ เพื่อก้าวไปให้รอด ถ้าสุขภาพไม่ดีและใจไม่สู้ ทุกอย่างก็จบ..และเป็นการจบแบบที่เป็นทุกข์แน่นอน

        ความพร้อม..ต้องมองไปที่คณะครู ต้องคอยอำนวยความสะดวกให้ครูทำงานได้ สื่อ อุปกรณ์และอาคารเรียน..ตอนนี้มีพร้อม ส่วนสิ่งแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ก็น่าจะไม่เป็นรองที่ไหน?..จึงไม่รู้สึกว่าท้อหรือไม่รู้สึกทุกข์เลยสักนิด เมื่อมีเรื่องยุบโรงเรียนเข้ามา

         ๒.  พอ..ก็คือรู้ว่า..ถ้าไม่หยุดกอบโกยรางวัล ไม่หยุดแสวงหาลาภยศ ก็จะเป็นที่มาแห่งทุกข์..เอาง่ายๆแบบที่บอกผู้ปกครองไปแล้วว่า ผู้บริหาร ครูและนักเรียนในโรงเรียนนี้ ไม่ได้ทำเอกสารประกวดประชันขันแข่งที่ไหน..ให้ครูและนักเรียนอยู่ประจำห้อง เรียนรู้ร่วมกันอย่างสนุกและมีความสุข ทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้เด็กอ่านคล่อง เขียนคล่อง ทำงานเรียบร้อยและลายมือสวย..จบไหม?

          ๓.  เพียร..ก็คือ ล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร เพิ่มพูนความอดทนเข้าไปด้วย ก็จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ การบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก หลายครั้งก็ต้องยอมขมแล้วขมอีก รอคอยแสงสว่าง หรือความสำเร็จที่อยู่ข้างหน้า แต่ขณะที่รอก็ต้องใช้ความขยันหมั่นเพียรเป็นอย่างมาก..ซึ่งหลายคนชอบสงสัยว่า..ทำไมต้องทำขนาดนี้เลยหรือ..?ก็เพราะความเพียรนี่แหละที่ทำให้เราแตกต่าง ถ้าไม่แตกต่างเราก็จะโดนยุบ...

          ๔.  พัฒนา..คือเส้นทางของหัวใจมุ่งสู่ชัยชนะ ในที่นี้ก็คือชนะใจตนเอง ที่ทำตามฝันสำเร็จ และชนะใจผู้ปกครอง..ที่มองเห็นและเข้าใจว่าเราพัฒนาอย่างจริงจังตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมา

        ถ้าใช้ตัวชี้วัดที่ชอบทำกัน โดยให้ความสำคัญที่การสอบระดับชาติ(NT) ป.๓ ได้ลำดับที่ ๒๓ ของเขต(จากทั้งหมด ๙๒ โรงเรียน) โอเน็ต ป.๖ เป็นที่ ๗ ของเขต และเป็นที่หนึ่งของกลุ่มโรงเรียน

        งานกีฬาล่าสุดก็ทำให้เห็น และสิ่งที่มุ่งเน้นในแต่ละปีมีความหลากหลาย ภายใต้ข้อจำกัดแต่จะทำให้ผู้ปกครองไม่รู้สึกว่าเราอัตคัดขาดแคลน ณ วันนี้ ในมุมมองขององค์การภายนอกต่างยอมรับแล้วว่า..เรามีการพัฒนา..

         จะรอว่าเมื่อไหร่หรือวันไหน..สพฐ.จะรู้และยอมรับเสียที..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๗  กันยายน  ๒๕๖๒