โฟกัสการทำงานให้ตรงประเด็น จะทำให้ทราบเป้าหมายที่แท้จริง ถ้าปลายทางอยู่ที่ตัวเด็ก ระหว่างทางก็จงให้ความสำคัญกับการเรียนการสอน บรรยากาศของสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และการทำงานอย่างจริงจังของผู้บริหารและครู

        นับย้อนไปใน ๕ ปีที่ผ่านมา ก็ต้องบันทึกไว้ในความทรงจำได้เลยว่า..มีคณะมาศึกษาดูงานปีละหลายคณะและมากขึ้นเป็นลำดับ จะด้วยเหตุผลใดก็ยังมิอาจสรุปได้

    ผมค่อนข้างมั่นใจเหลือเกินว่า ผมยังนำพาโรงเรียนหลังเล็กนี้สู่มาตรฐานการประกันคุณภาพได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะปัจจัยบางอย่างไม่เอื้อให้ทำงานได้อย่างคล่องตัวมากนัก..

        เพียงแต่หัวใจไม่เคยรอให้พร้อม ไม่เคยท้อให้ใครเห็น และก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามนโยบายในทุกเรื่อง ทำงานในท่ามกลางชุมชนที่สอดคล้องกับบริบทของตนเอง

        วันนี้ จึงต้องกล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและคณะครูจากโคราชเขต ๓ จำนวน ๙๘ โรงเรียน ที่มาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจ ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนในวงการศึกษาที่มีหัวอกเดียวกัน แลกเปลี่ยนกันด้วยความรู้ความเข้าใจ

        ผมเกริ่นนำด้วยบรรยากาศหน้าเสาธง ด้วยปีนี้ผมสร้างนักเรียนรุ่นใหม่ให้เป็นแกนนำในด้านการออกกำลังกายประกอบเพลง ซึ่งขั้นต่อไปจะให้ถ่ายทอดสู่น้องๆ ถ้าพี่สอนน้อง ผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป

        นำเสนอให้คณะได้รับชม ๒ ชุด กายบริหารท่ามือเปล่าโดยใช้เพลง”มาร์ชหนองผือ” และแอโรบิคที่ใช้เพลงสากล นักเรียนเต้นและออกท่าทางงดงามและพร้อมเพรียง

        ผมคิดว่า..ทักษะการแสดงขั้นพื้นฐานแบบนี้ หากครูได้มีเวทีให้พวกเขานำเสนอผลงาน นักเรียนจะมั่นใจและกล้าที่จะแสดงออกในทางสร้างสรรค์

        เมื่อเข้าสู่ห้องประชุมชั่วคราวบริเวณหน้าอาคารเรียน ผมพูดปลอบประโลมให้ผู้ฟังสบายใจว่าเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาคุณภาพเหมือนกัน มีปัญหาคล้ายกัน มีครูไม่ครบชั้นและขาดครูวิชาเอกหลักๆ

        ความต้องการจำเป็นก็คือ การทำงานอย่างมีศักด์ศรี ที่ต้องการจะบอกต้นสังกัด ว่าเราก็เหน็ดเหนื่อยอย่างเต็มที่แล้ว ต้องการได้รับโอกาสที่มิใช่การบริหารจัดการภายใต้ความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจนเช่นนี้..

        ผมขอไม่พูดเรื่องผลงานดีเด่น ไม่พูดเรื่องโล่รางวัล เพราะมันไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิตครูอย่างผม แต่ขอแลกเปลี่ยนด้วยการกล่าวถึงวิธีการที่ก้าวข้ามผ่านปัญหาและอุปสรรคมาได้อย่างไร ไม่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

        ผมไม่ต้องใช้ความพยายามที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา และเสริมว่า..จงลืมเรื่องการยุบโรงเรียนไปก่อนได้ไหม คิดว่ามาเที่ยวเพื่อเสริมพลังกายและสร้างพลังใจ เพื่อการกลับไปเริ่มต้นใหม่ ปัจจัยภาครัฐที่เราควบคุมไม่ได้ อย่าให้มาบั่นทอนงานและจิตใจ ขอให้ทำงานให้เต็มที่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด..เพื่อเด็ก

        ผมยอมรับว่าเห็นด้วยกับทุกนโยบายทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาลและทุกครั้งที่ปรับเปลี่ยนผู้นำทางการศึกษา ความวูบวาบและฉาบฉวยเข้ามาเราต้องยิ้มรับอย่างมีสติ และรู้เท่าทัน ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่..

        อย่าเป็นกังวล และอย่ากระโจนไปทำทุกเรื่อง..เมื่อเป็นสถานศึกษาต้นทุนต่ำก็ต้องวิเคราะห์นโยบายให้เข้าใจอย่างกระจ่าง จากนั้นก็สังเคราะห์เชื่อมโยงสู่การปฏิบัติแบบบูรณาการ ประสานเข้ากับงาน/กิจกรรมและโครงการที่เราทำอยู่

        ศาสตร์พระราชา”ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”จะนำมาใช้ได้ในจุดนี้ กล่าวคือทำอย่างมีเหตุผล อย่างพอประมาณและสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง บนฐานความรู้ของบุคลากร ที่ต้องอาศัยคุณธรรม ซึ่งรวมถึงความอดทนแบบที่ต้องใช้อุดมการณ์นั่นเอง..

        บางเรื่องราวอาจต้องทำแบบย่อส่วน “ทำให้เล็ก””สร้างงานจากจุดเล็กๆ” แต่ต้องไม่หยุดคิดและต้องไม่หยุดทำ ระเบิดจากข้างใน ไม่ต้องลงทุนสูงแต่ก็ต้องทุ่มทุนในด้านความขยันหมั่นเพียร..

        นโยบายทางการศึกษาถาโถมและนำเข้านวัตกรรมมากมาย เราต้องหยั่งรู้ มิใช่เพื่อไปสู้กับใคร แต่เพื่อการประเมินตนเองและวางแผนกลยุทธ์ในโรงเรียน

        โฟกัสการทำงานให้ตรงประเด็น จะทำให้ทราบเป้าหมายที่แท้จริง ถ้าปลายทางอยู่ที่ตัวเด็ก ระหว่างทางก็จงให้ความสำคัญกับการเรียนการสอน บรรยากาศของสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และการทำงานอย่างจริงจังของผู้บริหารและครู

        ผมนำเสนอสั้นๆเพียงแค่ครูโฟกัสไปที่กิจกรรมส่งเสริมการอ่านของเด็กเท่านั้น..ครูและโรงเรียนจะได้ทุกอย่างตามที่ได้ฝันไว้

        ผมไม่แน่ใจว่าผู้ฟังจะพอใจหรือยอมรับในสิ่งที่ผมพูดและทำหรือเปล่า เพราะโดยส่วนตัวผม ไม่จำเป็นที่ต้องทำงานเพื่อให้คนอื่นมายอมรับเรา ในเมื่อเราพอใจกับมันแล้วก็โอเค...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๖  กันยายน  ๒๕๖๒