ผู้ถูก“จองจำ”


แปลกเหมือนกันกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต คงเพราะว่าเรามีชีวิตเค้าก็มีชีวิต ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน ค่อยบ่มเพาะพอกพูนขึ้น จากเฉยๆกลายเป็นความผูกพัน เป็นความห่วงใย นับวันยิ่งทวีคูณ

สมาชิกสุนัขที่บ้าน 4 ตัว หลังจากย้ายมาอยู่ในสวน ขนุนกับมะขามมาอยู่ก่อน ปีถัดมาจึงเป็นขนมปังกับเปียกปูน  ปีแรกที่เริ่มเลี้ยงขนุนและมะขาม ไม่มีความรู้สึกอย่างนี้ แต่พอถึงคิวขนมปังเปียกปูน ซึ่งนำมาเลี้ยงเพิ่มเติม ความรู้สึกนี้จึงเกิด

ขนุนและมะขามยอมนอนกรงไม่นาน ช่วงแรกที่เลี้ยง ตกเย็นก่อนยุงมาจะพาทั้งคู่เข้านอนและกางมุ้งให้ตลอด ก่อนคนจะเข้านอนต้องพาออกไปอึไปฉี่อีกรอบ ตอนเช้าต้องรีบกุลีกุจอเปิดกรงให้ เพราะกลั้นฉี่กลั้นอึมาทั้งคืน จากนั้นทั้งวันบริเวณบ้านและใต้ถุนเหมาะมาก กว้างขวาง ร่มเย็น มีพื้นดินให้ขุดคุ้ยมากมายตามใจชอบ ไม่กี่เดือนพอโตขึ้น ทั้งสองไม่ยอมนอนในกรง ต้องไล่ต้อนกันรอบบ้านอยู่บ่อยๆ สุดท้ายยอมใจเค้า เน้นสุนัขเป็นสำคัญอยู่แล้ว ต้องเคารพการตัดสินใจของเค้า(ฮา) แต่ทำให้การเลี้ยงดูมะขามกับขนุนง่ายขึ้นมาก จนเราแทบไม่รู้สึกอะไร

คิดอย่างนี้ด้วย จึงนำขนมปังและเปียกปูนมาเพิ่มอีก ทั้งที่พอเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตหรือสุนัขที่ไม่ใช่พันธุ์พื้นเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน การดูแลต้องมากกว่า จุกจิกขึ้น  ปีกว่าจากสุนัขเด็กเข้าสู่วัยหนุ่มสาว การเลี้ยงดูขนมปังเปียกปูนเมื่อเทียบกับขนุนมะขามแล้วคนละเรื่องราว รู้เร็ว สอนให้ทำอะไร ไม่ดื้อ บอกดุ นิ่งเชื่อฟังหมด สบสายตาเรายังกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง คงสังเกตจากอากัปกิริยาน้ำเสียง ชอบไม่ชอบอะไร อย่างไร เค้าพยายามจะปฏิบัติอย่างที่เจ้าของต้องการเสมอ พฤติกรรมสายพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ เป็นอย่างที่รู้มาก่อนบ้างทุกประการ

ที่ต่างกับขนุนมะขามมากมายเป็นเรื่องการดูแลนี้เอง ทุกวันนี้ยังนอนในกรง อึฉี่เป็นเวลา เอาออกจากกรงเข้ากรง ต้องทำเป็นกิจวัตร ปล่อยให้อยู่รอบๆบ้านหรือใต้ถุนบ้านเองไม่ได้ ขังอยู่ในกรงทั้งวัน จะได้ออกมาวิ่งเล่นบ้าง ก็หลังกลับมาจากโรงเรียน เห็นสายตาเค้าขณะอยู่ในกรงกับความร่าเริงสดใส เมื่อได้รับการปลดปล่อยให้ออกมาอยู่ข้างนอก  ภาพสำคัญพวกนี้ทำเอาเราใจคอไม่ดีอยู่ประจำ

การจะปล่อยเค้าอยู่ข้างนอกช่วงที่เราไม่อยู่  ประการแรก วันนั้นเกือบถูกมะขามขย้ำต่อหน้าต่อตา เปียกปูนถึงกับยืนจังงังคล้ายช็อคไปชั่วขณะ คงนึกไม่ถึง เพราะนิสัยตัวเอง ใจดี อารมณ์ดี ขี้เล่น หัวส่ายไปมาหางแกว่งกระดิกๆอยากจะเล่นกับเขา แต่เจ้าถิ่นไม่ยอมเล่นด้วย แสดงอำนาจบารมีเต็มที่  ดีที่ดุห้ามทัน อาจด้วยความเกรงใจในความเป็นเจ้าของหรือผู้มีพระคุณ(ฮา)

ประการที่สอง เขาว่าสายพันธุ์นี้ไม่ค่อยออกไปเที่ยวไหน แต่ถ้าหลุดไปมักจะกลับบ้านไม่ถูก จริงหรือไม่ ไม่กล้าพิสูจน์เสียด้วย(ฮา) อีกประการเป็นความอ่อนแอหรือภูมิคุ้มกันของร่างกาย เห็บ หมัด ไร ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ ผิวพรรณ ขน โรคภัยไข้เจ็บ ป่วยไปหาหมออยู่ครั้งหนึ่ง ราคาแพงกว่าคนอีก ขนาดดูแลเรื่องอาหารและยาอย่างดีก็ยังเกิด ขืนปล่อยให้อยู่คลุกดินคลุกฝุ่น เล่นโคลนหรือน้ำขังทั้งวัน  คงได้เสียค่ารักษาบานตะไทแน่

เรื่องนอนกรงไม่มีงอแงโวยวายสักวัน ว่าไม่ยอม อาจเพราะขี้รำคาญด้วย อยู่ข้างนอกยุงกัด อยู่ข้างในปลอดภัยไร้กังวล มีทั้งไฟป้องกันและพัดลม ขนาดกินอาหารอยู่ แค่แมลงวันตัวเดียวตอม ก็อยู่ไม่สุขแล้ว เสียสมาธิเดินวนงุ่นง่าน ตั้งท่าไล่แต่แมลงวัน โดยเฉพาะเปียกปูน

ด้วยเหตุผลพวกนี้ จึงยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง จ้างให้ช่างทำรั้วเตี้ยๆกั้นพื้นที่รอบกรง พอให้มีอาณาเขตส่วนตัววิ่งเล่นได้ มีกิ่งใบของสัก มะม่วง และส้มโอช่วยให้ร่มเงาดับความร้อน มีม้านั่งหินอ่อนอยู่ชุดไว้ปีนป่าย ปลอดภัยจากความร้ายกาจของเจ้าถิ่น ไม่ถูกจองจำอยู่แต่ในกรงทั้งวัน ที่สำคัญทำให้ความรู้สึกตัวเองดีขึ้นมาก

แปลกเหมือนกันกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต คงเพราะว่าเรามีชีวิตเค้าก็มีชีวิต ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน ค่อยบ่มเพาะพอกพูนขึ้น จากเฉยๆกลายเป็นความผูกพัน เป็นความห่วงใย นับวันยิ่งทวีคูณ

จากที่เคยไปไหนมาไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ว่างเป็นออก ยิ่งเมื่อก่อนลูกๆเรียนหรือทำงานที่อื่น เสาร์อาทิตย์หรือวันหยุด เทียวไปหาคนนั้นทีคนโน้นที พร้อมกับการเที่ยวชมถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ วัด โบราณสถาน อุทยานแห่งชาติ ฯลฯ แต่วันนี้ตรงข้ามเลย ดีที่หลังเรียนจบลูกๆกลับมาทำงานใกล้บ้าน

จะไปไหนมาไหนที คิดแล้วคิดอีก ไม่ง่ายอย่างเคยเสียแล้ว ต้องวางแผน ต้องจัดการล่วงหน้า ขนุนมะขามไม่เท่าไหร่ น้องและหลานมาช่วยเลี้ยงบ้าง ปัญหาอยู่ตรงขนมปังกับเปียกปูนที่ต้องดูแลเยอะ จะอยู่จะกินกันอย่างไร มีอยู่ครั้งสำคัญ ต้องเอาขนมปังและเปียกปูนไปฝากเลี้ยงที่โรงแรมสุนัขสองสามคืน ราคาต่อคืนไม่ใช่ถูกๆ

บางอารมณ์ฉุกคิด ที่เรารู้สึกแย่ว่า"ขังสุนัขไว้ทั้งวัน" เอาเข้าจริงดูจะไม่ใช่ เป็นเราต่างหากที่ถูกสุนัขขัง ปีกว่าเข้าไปแล้ว(ฮา)

หมายเลขบันทึก: 666141เขียนเมื่อ 21 สิงหาคม 2019 20:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 สิงหาคม 2019 21:57 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

อ้าว !!! อาจารย์เพิ่งรู้ตัวนะคะ. ^_,^

We say “we keep and train dogs”. The fact is quite a different point of view. We are very much ‘dogs servants’ - serving them for their essential needs - for what? A bit of love, affection and loyalty - no matter what?

A dog can serve us in a way only older and lonelier people can understand - having a friend!

อย่างนั้นจริงๆครับ(ฮา) ขอบคุณทพญ.ธิรัมภามากครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี