ชีวิตที่พอเพียง 3504a. วิธีใช้วิกฤติเป็นโอกาส

หัวใจของหนังสือเล่มนี้คือ selective change ในยามวิกฤติ ที่เขาเสนอกลยุทธ “สร้างรั้ว” (building a fence) ซึ่งหมายถึงแยกแยะประเด็นที่กำลังเผชิญ และพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ไว้ด้านหนึ่งของรั้ว ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ไม่ควรแตะต้อง หรือควรรักษาไว้อย่างเดิม ไว้อีกด้านหนึ่งของรั้ว การดำเนินการแก้ไข ทำเฉพาะเรื่องในรั้วด้านแก้ไขเท่านั้น

ชีวิตที่พอเพียง  3504a. วิธีใช้วิกฤติเป็นโอกาส

หนังสือ Upheaval : TurningPoints for Nations in Crisis เขียนโดย Jared Diamond นักเขียนมือรางวัลพูลิตเซอร์   บอกวิธีแปลงวิกฤติเป็นโอกาส ๑๒ ข้อ   โดยข้อสำคัญที่สุดคือ “เปลี่ยนแปลงสู่สภาพที่เลือกสรรแล้ว” (selectivechange)    คือวิกฤติเป็นสัญญาณว่า  ต้องการการเปลี่ยนแปลง    จึงต้องไม่ทำหรืออยู่แบบเดิม    ต้องเปลี่ยนแปลง  และเปลี่ยนอย่างมีสติและมีปัญญา ที่เขาเรียกว่า selective change

สภาพวิกฤติคือสภาพที่ปัญหาท่วมท้น   เกินกำลังต้านทาน ตั้งรับ หรือแก้ไข     

โดยเขายกตัวอย่างเรื่องราววิกฤติที่เกิดในประวัติศาสตร์ของ๗ ประเทศ     ที่การดำเนินการตามหลักการ ๑๒ข้อ นำไปสู่ผลดี    ตัวอย่างที่เด่นคือฟินแลนด์  ญี่ปุ่น  เยอรมนี และออสเตรเลีย

หลักการ ๑๒ ข้อ สำหรับแก้วิกฤติส่วนบุคคลหรือของประเทศ ได้แก่

1.          ยอมรับว่ามีวิกฤติเกิดขึ้นจริง     การปฏิเสธไม่นำไปสู่การแก้ปัญหา

2.          ยอมรับว่า ตนมีความรับผิดชอบในการแก้ปัญหานั้น

3.          เลือกประเด็นที่จะคงไว้อย่างเดิมและประเด็นที่จะต้องเปลี่ยน    นี่คือ selective change 

4.          แสวงหาความช่วยเหลือจากภายนอก

5.          เรียนรู้วิธีการแก้วิกฤติที่ผู้อื่นเคยใช้ได้ผลมาแล้ว

6.          ทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของตนเอง หรือของประเทศ

7.          ประเมินตนเองอย่างซื่อสัตย์ (honest self-appraisal)

8.          เรียนรู้จากการแก้วิกฤติของตนเองในอดีต

9.          อดทนต่อความล้มเหลว

10.      มีความยืดหยุ่น

11.      กำหนดคุณค่าหลัก (core values) ของตน

12.      ทำความเข้าใจข้อจำกัดของตนเองในการดำเนินการ selective change   

กล่าวอย่างง่าย   วิธีการคือ ต้องยอมรับว่ามีวิกฤติเกิดขึ้น    เป็นสัญญาณเตือนว่าตนหรือประเทศได้เดินทางมาถึงทางแยกหรือจุดเปลี่ยน (turningpoint)   ที่จะดำรงอยู่อย่างเดิมไม่ได้แล้ว   และตนต้องเป็นผู้แก้ หรือมีส่วนแก้    โดยต้องอดทนไม่ท้อถอยหรือยอมแพ้   ใช้หลักการดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติ ปัญญาและคุมอารมณ์ให้ไม่ตกใจเกินควร (panic)     ใช้หลักการเปลี่ยนแปลงบางเรื่องและไม่ยอมเปลี่ยนในบางเรื่อง     คือคิดให้ชัดว่าต้องไม่ยอมเปลี่ยนแปลงส่วนใด(ส่วนที่เป็นตัวตน หรืออัตลักษณ์ ของตน) และยอมเปลี่ยนส่วนใด   และคิดให้ชัดว่าตนเองดำเนินการเองได้ในส่วนใด   ส่วนไหนที่เกินกำลังต้องหารความช่วยเหลือจากภายนอก      

หัวใจของหนังสือเล่มนี้คือ selective change ในยามวิกฤติ    ที่เขาเสนอกลยุทธ “สร้างรั้ว”(building a fence)   ซึ่งหมายถึงแยกแยะประเด็นที่กำลังเผชิญ และพิจารณาแล้วเห็นว่าควรเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข ไว้ด้านหนึ่งของรั้ว     ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ไม่ควรแตะต้องหรือควรรักษาไว้อย่างเดิม ไว้อีกด้านหนึ่งของรั้ว     การดำเนินการแก้ไข ทำเฉพาะเรื่องในรั้วด้านแก้ไขเท่านั้น    ไม่เปะปะสับสน    โปรดสังเกตนะครับว่าในยามวิกฤติที่ปัญหาท่วมท้น    ในกรณีของวิกฤติส่วนตัว คนที่จะคงสติ (และปัญญา) ให้แยกแยะประเด็นไว้สองข้างรั้วได้ต้องเป็นคนที่มี executive functions แข็งแรงเป็นพิเศษ

รายละเอียดในหนังสือเล่มนี้เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ คนชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างผมจึงชอบมาก   ที่ได้อ่านประวัติศาสตร์แนววิเคราะห์เจาะลึกแบบนี้  

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ส.ค. ๖๒

ห้อง ๘  ชมทะเล รีสอร์ท  หาดเจ้าสำราญ  เพชรบุรี


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

วิกฤติความเชื่อทางการเมืองคนละขั้วของคนไทยยังเหมือนเดิมนะคะอาจารย์บางครั้งก็รู้สึกเครียด กับความคิดเห็นเหล่านี้ ……..