ชง ครม. ชี้ขาดรวมกองทุน "กรอ.-กยศ." 12 ธ.ค. เผยงบฯ ปี"50 กว่า 3.6 หมื่นล. - เปิดทาง ม.ปลายกู้  ปลอดหนี้ 2 ปี - ดอกเบี้ย1% - งด. 4,600 บ.ผ่อนคืน ดร. เปรมประชา ศุภสมุทร ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยความคืบหน้าในการหลอมรวมกองทุน กยศ. และกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เป็นกองทุนเดียวกันภายใต้ชื่อกองทุน "กยศ." ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 12 ธันวาคม จะพิจารณาเรื่องที่ กยศ.  กระทรวงการคลัง เสนอให้แก้ไขมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2547 ที่ให้กองทุน กยศ. ยุติการให้เงินกู้แก่นักเรียนระดับมัธยมปลายหรือเทียบเท่าสายสามัญ และสายอาชีวะ โดยขอแก้มติกลับไปให้นักเรียนระดับมัธยมปลายกู้กองทุน กยศ. ได้เหมือนเดิม ซึ่งเป็นการยืนยันหลักการหลอมรวมกองทุน กยศ. และกองทุน กรอ. เป็นกองทุนเดียวกัน   หาก ครม.มีมติเห็นชอบตามที่เสนอ ก็จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นไปต้นไป พร้อมกันนี้กองทุน กยศ. ต้องดูแล        นิสิตนักศึกษาปี 1 จำนวน 3.2 แสนคน ที่กู้กองทุน กรอ.ในภาคเรียนที่ 1/2549 ไปแล้ว โดยให้กู้ต่อจนจบ   "เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2550  ซึ่งมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ลงมติ  รับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว หลังจากนี้ร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป หากร่าง พ.ร.บ.งบฯ มีผลบังคับใช้จะทำให้กองทุน กยศ. ได้รับงบฯ สำหรับดำเนินการทั้งสิ้น 3.6 หมื่นล้านบาท สำหรับปีงบฯ 2550 หรือภาคเรียนที่ 2/2549 ถึงภาคเรียนที่ 1/2550  จำแนกเป็นงบฯ กองทุน กรอ. จำนวน 5 พันล้านบาท สำหรับผู้กู้รายเดิม และงบฯ สำหรับกองทุน กยศ. ภายใต้หลักการใหม่ จำนวน 3.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะปล่อยกู้ให้กับนักเรียนและนักศึกษาได้มากถึง 6 แสนคน"  ดร.เปรมประชากล่าว ดร.เปรมประชากล่าวต่อว่า สำหรับหลักการใหม่ของกองทุน กยศ. นั้น ได้หลวมรวมข้อดีของทั้งกองทุน กรอ. และกองทุน กยศ. เดิมไว้ด้วยกัน ดังนี้ 1.ให้นักเรียนนักศึกษากู้ตามค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกินเพดานที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนด 2.จะใช้การกำหนดเพดานเงินกู้ค่าเล่าเรียนมาเป็นกลไกควบคุมการเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน โดยสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการจะกำหนดเพดานให้กู้เต็มที่ ส่วนสาขาที่ผลิตบัณฑิตเกินความต้องการอยู่แล้ว จะกำหนดเพดานการกู้ที่ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงมาก 3.คุณสมบัติของผู้กู้จะต้องเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายหรือเทียบเท่าสายสามัญและอาชีวะ รวมถึงนักศึกษาที่มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 1.5 แสนบาทต่อปี   4.กู้ได้ทั้งค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าเล่าเรียน แต่ไม่เกินค่าใช้จ่ายจริง ยกเว้นนักเรียนมัธยมปลายสายสามัญที่รัฐบาลอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานฟรี 12 ปีอยู่แล้ว จะไม่ได้กู้ในส่วนของค่าเล่าเรียน ส่วนสายอาชีวะยังได้กู้ในส่วนนี้ เนื่องจากเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายจริง    5.ระหว่างเรียนไม่คิดดอกเบี้ย หลังจบการศึกษามีระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี และสามารถผลัดได้ 2 ปี หากยังไม่มีงานทำ และชดใช้หนี้คืนกองทุนเมื่อมีเงินเดือน 4,600 บาท ในอัตราอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี และ   6.ชำระคืนกับ กยศ.

มติชน 11 ธ.ค. 49